กลุ่มอาการโรคจิตเชิงวัฒนธรรม (อีกครั้ง) ว่าด้วยพฤติกรรม “แล่นทุ่ง” ถึง “โรคหำหด”

(ภาพแทนกลุ่มวัฒนธรรมวูดู) ชาวเฮติร้อง-เต้นฉลองเทศกาลอีสเตอร์ด้วยบรรยากาศที่มีกลิ่นอายของวูดูผสมผสาน (AFP PHOTO / THONY BELIZAIRE)

เคยเล่าเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้วโดยใช้ชื่อวา พฤติกรรมอปกติหรือกลุ่มอาการโรคจิตเชิงวัฒนธรรม-คัลเจอร์เบาน์ด ซินโดรม (Culture-BoundSyndrome) ว่ามีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมของชาตินั้นๆ คราวที่แล้วพูดถึง อะนอเร็กเซีย เนอร์โวซา (Anorexia Nervosa) หรือเรียกกันเล่นๆ ว่า โรคนางงาม ซึ่งเกิดกับนักร้องเพลงป๊อปยอดนิยม คาเร็น คาร์เพ็นเตอร์ และ ไดอาน่า ปรินเซส ออฟเวลส์ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ!

ส่วนกลุ่มอาการฯ อีกประเภทหนึ่ง เรียกแบบพื้นบ้านไทยว่า แล่นทุ่ง สากลเรียก รันนิ่ง อะม้อก (Running Amok) เป็นการวิ่งแบบตื่นตระหนกอาจเป็นภัยกับใครๆ ที่ขวางทางวิ่ง

วันนี้จะพูดถึงอีก ๕ ประเภทเกิดในเอเชีย ๓ ประเภท และในแอฟริกาอีก ๒ ประเภท เรียนไว้เป็นเบื้องต้นว่ากลุ่มอาการหรือพฤติกรรมอปกติเหล่านี้ชุมชนหรือท้องถิ่นเหล่านั้นไม่ถือว่า เป็นโรค หรือเป็นบ้า แต่อย่างใด คล้ายๆ เห็นว่าผิดธรรมดาไปหน่อยเท่านั้นเอง

อย่างแรกคือ ลาตาห์ (Latah) เรียกเป็นภาษามาเลย์ บ้านเราเรียกบ้าจี้ (แม้จะมีคำว่าบ้า ก็มิได้ส่อว่าเป็นบ้า หรือวิกลจริต) เกิดชุมชุนในมาเลเซียเฉพาะกับสตรีและมักเป็นสตรีในชนบท โดยประมาณวัยกลางคน ค่อนข้างจะไม่สู้ฉลาดเฉลียว มีอารมณ์กลัวและทำตามสั่งจากใครที่บอกให้ทำอย่างว่าง่ายและหยุดไม่ได้ เช่น เมื่อใครจี้และพูดว่า “งู” ก็จะพูดว่า “งู” ใครจี้และพูดว่า “นก” ก็จะพูดว่า “นก” ตาม

เป็นลักษณะล้อตาม (echolalia) ทั้งที่เป็นคำเดี่ยวๆ หรือเป็นประโยค สุดแต่จะถูกพูดนำและจี้ให้พูดตามว่าอย่างไร ทั้งนี้อาจนำแล้วจี้ให้ทำตามได้ด้วย (echopraxia)ประดาคนบ้าจี้เหล่านี้ จะถูกจี้ให้พูดหรือทำ แสดงท่าทาง ไปในทางตลกขบขันต่างๆ โดยเฉพาะคำหยาบที่โน้มเอียงไปทางเพศเสมอ

อย่างที่ ๒ คือ โคโร (Koro)ปรากฏชุกชุมในอุษาคเนย์ หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งบ้านเราด้วยแต่มักชุกชุมในมาเลเซียและชาวเกาะใกล้เคียง

โคโร เคยปรากฏในบ้านเราโดยประมาณปี ๒๕๒๐-๒๑ ในจังหวัดภาคอีสาน ซึ่งเรียกกันว่าโรคหำหด กล่าวคือคนโคโรผู้เป็นเพศชาย จะมีความหวาดกลัวรุนแรง หรือวิตกกังวลสุดๆว่าอวัยวะเพศของตนจะหดหายเข้าไปในท้องและทำให้ตนถึงแก่ความตายความหวาดกลัวเช่นนี้จะเกิดขึ้นหลังจากร่วมเพศหรือสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองมากเกินไป เป็นความกลัวชนิดลนลาน เกิดขึ้นโดยพลันจนต้องคอยจับอวัยวะเพศไว้ตลอดเวลาด้วยตัวเขาเอง หรือต้องขอแรงเพื่อนฝูงช่วยจับ หรือหนีบไว้ด้วยไม้หนีบด้วย เชื่อแน่ๆ ว่าถ้าไม่หนีบหรือจับไว้มันจะหลุดเข้าท้องและตนถึงตายในทันที!

อย่างที่ ๓ คือ กิสุเนสุกิ (Kitsunetsuki) ผู้มีกลุ่มอาการนี้มีความเชื่ออย่างมั่นคงว่าตนถูกวิญญาณสุนัขป่าเข้าสิง และทำให้ใบหน้าของเขาเปลี่ยนแปลงไปเป็นแบบสุนัขป่าทันที แล้วผู้คนในชุมชนจะตั้งข้อรังเกียจและขับไล่ออกไปจากหมู่บ้าน กลุ่มอาการนี้มักเกิดในชนบทที่ชาวบ้านยังเชื่อเรื่องราวเหนือธรรมชาติ และมักเกิดกับกลุ่มที่ไม่มีการศึกษา

อย่างที่ ๔ คือ วินดิโก (Windigo) เกิดชุกชุมในหมู่ชาวอินเดียนแดงบางเผ่าผู้เป็นนักล่าสัตว์ พวกเขามีความกลัวอย่างรุนแรงว่าจะถูกสาปด้วยพลังของภูตผีปีศาจ ทำให้กลายเป็นพวกกินเนื้อมนุษย์ด้วยกันเองหรือตนเองกลายเป็นสัตว์ที่กินเนื้อมนุษย์ไปได้

อย่างสุดท้าย คือ วูดู (Voodo) รู้จักกันทั่วไปว่า วูดู เดธ (Voodo death) ที่นักสร้างภาพยนตร์แถบตะวันตกนิยม อันทำให้เกิดอาการสยองขวัญเสมอ คือว่าผู้มีกลุ่มอาการวูดู จะมีพฤติกรรมผีเข้าโดยพรํ่าบ่นว่าตนโชคร้ายถูกคำสาปให้ต้องถึงตาย ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าคำสาปนั้นมาจากไหนและมาได้อย่างไร

นักวิจัยเชื่อว่ามาจากใจของชาววูดูเอง เช่น เพราะมีความรู้สึกสิ้นหวังท่วมท้น มีความกลัว และรู้สึกว่าถูกทอดทิ้งเดียวดายไร้ค่า มีอารมณ์เศร้าโศกลึกซึ้งเรื้อรัง เหล่านี้น่าจะเป็นมูลเหตุผูกโยงกับความโชคร้ายความตายของเขาได้ นักวิจัยยังเพิ่มเติมด้วยว่ามีการตายบางอย่างที่อธิบายสืบหาที่มาและสาเหตุได้ยากเป็น apathy death – คือเฉาตาย หรือตายไปด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายสุดขีด มีการตายบางอย่างเกิดขึ้นอย่างลึกลับไร้ร่องรอยที่เรียกว่า “ไหลตาย” อาจเข้าข่าย วูดูเดธ ก็ได้

ใช่ครับ พฤติกรรมอปกติ หรือการเจ็บป่วยทางจิตบางอย่างไม่เด่นชัดว่ามีที่มาทางชีวภาพหรือทางจิตภาพอย่างชัดเจน มักถูกตั้งข้อสงสัยว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับที่มาทางวัฒนธรรมได้

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป