เหี้ย สัตว์อัปมงคล แต่ทำไมสมุทรปราการ ใช้เป็นชื่อแม่น้ำ-วัด-อำเภอ

เหี้ย สัตว์อัปมงคล
(ภาพโดย Kolbusz ใน Wikimedia Commons สิทธิการใช้งาน CC BY-SA 4.0)

เหี้ย สัตว์อัปมงคลที่คนรังเกียจ แต่ทำไม สมุทรปราการ มีแม่น้ำ-วัด-อำเภอชื่อ “บางเหี้ย”

เหี้ย สัตว์อัปมงคลในสายตาคนไทยส่วนใหญ่ ยิ่งเป็นคน(หัว)โบราณแล้วล่ะก็ ถ้าเหี้ยเข้าบ้าน ก็ต้องทำบุญขจัดเสนียดกันเลยทีเดียว หลายคนจึงเลี่ยงไปใช้คำอื่นแทน เช่น ตัวเงินตัวทอง, ตัวกินไก่ ฯลฯ ล่าสุดหลายปีก่อนมีผู้เสนอให้ใช้คำว่า “วรนุช” แทน เหี้ย สัตว์อัปมงคลตามที่หลายคนมอง

สาเหตุของเรื่องนี้น่าจะเป็นเหตุผลทางภูมิศาสตร์เป็นสำคัญ ทั้ง แม่น้ำ, วัด และอำเภอ ที่ชื่อว่า “บางเหี้ย” ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ

ลักษณะทางกายภาพ อำเภอบางบ่อ เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ มีคลองต่างๆ จำนวนมาก ทางทิศใต้ของอำเภอติดกับอ่าวไทย อดีตที่ผ่านมาก่อนการขยายของเมืองและโรงงานอุตสาหกรรม ประชาชนในพื้นที่ทำนา, ทำสวน, เลี้ยงปลา, เลี้ยงกุ้ง ฯลฯ

นับว่ามีสภาพแวดล้อมดี อาหารอุดมสมบูรณ์ ซึ่งที่ไม่ใช่แต่มนุษย์เท่านั้นที่ชอบ เหี้ยก็ชอบ

ลูก​เหี้ย​ขนาด​ความ​ยาว​ประมาณ30ซ.ม.​ขึ้น​มา​เดิน​อยู่​บน​ชั้น​ลอย​อาคาร​รัฐสภา​หน้า​ห้อง​ประชุม ก่อน​ที่​พรรค​ฝ่าย​ค้าน​จะ​เดินทาง​มา​ยื่น​อภิปราย​ไม่​ไว้​วางใจ​รัฐบาล สร้าง​ความ​ฮือ​ฮา​ให้​กับ​กลุ่ม​ผู้สื่อข่าว​และ​บรรดา ส.ส.​ที่​เดินทาง​มา​ประชุม เมื่อ12 มี.ค.

เมื่ออ่านพฤติกรรมของเหี้ย ที่สานุกรมสัตว์ องค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ อธิบายไว้ว่า เหี้ยเป็นสัตว์เลื้อยคลาน ที่ไม่เลือกอาหาร กินทั้งสัตว์บกและสัตว์น้ำ สัตว์ปีก เช่น ไก่ นก ปลา กบ เขียด หนู กินได้ทั้งของสดและของเน่า ชอบอยู่ใกล้น้ำว่ายน้ำ ดำน้ำเก่ง และขึ้นต้นไม้เก่งด้วย

ก็สรุปได้ว่าพื้นที่กับพฤติกรรมชีวิตเหี้ยนั้นต้องจริตกันมาก

ก่อนจะกล่าวล่วงไป ขอแนะนำอำเภอบางเหี้ย, วัดบางเหี้ย และแม่น้ำบางเหี้ย สักนิด สำหรับอำเภอบางเหี้ย และแม่น้ำบางเหี้ย นั้น ส.พลายน้อย อธิบายไว้ดังนี้

“แม่น้ำนี้เป็นแม่น้ำโบราณ คลองสําโรงมาบรรจบกับแม่น้ำนี้ตรงที่ว่าการอําเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อความเข้าใจและเป็นหลักฐานว่าชื่อแม่น้ำบางเหี้ยเคยเป็นชื่ออําเภอจะขอกล่าวถึงความเป็นมาไว้ด้วย ในสมัยโบราณทั้งคลองสําโรงและแม่น้ำบางเหี้ย น้ำทะเลจะเข้าถึงตลอดทั้งปี ทําให้ประชาชนเดือดร้อน ต้องหาแหล่งน้ำจืดบริโภค…

ครั้นถึง ร.ศ. 116 [พ.ศ. 2440] ได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ มีการตั้งที่ว่าการอําเภอชั่วคราวที่บ้านคอลาด แล้วต่อมาได้ย้ายที่ว่าการอําเภอมาตั้งที่ตําบลบางบ่อ ตรงที่คลองสําโรงกับแม่น้ำบางเหี้ยมาบรรจบกัน ต่อมาย้ายที่ว่าการอําเภอไปตั้งที่ตําบลบางพลีน้อย เมื่อ พ.ศ. 2443 แล้วเปลี่ยนชื่อเป็นอําเภอบางเหี้ยตามชื่อแม่น้ำ จนถึงวัน ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2473 ในรัชกาลที่ 7 จึงเปลี่ยนชื่ออําเภอบางเหี้ยเป็นอําเภอบางบ่อ” [เน้นโดยผู้เขียน]

หลวงพ่อปาน ที่วัดบางเหี้ย ภาพจาก : fb หลวงปู่ปานวัดบางเหี้ยนอก

ส่วนวัดบางเหี้ย หรือบางท่านเรียกว่าวัดบางเหี้ยนอกบ้าง, วัดบางเหี้ยล่าง นั้น ในสมัยรัชกาลที่ 5 วัดนี้มีเกจิอาจารย์ชื่อดังรูปหนึ่ง คือ หลวงปู่ปาน วัตถุมงคลของท่านที่ขึ้นชื่อ “เขี้ยวเสือ” ในปัจจุบันมีงานนมัสการหลวงปู่ปาน ประจำทุกปี ในวันขึ้น 7 ค่ำ เดือน 12

ปัจจุบันแม่น้ำ, วัด และอำเภอดังกล่าว ได้เปลี่ยนชื่อใหม่แล้วทั้งหมดดังนี้ อำเภอบางเหี้ย-อำเภอบางบ่อ, วัดบางเหี้ย-วัดมงคลโคธาวาส และแม่น้ำบางเหี้ย-คลองด่าน อาจเพราะปัจจุบันคนส่วนใหญ่มองว่าเหี้ยเป็น “สัตว์อัปมงคล”

กลับมาที่สาเหตุการเปลี่ยนชื่อ คงเป็นการเปลี่ยนตามชื่ออําเภอ เมื่ออำเภอตั้งอยู่ที่ตําบลบางบ่อ มีสถานีตํารวจภูธรเรียกว่า สถานีตำรวจภูธรบางบ่อ แต่ประชาชนในเวลานั้นนิยมเรียก “อำเภอบางเหี้ย” มากกว่า “อำเภอบางบ่อ” ชื่ออําเภอและชื่อสถานีตํารวจภูธรไม่ตรงกัน ทางการก็ตั้งให้ตรงกันเพื่อความสะดวก

แต่ถ้าวันนี้ยังไม่เปลี่ยนชื่อ แล้วใช้ชื่อขึ้นป้ายว่าหน้าที่ว่าอำเภอ หรือสถานีตำรวจภูธร ฟังแล้วก็คงแสลงพิลึก

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง :

สานุกรมสัตว์ องค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ http://www.zoothailand.org

สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคกลาง. มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ จัดพิมพ์เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2522

ส.พลายน้อย. แม่น้ำลำคลอง, สำนักพิมพ์มติชน, กันยายน 2555

เหรียญมงคล 77 จังหวัด, กองบรรณาธิการข่าวสด, สำนักพิมพ์มติชน ธันวาคม 2553

สมชาย ชัยประดิษฐรักษ์. ย้อนตำนาน สมุทรปราการ, อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ (เป็นกรณีพิเศษ) นายเอี่ยม ยังตรง 3 พฤศจิกายน 2561


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 21 มกราคม 2563