ค้นหลักฐาน พระพุทธเจ้าเคยเสวยพระชาติเป็น “เหี้ย”

ชาดกเรื่องที่ 138 โคธชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นเหี้ย จิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถวัดเครือวัลย์วรวิหาร ธนบุรี

…เหี้ยไม่ใช่สัตว์ที่พึงรังเกียจ พระพุทธเจ้าของเราแต่ปางก่อนก็เคยเสวยพระชาติเป็นเหี้ย ในนิบาตชาดกหมวดเอกนิบาต ชาดกเรื่องที่ 138 โคธชาดก มีเรื่องย่อว่า ครั้งหนึ่งพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นเหี้ยโคธบัณฑิตอาศัยในจอมปลวกใกล้อาศรมของพระดาบสผู้สัมมาปฏิบัติ ทุกวันพระโพธิสัตว์จะเข้าไปสู่อาศรมเพื่อสดับธรรม ต่อมาดาบสตนนั้นย้ายไปอยู่ถิ่นอื่น มีดาบสทุศีลอีกตนหนึ่งเข้ามาอาศัยอยู่ในอาศรมแทน วันหนึ่งชาวบ้านปรุงอาหารจากเนื้อเหี้ยนำไปถวาย

‘…ครั้นดาบสฉันเนื้อเหี้ยแล้ว ความปรารถนาในรสก็ผูกไว้ [คือติดใจในรสอันอร่อย] จึงถามว่ามังสะนี้มีรสอร่อยนัก เป็นมังสะสัตว์อะไร ครั้นได้ฟังว่ามังสะเหี้ยดังนี้ จึงคิดว่าเหี้ยใหญ่มาสู่สำนักเราตัวหนึ่ง อย่าเลยเราจะฆ่าเหี้ยใหญ่ตัวนั้นกินเสียเถิด…’

ดาบสทุศีลจ้องจะทำร้ายเหี้ยพระโพธิสัตว์แต่ไม่สำเร็จและถูกเหี้ยพระโพธิสัตว์ตำหนิความด่างพร้อยในพรหมจรรย์จนต้องหลีกลาไปอยู่ที่อื่น

ลูกเหี้ยขนาดความยาวประมาณ30ซ.ม.ขึ้นมาเดินอยู่บนชั้นลอยอาคารรัฐสภาหน้าห้องประชุม ก่อนที่พรรคฝ่ายค้านจะเดินทางมายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล สร้างความฮือฮาให้กับกลุ่มผู้สื่อข่าวและบรรดา ส.ส.ที่เดินทางมาประชุม เมื่อ12 มี.ค.
ลูกเหี้ยขนาดความยาวประมาณ30ซ.ม.ขึ้นมาเดินอยู่บนชั้นลอยอาคารรัฐสภาหน้าห้องประชุม ก่อนที่พรรคฝ่ายค้านจะเดินทางมายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล สร้างความฮือฮาให้กับกลุ่มผู้สื่อข่าวและบรรดา ส.ส.ที่เดินทางมาประชุม เมื่อ12 มี.ค.

เหี้ยไม่ใช่สัตว์เลวร้ายและไม่มีอะไรน่ารังเกียจถึงขั้นปรักปรำให้มันเป็นต้นเหตุของเสนียดจัญไร

เหี้ยเป็นสัตว์ที่คนรังเกียจทำไมสมุทรปราการมีแม่น้ำ-วัด-อำเภอชื่อ“[บาง]เหี้ย”

หากมนุษย์จะให้ความเป็นธรรมกับมันสักหน่อย เหี้ยควรจะถูกจัดขึ้นทำเนียบเป็นสัตว์ชั้นสูงเสียด้วยซ้ำ เนื่องจากรูปกายมีเกล็ด มีขาทั้งสี่และท่อนหางทรงพลัง มีลิ้น 2 แฉก ลักษณะที่ว่านี้ไม่ต่างอะไรกับมังกร ที่สำคัญคือมันไม่ได้สร้างความเดือดร้อนรุนแรงให้มนุษย์ มันจึงน่าจะได้รับการยกย่องมากกว่าถูกหยามเหยียด เหี้ยเองก็คงจะภูมิใจที่ได้กำเนิดเป็นมัน

มนุษย์ต่างหากที่คิดมากเกินเหี้ย…

 


หมายเหตุ: เนื้อหานี้คัดส่วนหนึ่งจากบทความ “เหี้ย…อีกแล้ว” โดย บุญเตือน ศรีวรพจน์ ใน ศิลปวัฒนธรรม ฉบับสิงหาคม 2552

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก เมื่อ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป