อเล็กซานเดอร์มหาราชคือ “กษัตริย์ที่ชอบแต่งหญิง” จริงหรือ?

ภาพโมเสกของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ในศึกแห่งอิสซัส (Battle of Issus) ภาพโดย Berthold Werner, via Wikimedia Commons

วันที่ 13 มิถุนายน เมื่อ 323 ปีก่อนคริสตกาลถูกบันทึกว่าเป็นสวรรคตของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช กษัตริย์แห่งมาซิโดเนีย ผู้พิชิตจักรวรรดิเปอร์เซีย ก่อนพากองทัพของพระองค์รุกรานดินแดนตะวันออกไปไกลถึงอินเดีย

เรื่องเกี่ยวกับพระองค์ในประเด็นเรื่อง “เพศสภาพ” เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจไม่น้อยเมื่อครั้งที่ผู้เขียนเป็นนักศึกษา เมื่อฮอลลีวูดได้หยิบยกเรื่องราวของพระองค์มาทำเป็นภาพยนตร์ รับบทโดย โคลิน ฟาร์เรลล์ พระเอกสุดเซ็กซี่ในยุคนั้น

พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ในเวอร์ชันของฟาร์เรลล์ มักปรากฏกายด้วยกระโปรงสั้นสุดวาบหวิว และยังเป็นไบเซ็กชวล (bisexual) โดยมีเฮฟาเอสเชียน (Hephaestion) เป็นคู่รักเพศชายที่พระองค์เปรียบว่าเป็นดั่งเพโตรคลัส (Petroclus) สหายสุดสเน่หาของอคิลลิส (Achilles) เมื่อเฮฟาเอสเชียนยกย่องพระองค์ว่าเป็นดั่งวีรบุรุษในสงครามแห่งกรุงทรอยผู้นี้

หลายคนอาจจะมองว่า ในกรีกโบราณรักร่วมเพศเป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือ? ถ้าพระเจ้าอเล็กซานเดอร์จะเป็นไบเซ็กชวลก็ไม่น่าจะแปลกซิ? จริงอยู่ แต่ความสัมพันธ์แบบชายรักชายที่เป็นที่ยอมรับของชาวกรีกซึ่งเรียกว่า “Pederasty” อันหมายความว่า ความรักต่อเด็กผู้ชายนั้นมีเงื่อนไขทางอายุมาเกี่ยวข้องด้วย

ในความสัมพันธ์ลักษณะนี้ ชายที่สูงวัยกว่าจะเป็นผู้ที่แสดงบทบาทเชิงรุกในทางเพศ ต่อเด็กชายวัยรุ่น และเมื่อเด็กชายเหล่านี้ถึงวัยผู้ใหญ่ก็จะเป็นผู้แสดงบทบาทดังกล่าวกับเด็กชายวัยรุ่นยุคถัดไป การที่ผู้ชายที่บรรลุวัยวุฒิแล้วจะแสดงบทบาทในเชิงรับอย่างสตรีเพศย่อมไม่ได้รับการยอมรับอีกต่อไป

ด้วยเงื่อนไขนี้ หากพระเจ้าอเล็กซานเดอร์จะเป็นไบเซ็กชวลก็เป็นเรื่องปกติตามยุคสมัย ถ้าพระองค์แสดงบทบาทความเป็นชายต่อคู่รักของพระองค์ แต่การที่พระองค์ “แต่งหญิง” หรือแสดงบทบาทเชิงรับในทางเพศย่อมไม่ใช่เรื่องที่เป็นปกติ

ข้อกล่าวหาว่าพระองค์แต่งหญิงนั้น ถ้าผู้เขียนจำไม่ผิดในเรื่องอเล็กซานเดอร์ที่ฟาร์เรลล์เล่นเป็นพระเอก แม้จะปรากฏว่าพระองค์มักสวมผ้าคล้ายประโปรงสั้นของผู้หญิงยุคใหม่ ก็ไม่มีคนตั้งข้อสงสัยว่าชุดดังกล่าวเป็นชุดแบบผู้หญิง แต่ข้อกล่าวหานี้เป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ในบันทึกของนักประวัติศาสตร์ร่วมสมัยกับพระองค์เองที่ชื่อว่า เอฟิพัส (Ephippus)

นักประวัติศาสตร์รายนี้อ้างว่า พระองค์ชอบแต่งกายเลียนแบบเทพีอาทิมีส (Artemis) นักธนูหญิงผู้เป็นเทพีแห่งการล่าสัตว์ของชาวกรีก บันทึกท่อนหนึ่งของเอฟิพัสอ้างว่า “เมื่อพระองค์ทรงรถม้า พระองค์จะทรงเครื่องแต่งกายด้วยผ้าแบบเปอร์เซีย เหนือไหล่ของพระองค์เป็นธนู และหอกล่าสัตว์”

โทนี สปอว์ฟอร์ธ (Tony Spawforth) จากเว็บไซต์ History Today อ้างว่า ชาวกรีกเชื้อชาตินิยมบางส่วนที่มีพฤติกรรมเหยียดชนชาติอื่นมักโจมตีเครื่องแต่งกายของชาวเปอร์เซียว่ามีลักษณะเหมือนพวกผู้หญิง เอฟิพัสเมื่อเห็นพระเจ้าอเล็กซานเดอร์แต่งกายอย่างชาวเปอร์เซียออกไปล่าสัตว์ด้วยรถม้าและธนูจึงล้อเลียนว่าพระองค์แต่งกายเลียนแบบเทพีอาร์ทีมิส

สปอว์ฟอร์ธ กล่าวว่า นักประวัติศาสตร์รายนี้คงไม่ใช่แฟนของกษัตริย์ผู้พิชิต หลังพระบิดาของพระองค์ พระเจ้าฟิลิปทรงทำลายเมืองโอลินธัส (Olynthus) บ้านเกิดของเขาในปี 348 ก่อนคริสตกาล และชาวกรีกในยุคนั้นก็มิได้ชื่นชมราชวงศ์จากมาซิโดเนีย เหมือนเช่นชาวกรีกในยุคปัจจุบัน สำนวนของเอฟิพัสที่กล่าวถึงพระเจ้าอเล็กซานเดอร์จึงเป็นไปในเชิงเสียดสีเช่นนั้น

ส่วนสาเหตุที่พระองค์แต่งกาย ทรงรถม้าออกล่าสัตว์อย่างชาวเปอร์เซียนั้น สปอว์ฟอร์ธเชื่อว่า พระองค์ทำไปเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับผู้อยู่ใต้ปกครองของพระองค์มากกว่าจะเป็นเรื่องรสนิยมในการแต่งกาย หรือรสนิยมทางเพศของพระองค์

ด้วยเหตุนี้ข้อกล่าวหาที่ว่าพระองค์นิยม “แต่งหญิง” อย่างที่นักประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของพระองค์กล่าวหา จึงน่าจะเป็นเรื่องของการล้อเลียนส่อเสียดเสียมากกว่า ส่วนรสนิยมทางเพศของพระองค์จะเป็นเช่นใดนั้น ผู้เขียนคงไม่กล้าสรุป


อ้างอิง: “Alexander: Cross-Dressing Conqueror of the World”. History Today. <http://www.historytoday.com/…/alexander-cross-dressing-conq…>

 

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป