หลุดพูด “เสือก” กลางที่ประชุมสภาฯ พ.ศ. 2526 ค้านกันวุ่นวายจนสุดท้ายต้องยอมถอน!

General view of the National Legislative Assembly (NLA) as Thai Prime Minister Surayud Chulanont announces the governmentís policies at the Parliament House in Bangkok, 03 November 2006. Surayud tolds the National Legislative Assembly (NLA) that his government would encourage the members of the public to save and to try to reduce their debts so that the society will become stronger. AFP PHOTO/PORNCHAI KITTIWONGSAKUL (Photo by PORNCHAI KITTIWONGSAKUL / AFP)

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนับแต่อดีตมักปรากฏ “วาทะ” มากมาย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลก็ตาม หรือแม้แต่มีวลี “เสือก” ก็ผุดขึ้นกลางที่ประชุมสภาฯ ชุดที่ 14 ปีที่ 1 ครั้งที่ 7 (สมัยสามัญ) วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2526

ต้นเรื่องมาจาก ร้อยตำรวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส. ราชบุรี พรรคชาติไทย กับคณะได้เสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรให้พิจารณาญัติด่วน ในระเบียบวาระที่ 3 เรื่อง ขอให้พิจารณาลดราคาน้ำมัน

เรื่องราคาน้ำมันนี้สืบเนื่องมาจากภาวะราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับสูงขึ้นจากปัญหาสงครามอิรัก-อิหร่าน ซึ่งตรงกับสมัยรัฐบาลเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เมื่อ พ.ศ. 2522 และปัญหาเรื่องนี้ส่งผลสืบเนื่องเรื่อยมาจนถึงสมัยรัฐบาลพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคสร้างความลำบากแก่ประชาชนเป็นวงกว้าง

ร้อยตำรวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ให้ข้อมูลในที่ประชุมสภาฯ ว่า ในสมัยรัฐบาลเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ได้ปรับขึ้นราคาน้ำมัน 3 ครั้ง คือ ครั้งที่หนึ่ง วันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2522 ครั้งที่สอง วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2522 และครั้งที่สาม วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2523 รวมถึงรัฐบาลของพลเอกเปรมก็ได้ขึ้นราคาน้ำมันเมื่อ ธันวาคม พ.ศ. 2524 ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมาโดยตลอด

แต่ครั้น พ.ศ. 2526 กลุ่ม OPEC ได้ปรับลดราคาน้ำมันจากเดิม 34 เป็น 29 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาเรล แม้รัฐบาลจะปรับลดราคาลง แต่ก็ลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งยังส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น ฝ่ายค้านจึงเสนอให้รัฐบาลปรับลดราคาน้ำมันลงมาอีกโดยด่วนที่สุด

จากรายงานการประชุมสภาในวันนั้นระบุว่า ในการปรับลดราคาน้ำมันล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2526 น้ำมันเบนซินซุปเปอร์ 13.45 บาทเหลือ 12.60 บาท น้ำมันเบนซินธรรมดาจาก 11.40 เหลือ 11.10 บาท น้ำมันดีเซล 7.39 เหลือ 6.99 บาท ส.ส. ฝ่ายค้านเสนอให้ปรับลดภาษีน้ำมันหรือลดเงินอุดหนุนเข้ากองทุนสำรองน้ำมัน

อย่างไรก็ตาม นายสถาปน์ ศิริขันธ์ ส.ส. สกลนคร พรรคกิจสังคม ซึ่งสนับสนุนฝ่ายรัฐบาล อภิปรายว่า ตนเห็นด้วยว่าประชาชนกำลังได้รับความเดือดร้อน แต่การลดราคาน้ำมันยังไม่สามารถกระทำได้สะดวกรวดเร็วเช่นนั้น แล้วโจมตี ส.ส. พรรคชาติไทยว่า ในขณะที่พรรคชาติไทยได้เป็นรัฐบาลและรับทราบปัญหาเรื่องนี้ดี เหตุใดจึงไม่ดำเนินการลดราคาน้ำมันเสียแต่ตอนนั้น และกล่าวว่า ตนเป็นฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลแต่ก็มิได้หูหนวกตาบอดที่ไม่ฟังเสียงประชาชน และย้ำว่ายังไม่ถึงโอกาสและเวลาที่จะลดราคาน้ำมันลง

จ่าสิบเอกทรงธรรม ปัญญาดี ส.ส. เชียงราย พรรคชาติไทย จึงอภิปรายว่า หน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นคือการควบคุมการบริหารของฝ่ายบริหารหรือรัฐบาล เพื่อที่จะให้รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินเพื่อความสงบ เพื่อประโยชน์แก่ประชาชนที่เลือกเข้ามา จึงจำเป็นต้องเสนอญัติด่วนนี้เพราะปัญหาปากท้องของประชาชนนั้นรอคอยไม่ได้ จ่าสิบเอกทรงธรรม ปัญญาดี กล่าวว่า

“…เมื่อเราไม่ได้เป็นฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล แน่นอนเราคือฝ่ายค้าน เพราะฉะนั้นเราจะไม่ปฏิเสธว่าเราเป็นฝ่ายค้าน แต่จะเป็นฝ่ายค้านของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่รักษาผลประโยชน์ของประชาชนให้สมกับที่ประชาชนเลือกเราเข้ามารับประทานเงินเดือนจากภาษีของประชาชนเดือนละหมื่นแปด เราจะไม่เป็นผู้ที่คอยปกป้องรัฐบาลที่ทำงานสวนทางกับความต้องการของประชาชน ถ้ารัฐบาลใดก็ตามทำงานสวนทางกับความต้องการของประชาชน รัฐบาลนั้นก็เป็นรัฐบาลที่ใช่ไม่ได้ รัฐบาลใดก็ตามที่ไม่สนใจสภา ไม่สนใจข้อเสนอ ไม่สนใจความคิดเห็นของผู้แทนราษฎร รัฐบาลนั้นก็เป็นรัฐบาลที่หันหลังให้สภา หันหลังให้แก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งประชาชนทั่วประเทศเลือกมาเพื่อควบคุมการบริหารของรัฐบาล และรัฐบาลชุดนั้นก็ไม่ควรที่จะอยู่บริหารประเทศ”

จ่าสิบเอกทรงธรรม ปัญญาดี ส.ส. เชียงราย พรรคชาติไทย

จากนั้น ส.ส. ทั้งสองฝ่ายก็โต้เถียงกันไปมา โดยเฉพาะนายสถาปน์ ศิริขันธ์ ที่ถูก ส.ส. พรรคชาติไทยพาดพิงอย่างหนัก เนื่องจากไม่พอใจคำพูดก่อนหน้าที่นายสถาปน์ ศิริขันธ์ ได้อภิปรายไป

ส.ส. ฝ่ายค้านต้องการให้รัฐบาลมาตอบคำถามที่ได้อภิปรายไป แต่คณะรัฐมนตรีก็เงียบเฉย มีแต่ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลออกมาโจมตี ส.ส. ฝ่ายค้านว่าไม่สมควรญัติด่วนนี้เข้ามาแต่แรก เป็นเหตุให้ นายปัญจะ เกสรทอง ส.ส. เพชรบูรณ์ พรรคชาติไทย ได้โจมตีอภิปรายโจมตีอย่างดุเดือด ว่าญัตติด่วนนี้ฝ่ายค้านเสนอมาตามกฎระเบียบของการประชุมสภา เพื่อสะท้อนปัญหาของประชาชน และย้อนสวน ส.ส. อีกฝ่ายว่า “ก็ท่านทำไมไม่ไปย้อนถามประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า ‘เสือก’ บรรจุ (ญัตติด่วน) เข้ามาทำไม”

จากนั้น นายประเทือง วิจารณ์ปรีชา ส.ส. พิษณุโลก พรรคชาติไทย ก็ลุกขึ้นอภิปรายโจมตีว่า “…รัฐบาลนี้มีทั้งใบ้ทั้งหูหนวก แล้วบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร…แล้วถ้าพูดกันข้างนอกก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง นี่พูดกันในสภาแท้ ๆ ไม่พูด แล้วนอกจากจะไม่พูดแล้วคนที่ไม่มีหน้าที่ยังเสือกพูดขึ้นมาอีก…” ซึ่งนายประเทือง วิจารณ์ปรีชา โจมตีรัฐบาลว่าไม่ยอมพูดชี้แจ้งประเด็นลดราคาน้ำมัน มีแต่ ส.ส. ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลที่พูดแทน

เมื่อนั้น นายสถาปน์ ศิริขันธ์ จึงขอประท้วงเพราะมีการพูดคำว่า “เสือก” ออกมากลางที่ประชุม อภิปรายว่า

“…เพื่อนฝูงกันว่าไปเถอะ ว่าให้พอใจ แล้วท่านจะได้นอนหลับ แต่ท่านใช้คำพูดบางคำ แม้แต่ว่าท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติจากจังหวัดเพชรบูรณ์ท่านบอกว่า ประธานเสือกบรรจุเข้ามา ขอให้ถอนคำพูด ท่านสมาชิกจากจังหวัดพิษณุโลกผู้มีเกียรติ ท่านก็ใช้คำพูดดุดันเหลือเกิน ท่านใช้คำ ‘เสือก’ อีก กระผมก็ไม่ทราบว่าท่านทั้งหลายนี่รับประทานอะไรมา เมื่อเช้านี้ถึงมาพากันเสือกเหลือเกิน…”

นายสถาปน์ ศิริขันธ์ ได้ขอให้ประธานดำเนินการให้ นายปัญจะ เกสรทอง และนายประเทือง วิจารณ์ปรีชา ถอนคำพูดเสีย

แต่ ส.ส. ฝ่ายพรรคชาติไทยก็ประท้วงกลับว่า นายสถาปน์ ศิริขันธ์ พูดคำว่า “เสือก” ออกมาเช่นเดียวกันในขณะที่อภิปรายประท้วงข้างต้น นายปัญจะ เกสรทอง ยอมถอนคำพูด เพราะคำที่ตนกล่าวนั้นกระทบต่อประธาน แต่ ส.ส. พรรคชาติไทยเห็นว่า ที่นายสถาปน์ ศิริขันธ์ กล่าวว่า “…กระผมก็ไม่ทราบว่าท่านทั้งหลายนี่รับประทานอะไรมา เมื่อเช้านี้ถึงมาพากันเสือกเหลือเกิน…” นี้เป็นการตั้งใจพูดกระทบถึง ส.ส. พรรคชาติไทยโดยตรง

นายประเทือง วิจารณ์ปรีชา โตเถียงกับประธานว่า “…กระผมกราบเรียนท่านประธานว่า คำว่า ‘เสือก’ นี่ให้เจ้าหน้าที่ไปหยิบพจนานุกรมมาดูคำแปลกันเสียหน่อยดีไหมครับ มันแปลว่า ‘ทำให้เร็ว ไปได้เร็วขึ้น’ เพราะฉะนั้นกระผมบอก ‘เสือกพูด’ นี่ก็หมายความว่าเขาพูดเร็วกว่ารัฐบาล รัฐบาลยังนั่งเฉยอยู่ แล้วไม่พูด แต่สมาชิกพูดเร็วกว่านี่ ก็บอกว่าเสือกพูด มันหยาบตรงไหนครับท่านประธาน”

ประธานสภาตอบว่า “อันนี้ผมอยากจะเรียนว่าโดยสามัญสำนึกนะครับ…ถ้อยคำอย่างนี้ไม่ควรจะมีนะครับ ท่านจะอ้างพจนานุกรม หรืออะไรก็ตามเถอะ ก็อยากจะขอ” แล้วประธานจึงขอให้นายประเทือง วิจารณ์ปรีชา ถอนคำพูด เมื่อถอนคำพูดแล้ว นายสถาปน์ ศิริขันธ์ จึงได้ถอนคำพูดเช่นเดียวกัน

ต่อมา นายประเทือง วิจารณ์ปรีชา ส.ส. พิษณุโลก พรรคชาติไทย อภิปรายว่า ที่ยื่นญัตติด่วนต่อที่ประชุมสภาฯ ในวันนี้ก็เพื่อให้ฝ่ายรัฐบาลได้ชี้แจงจ่อสภาฯ แต่หลังจากอภิปรายและถกเถียงกันมานั้น รัฐมนตรีกับนั่งเฉย ๆ ไม่ได้ชี้แจงประเด็นใดเลย และพาดพิงว่า ที่ไม่ยอมพูดเพราะเป็นใบ้ และทำเป็นไม่ไม่ได้ยินเพราะหูหนวก และกล่าวว่า “ถ้ารัฐบาลเป็นทั้งหูหนวกทั้งเป็นใบ้ มันจะบริหารบ้านเมืองแล้วมันเป็นอย่างไร”

นายประเทือง วิจารณ์ปรีชา กล่าวย้ำว่า พรรคชาติไทยต้องการให้รัฐบาลออกมาชี้แจง หากรัฐบาลมีเหตุผลว่าลดราคาน้ำมันไม่ได้ ฝ่ายค้านก็จะไม่ติดขัดแต่อย่างใดหากอยู่บนพื้นฐานเหตุผลความเป็นจริง

นายเกษม บุตรขุนทอง ส.ส. เพชรบูรณ์ พรรคก้าวหน้า อภิปรายว่า เหตุที่รัฐบาลก่อนประกาศขึ้นราคาน้ำมันเพราะความจำเป็น เนื่องด้วยวิกฤตระดับโลก แต่ปัจจุบัน สถานการณ์ได้คลี่คลายไปแล้วจึงจำเป็นที่ต้องปรับลดราคาน้ำมันลงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการโหวตขอให้เปิดหรือปิดการอภิปราย พรรคร่วมรัฐบาลเอาชนะไปด้วยคะแนนเสียง 139:62 เป็นอันยุติการอภิปราย โดยไม่ได้รับการอภิปรายหรือคำตอบจากรัฐบาลต่อสภาแต่อย่างใด


อ้างอิง :

รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 14 ปีที่ 1 ครั้งที่ 7 (สมัยสามัญ) วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2526 จากเว็บไซต์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

289 ข่าวดัง 3 ทศวรรษหนังสือพิมพ์มติชน. (2550). พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: มติชน.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 มกราคม 2563

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป