พระเจ้าตาก กับนายหมุด (จักรีแขก) “ทหาร” มุสลิมคู่พระทัย

พระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช ที่ทุ่งนาเชย จังหวัดจันทบุรี

พระเจ้าตาก กับนายหมุด (จักรีแขก) “ทหาร” มุสลิมคู่พระทัย

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เสด็จสวรรคตมากว่า 200 ปี หลาย “เรื่อง” เกี่ยวกับพระองค์ยังเป็นที่ร่ำลือ ไม่ว่าจะเป็นคุณูปการที่กอบกู้บ้านเมือง พระอัจฉริยะภาพทางการทหาร ความผิดปกติของพระสติ แม้แต่เรื่องราวของนายทหารสำคัญก็ยังถูกพูดถึง อาทิ พระยาพิชัยดาบหัก หรือในที่นี่ซึ่งจะพูดถึงคือทหารมุสลิมคู่พระทัย

หลายเรื่องที่ว่าเป็นเรื่องเล่าที่เราเคยฟังกันในลักษณะของตำนานเรื่องเล่าที่ผสมปนเปทั้งเรื่องเท็จ เรื่องจริง และหลายเรื่องก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ เรื่องเล่าที่พูดถึงนั้นมีหัวข้อเกี่ยวกับ “ทหาร” ของพระเจ้าตากที่ชื่อ “นายหมุด” ด้วย

บทความเรื่อง “เจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์ (จักรีแขก) มุสลิมกู้ชาติ” ของปเรตร์ อรรถวิภัชน์ เผยแพร่ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนพฤษภาคม 2560 เล่าเรื่องนายทหารมุสลิมคนสำคัญของกรุงธนบุรี “เจ้าพระยาจักรี (หมุด)” ว่า เจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์ หรือ “นายหมุด” เป็นแขกสุหนี่เชื้อสายเปอร์เซีย เดิมเป็นข้าราชสำนักอยุธยา ตำแหน่งหลวงนายศักดิ์ (หมุด) ได้รับพระบรมราชโองการให้ไปเก็บส่วยอากรจากหัวเมืองตะวันออก และได้เงินจากพระยาจันทบุรี 300 ชั่ง

แต่เมื่อนายหมุดทราบข่าวว่ากรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าก็ไม่ได้นำเงินส่วยอากร 300 ชั่งที่เก็บได้คืนแก่เจ้าเมืองจันทบุรี และตัดสินใจอาสาร่วมทัพกู้ชาติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

นายหมุดมีชื่อเต็มว่า “มะหะหมุด” เป็นบุตรของขุนลักษมณา (บุญยัง) เป็นหลานปู่ของพระยาราชบังสัน (ฮะซัน) เป็นลูกหลานผู้สืบสกุลของดะโต๊ะโมกอล แขกมุสลิมนิกายสุหนี่ พื้นเพเดิมมาจากเปอร์เซีย มาตั้งรกรากที่เมืองสาเลห์ ประเทศอินโดนีเซีย ก่อนหนีฝรั่งล่าอาณานิคมมาอยู่หัวเขาแดง ใกล้อำเภอสทิงพระ เมืองสงขลา ประมาณ พ.ศ. 2147

ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มีบรมราชโองการให้พระยารามเดโช เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ยกทัพลงไปตีเมืองสงขลาจนได้ชัยชนะ คราวนั้นเมืองสงขลาที่หัวเขาแดงพ่ายแพ้สงครามและถูกเผาเสียหายเกือบทั้งเมือง

หลังสงคราม พระยารามเดโชซึ่งเป็นแขกมุสลิมนิกายสุหนี่ กราบบังคลทูลขอพระราชทานอภัยโทษลูกหลานสุลต่านสุลัยมาน แต่ให้กวาดต้อนคนออกจากพื้นที่ ผู้อายุ 60 ปีขึ้นไปย้ายไปเมืองไชยา หนุ่มสาวรวมไปถึงนายฮะซัน ให้เข้ามารับราชการที่กรุงศรีอยุธยา

ช่วงปลายอยุธยา นายหมุด ถวายตัวเป็นมหาดเล็กในพระเจ้าเอกทัศน์ มีตำแหน่งที่หลวงศักดิ์นายเวร คนจึงเรียก “หลวงนายศักดิ์

นายหมุดร่วมรบในทัพสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชอย่างต่อเนื่อง เชี่ยวชาญด้านการเดินเรือ ตั้งแต่การช่วยสนับสนุนพระเจ้าตากที่เมืองจันทบุรี และมีบทบาทสำคัญในการช่วยสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ กอบกู้เอกราช

การศึกเมื่อต้นแผ่นดิน เช่น การปราบก๊กพระเจ้านครศรีธรรมราชซึ่งตั้งตัวเป็นอิสระหลังกรุงแตก เจ้าพระยาจักรี (หมุด) ก็เป็นแม่ทัพใหญ่คุมกำลังไปปราบ แม้บทความระบุว่าไม่สำเร็จ เนื่องจากหมู่ทหารแตกสามัคคีต้องถอยทัพ ต่อมาสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ยกทัพหลวงมาหนุนจนยึดเมืองได้ พระเจ้านครศรีธรรมราช (หนู) หนีลงไปปัตตานี แต่พงศาวดารกล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่า เจ้าพระยาจักรี (หมุด) ออกติดตามและจับกุมพระเจ้านครศรีธรรมราชได้

เมื่อทำศึกกับเขมรก็รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นแม่ทัพเรือ ฯลฯ และเนื่องจากความดีความชอบในการกู้เอกราช หลวงนายศักดิ์ (หมุด) จึงได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระยายมราชที่แม่ทัพเรือ เวลาต่อมาได้เป็นเจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์ ดำรงตำแหน่งสมุหนายกคนแรกของกรุงธนบุรี

เมื่อถึงแก่อนิจกรรมในปี พ.ศ. 2317 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเสด็จไปร่วมในการฝังศพที่มัสยิดต้นสน (มัสยิดกุฎีใหญ่) จากนั้นแต่งตั้งพระยายมราช (ทองด้วง) ขึ้นเป็นเจ้าพระยาจักรี

 


อ้างอิง: ปเรตร์ อรรถวิภัชน์. เจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์ (จักรีแขก) มุสลิมกู้ชาติ ใน นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 37 ฉบับที่ 7 เดือนพฤษภาคม. 2560


เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรก เมื่อ 28 พฤษภาคม พ.ศ.2562

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป