| ผู้เขียน | ศุภาวีร์ รักษา |
|---|---|
| เผยแพร่ |
คีแซ็ง ในสังคมเกาหลี จากหญิงสาวคู่เสียงดนตรี สู่บุปผางามใต้สังคมชายเป็นใหญ่
หนึ่งในกิจกรรมยามว่างของใครหลายคนคงหนีไม่พ้นการนอนดูซีรีส์ ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ตะวันตก จีน ไทย และเกาหลี
หากใครที่ชอบดูซีรีส์เกาหลีย้อนยุค ตัวละครที่เรามักจะได้ยินกันเป็นประจำคือ คีแซ็ง ซึ่งเป็นตัวละครทั้งฝ่ายดีและฝ่ายร้าย ตามแต่ผู้เขียนบทว่าจะให้อยู่ฝ่ายไหน แล้วคีแซ็งคืออะไร?
“คีแซ็ง” หรือที่คนเรียกติดปากกันว่า กีแซง (ฮันกึล : 기생, ฮันจา : 妓生) หมายถึงสตรีที่ยึดเอา “妓” (คี) เป็นอาชีพ พจนานุกรมให้ความหมายว่า “โสเภณี ผู้หญิงลามก” แต่หากพิจารณาที่มาคำว่า “妓” (คี) ในฮันจาของคีแซงที่เกิดจากการนำตัวจีน 2 ตัว มารวมกันคือ 女 แปลว่า ผู้หญิง กับ 支 แปลว่า เครื่องดนตรีไม้ไผ่ จะได้ความหมายว่า “สตรีที่ยึดเอาการเล่นดนตรีเป็นอาชีพ”
ดนตรีที่เล่นเป็นอาชีพในที่นี้คือ “ยอ-อัก” โดย ยอ-อัก คือเพลง ท่าเต้น และการบรรเลงแบบดั้งเดิมที่เห็นได้จากงานเลี้ยงในรั้ววัง แรกเริ่มยอ-อักถูกจัดว่าเป็นของต่ำจึงห้ามเล่นที่งานเลี้ยงในวัง ต่อมาในยุคโชซ็อนตอนต้น จัดระเบียบดนตรีในวังใหม่ จึงมีผู้เสนอให้ยกเลิกยอ-อัก ไป แต่ทว่าพระเจ้าเซจงมหาราชทรงให้อนุรักษ์ไว้
ยอ-อัก ประกอบไปด้วย 3 ส่วน ได้แก่ เพลง เครื่องดนตรี และท่าเต้น หน้าที่แบ่งออกเป็น ซ็องกี ผู้ขับเพลง อักกี ผู้บรรเลงดนตรี และ มูกี ผู้ฟ้อนรำ ต่อมาในช่วงท้ายของยุคโชซ็อนการแบ่งในลักษณะนี้เปลี่ยนแปลงไปเป็นคีแซ็งทำหน้าที่ร้องเพลงและฟ้อนรำ ส่วนอักกีบรรเลงดนตรีตามปกติ

คีแซ็ง ในสังคมเกาหลี นั้นแบ่งตามเขต คือ คีแซ็งในเมืองหลวง เรียกว่า คย็องกี และคีแซ็งท้องถิ่น เรียกว่า ควันกี คย็องกีถูกจัดเป็นตำแหน่งสูงสุดของคีแซ็ง พวกนางจะอยู่ในสังกัดอักว็อน ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการที่ดูแลเรื่องดนตรี แต่ควันกีนั้นกลับโดนดูถูกด้อยค่าโดยการเรียกว่า ชูทัง ที่หมายถึง แกงที่ช่วยชูรสสุรา
เมื่อตำแหน่งคย็องกีว่าง ควันกีส่วนหนึ่งก็จะขึ้นมาที่โซลเพื่อรับตำแหน่งแทน ซึ่งผู้คนจะเรียกควันกีที่ขึ้นมาเมืองหลวงว่า ซ็อนซังกี หมายถึง คีแซ็งที่ผ่านการคัดเลือกและถูกส่งขึ้นมา
หน้าที่ของคย็องกีหลัก ๆ นั้น คือร้องรำและสร้างความบันเทิงที่งานเลี้ยงในวัง พวกนางจะถูกเรียกมาในตอนที่มีทูตมาจากต่างประเทศ การไปแสดงตามงานเลี้ยงของเหล่าขุนนางชั้นสูง จึงเป็นรายได้หลักของพวกนาง เพราะงานระดับประเทศไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ ส่วนควันกีนั้นส่วนมากจะไปแสดงตามงานเลี้ยงที่จวนผู้ว่าหรือผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น
แต่ก็มีคีแซ็งบางคนที่ร่วมหลับนอนกับราชทูตที่กษัตริย์ส่งมาหรือขุนนางระดับสูง คีแซ็งพวกนี้ถูกเรียกว่า ซูซ็อง-คีแซ็ง เดิมซูซ็องหมายถึง การรับใช้ใกล้ชิดในเรือนทำงานของจวนผู้ว่า ซึ่งการรับใช้นี้หมายรวมถึงเรื่องบนเตียงด้วย ทำให้บางครั้งพวกนางจึงถูกเรียกว่า “พังซูกี” “พังจิกกี” หรือ “พังกี” มีความหมายว่า คีแซ็งเฝ้าห้อง เพราะห้องเป็นสถานที่ร่วมเตียงของชายหญิงโดยทั่วไป
เมื่อการรับใช้บนเตียงเช่นนี้มีลักษณะเป็นการค้าประเวณี คีแซ็งจึงถูกเรียกว่า ชังกี ที่แปลว่า ผู้หญิงขายตัว
ควันกีในแต่ละท้องถิ่น จะถูกยัดเยียดให้ทำซูช็อง ราวกับเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งที่ต้องทำ ซึ่งคนที่ไม่ทำจะถูกลงโทษ หลายคนโดนโบยหรือโดนเฆี่ยนจนตาย ซึ่งมีบันทึกเรื่องนี้ไว้ว่า ชเว จิกกี ขุนนางระดับ 10 ในสมัยพระเจ้าแทจง ได้สั่งให้ควันกีนามว่า มย็องฮวา ทำซูช็อง แต่นางขัดขืนไม่ยอมทำตามคำสั่ง จึงถูกเฆี่ยนจนตาย นี่จึงเป็นเรื่องที่น่าหดหู่ใจที่เกิดขึ้นกับคีแซ็งในยุคสมัยที่ชายเป็นใหญ่

อ่านเพิ่มเติม :
- หลังม่านรักในสังคมศักดินาเกาหลี จากซีรีส์ว่าด้วย นางคณิกา-ชายชุดดำ-คนล่าทาส
- ฮวาง จิน-ยี นางบำเรอที่แม่โดนชนชั้นสูงบีบให้ทำแท้ง นิยายอิงประวัติศาสตร์กับปมศักดินา
- ราชินี “มินจายอง” ผู้พลีชีพแทนพระเจ้าโกจง จักรพรรดิโดยชอบธรรมองค์สุดท้ายของเกาหลี
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
Park Young-Kyu. (2568). โชซ็อน นครเร้นรัก. (ธาคุณ ไวยธิรา, ผู้แปล). มติชน. (ต้นฉบับพิมพ์ปี 2019)
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 10 สิงหาคม 2569





