เครื่องสำอางตะวันตก เริ่มเข้ามาแพร่หลายในหมู่หญิงไทยตั้งแต่สมัยใด?

เครื่องสำอางตะวันตก
ภาพโฆษณาเครื่องสำอางตะวันตก

เครื่องสำอางตะวันตก เริ่มเข้ามาแพร่หลายในหมู่หญิงไทยตั้งแต่สมัยใด?

ในยุคปัจจุบันการแต่งหน้าทาปาก หรือใช้เครื่องสำอางที่นำเข้าจากต่างประเทศนั้น กลายเป็นเรื่องปกติในสังคมไทย

แต่ทุกคนสงสัยหรือไม่ว่า เครื่องสำอางของชาวตะวันตกเริ่มเข้ามาในสังคมไทยช่วงไหน?

ค่านิยมเรื่องความงามของคนไทยเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในสมัยรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 ซึ่งเป็นยุคที่ไทยเร่งปฏิรูปประเทศในทุกด้าน ทั้งการศึกษา เศรษฐกิจ การเมือง และสังคม เพื่อให้ทัดเทียมโลกตะวันตก และป้องกันไม่ให้ถูกมองว่าเป็นชนชาติล้าหลังหรือป่าเถื่อน

การรับอิทธิพลจากตะวันตกนี้ได้เข้ามาพลิกโฉมสังคมไทย ค่านิยมด้านความงามก็ได้รับผลกระทบจากการปรับตัวให้ทันสมัยเช่นกัน เมื่อความงามเริ่มถูกผูกโยงเข้ากับภาพลักษณ์แบบตะวันตกและสินค้าต่างชาติ จึงส่งผลให้ยุคนั้นเริ่มนำเข้าเครื่องสำอางจากต่างประเทศเข้ามา

ภาพถ่ายเก่าจากสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เผยให้เห็นบรรยากาศของห้างร้านที่ขายข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแป้ง สบู่ น้ำหอม และโคมไฟ สันนิษฐาว่าเป็นภาพในช่วงระหว่างสมัยรัชกาลที่ 5 คาบเกี่ยวมาถึงรัชกาลที่ 6 

ในภาพมีป้ายโฆษณาสบู่วิโนเลีย (Vinolia Soap) และกล่องสบู่เวสทัลวิโนเลีย (Vestal Vinolia Soap) ซึ่งเป็นแบรนด์สบู่ที่ก่อตั้งในช่วง พ.ศ. 2435 นอกจากนี้ ยังมีไวน์แบรนด์ไวโบรานา (Vibrona) ที่เป็นผลิตภัณฑ์ในช่วง พ.ศ. 2453 อีกด้วย

ร้านข้องใช้ สบู่ ไวน์
ภาพถ่ายร้านของใช้ (แป้ง, สบู่, น้ำหอม, โคมไฟ) จากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ
(ภาพจาก หนังสือ : ประวัติศาสตร์ที่เราสวย)

สำหรับเครื่องสำอางที่ใช้ตกแต่งใบหน้านั้น เดิมมักนิยมใช้แต่งหน้าเพื่อการแสดงละครในราชสำนัก ซึ่งจากเดิมที่ใช้แป้งฝุ่นจีน ก็เริ่มหันมาใช้เครื่องสำอางของฝั่งตะวันตกมากขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6

อย่างไรก็ตาม เครื่องสำอางจากต่างประเทศในยุคนั้นถือเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่มีราคาแพงมาก จึงแพร่หลายอยู่แค่ในกลุ่มชนชั้นนำเท่านั้น 

และด้วยความที่ฐานผู้บริโภคยังมีขนาดเล็กและจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มชนชั้นสูงนี่เอง จึงส่งผลให้อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ความงามที่ผลิตภายในประเทศเติบโตอย่างเชื่องช้า ในขณะที่เครื่องสำอางนำเข้าก็ยังคงมีราคาสูงลิ่วอย่างต่อเนื่อง

ภาพโฆษณา น้ำหอม ไทย
โฆษณาน้ำหอมนำเข้าจากฝรั่งเศสและปารีสภายในห้างรีโกลด์
(ภาพจาก หนังสือ : ประวัติศาสตร์ที่เราสวย)

ดังที่ในหนังสือ “เล่าเรื่องของไทย” โดย ลาวัณย์ โชตามระ ได้เขียนไว้ว่า

“เครื่องสำอางในช่วงเวลานี้ยังหาซื้อได้ยาก

เนื่องจากมีราคาแพง จะมีขายก็เพียงแต่ตามห้างฝรั่ง 

อย่างเช่น สีทาปากขนาดกลางแท่งหนึ่งราคา

ราว ๆ สิบสลึง สามบาท เทียบเท่าข้าวสารห้าถัง

หรือเนื้อหมูแดงสิบกิโลกรัม ฉะนั้นจึงทำให้เครื่อง

สำอางหรือเครื่องแต่งหน้าต่าง ๆ กลายเป็นของติดมือ

สำหรับคนที่กลับจากเมืองนอก หรือของฝาก

ให้กับพวกพ้องคนไทยและกลายเป็นของแปลก”

ด้วยเหตุนี้ เครื่องสำอางนอกจากจะเป็นเครื่องใช้สำหรับตกแต่งใบหน้าให้สวยงามแล้ว ยังเป็นสิ่งสะท้อนความร่ำรวยและฐานะทางเศรษฐกิจของบุคคลที่ครอบครองอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง :

ญาณี กลิ่นเมือง. (2568). ประวัติศาสตร์ที่เราสวย. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: มติชน.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 27 กรกฎาคม 2569