คำว่า “พ่อขุน” ในสุโขทัย ไม่ใช่กับกษัตริย์ที่ยังครองราชย์ แต่ใช้เมื่อสวรรคตไปแล้ว

พระบรมราชานุสาวรีย์ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ประกอบเรื่อง คำว่า พ่อขุน
พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช (ภาพจาก Cloudcolors / Wikimedia commons สิทธิ์การใช้งาน Attribution-Share Alike 3.0 Unported)

เรามักเข้าใจกันโดยอัตโนมัติว่า คำว่า พ่อขุน คือคำขึ้นต้นพระนามของกษัตริย์ผู้ครองเมืองสุโขทัย ศรีสัชนาลัย ในยุคแรก ๆ ของรัฐสุโขทัย รวมถึงราชวงศ์พระร่วง

แต่จริง ๆ แล้ว “พ่อขุน” ใช้ยังไงกันแน่?

พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ที่อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก (ภาพ : FB พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ)

ศ. ดร. นิธิ เอียวศรีวงศ์ อธิบายว่า คำ พ่อขุน พบในจารึกสุโขทัยสองหลักเท่านั้น คือหลักที่ 1 และหลักที่ 2 และไม่ปรากฏในเอกสารโบราณใดอีกเลย ซึ่งในจารึกหลักที่ 1 คำว่า “พ่อขุน” ก็ปรากฏหลังบรรทัดที่ 17 ไปแล้ว โดยเริ่มต้นว่า “เมื่อชั่วพ่อขุนรามคำแหง…”

จากรูปคำทำให้เชื่อว่า จารึกขึ้นหลังสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ซึ่ง อ. นิธิ ชี้ว่า ด้วยบริบทแวดล้อมต่าง ๆ ทำให้เชื่อได้ว่า ตั้งแต่ส่วนนี้ไปน่าจะจารึกในสมัยพระยาลิไทย (พ.ศ. 1890-1919) และที่เอ่ยถึงพ่อขุนรามคำแหงฯ ก็เป็นไปในลักษณะการยกย่องโคตรวงศ์ของตน

ส่วนคำเรียกกษัตริย์ขณะที่เสวยราชย์ เมื่อดูจากหลักฐานร่วมสมัยจารึกหลักที่ 1 พบว่า เรียกเพียง “ขุน” เท่านั้น ไม่ใช่พ่อขุน

อย่างจารึกหลักที่ 2 ของมหาเถรศรีศรัทธา ได้ลำดับวงศ์ตระกูลของท่านตั้งแต่ “พระยาศรีนาวนำถม” หรือพ่อขุนศรีนาวนำถม (ปู่) กับ “พระยาผาเมือง เป็นขุนในเมืองราด” บิดาของท่าน จากนั้นหากจะเอ่ยอ้างถึงอีกก็จะเรียกว่า “พ่อขุนผาเมือง”

จารึกวัดศรีชุม หรือจารึกหลักที่ 2
จารึกวัดศรีชุม หรือจารึกหลักที่ 2 (ภาพจาก ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร)

ส่วนกษัตริย์ราชวงศ์พระร่วง มหาเถรศรีศรัทธาเอ่ยถึง “พ่อขุนบางกลางหาว” หรือ “พ่อขุนศรีอินทราทิตย์” กับ “พ่อขุนรามราช” ซึ่งก็คือพ่อขุนรามคำแหง

แต่พอกล่าวถึงกษัตริย์สุโขทัยอีกองค์ ซึ่งน่าจะมีพระชนม์ชีพอยู่ขณะที่ท่านสร้างจารึก หรืออยู่ในชั่วอายุคนเดียวกัน กลับไม่ได้เรียกกษัตริย์พระองค์นั้นว่า “พ่อขุน” แต่เอ่ยถึงว่า “หลานพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ผู้หนึ่ง ชื่อธรรมราชา…” และ “สมเด็จธรรมราชา”

“พ่อขุน” จึงไม่ใช่ “ตำแหน่งทางการเมือง” ไม่ได้ใช้เรียกกษัตริย์ที่กำลังครองราชย์อยู่ แต่เป็นคำสำหรับเอ่ยถึงบรรพกษัตริย์อย่างยกย่อง และไม่จำเป็นต้องเป็น “พ่อ” กับผู้ที่เรียกแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

นิธิ เอียวศรีวงศ์. (2538). กรุงแตกฯ, พระเจ้าตาก และประวัติศาสตร์ไทย. กรุงเทพฯ : มติชน.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 28 พฤษภาคม 2569