| ผู้เขียน | ธนกฤต ก้องเวหา |
|---|---|
| เผยแพร่ |
“ปิกนิกฮอลันดา” เมื่อชาวดัตช์ก่อเรื่องในอยุธยา
ชาวฮอลันดา หรือดัตช์ คือหนึ่งในชนตะวันตกที่เข้ามาตั้งสถานีการค้าในอยุธยา จนมีชุมชนชาวฮอลันดาอยู่ทางใต้ของเกาะเมือง แล้วความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับราชสำนักอยุธยาก็เป็นไปอย่างราบรื่น กระทั่งเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง เรียกว่า “ปิกนิกฮอลันดา” (A Dutch Picnic in Ayutthaya)
เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ วัน วลิต หัวหน้าสถานีการค้าของฮอลันดา ต้องพาคนในสังกัดคลานเข่าขอขมาพระเจ้าแผ่นดินอยุธยาเลยทีเดียว

เรื่องมีอยู่ว่า ลูกจ้างบริษัทอินเดียตะวันออกของดัตช์ (VOC) เจ้าของสถานีการค้าในอยุธยา มักใช้เวลาวันหยุดพักผ่อนท่องเที่ยวรอบเกาะเมือง แล้ววันหนึ่งใน พ.ศ. 2179 ขณะตั้งวงเหล้าริมคลองเยื้องวัดวรเชต ก็มีชาวฮอลันดา 2 คนในวงเมาเหล้าอาวะวาด ทะเลาะกับพระสงฆ์ และคนในสังกัดกรมพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) ถึงขั้นชกต่อยกันอย่างรุนแรง
ในเหตุชุลมุนนั้น ข้ารับใช้วังหน้าสู้แรงฝรั่งไม่ไหว จึงตามพรรคพวกมาช่วยกับจับกุมชาวฮอลันดาส่งไปคุมขังไว้ที่พระราชวังบวรฯ ฝ่ายลูกจ้างวีโอซีในเหตุการณ์ที่พยายามติดตามไปช่วยเพื่อน ก็ไม่วายถูกจับขังด้วย
พระเจ้าแผ่นดินอยุธยาขณะนั้นคือ สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง (ครองราชย์ พ.ศ. 2173-2199) เมื่อทรงทราบเรื่องก็ทรงพระพิโรธ เห็นว่าเป็นเรื่องที่ชนต่างชาติหมิ่นพระเกียรติ จึงโปรดให้ประหารชีวิตชาวฮอลันดาที่ถูกจับกุมทั้งหมด พร้อมประกาศห้ามดัตช์ประกอบกิจการค้าต่อ และส่งทหารล้อมชุมชนฮอลันดาเอาไว้
เยเรเมียส ฟาน ฟลีต (Jeremias van Vliet) หรือวัน วลิต หัวหน้าสถานีการค้าของฮอลันดาในอยุธยา จึง “วิ่งเต้น” ทุกวิถีทางเพื่อช่วยชีวิตลูกจ้างบริษัทฯ เคราะห์ดีที่สมเด็จพระเจ้าปราสาททองพระทัยอ่อน จนทรงเว้นโทษประหาร แต่ทรงยื่นเงื่อนไขว่า วัน วลิต และชาวฮอลันดาในสังกัดทั้งหมดต้องคลานเข่ามาดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยา และกราบขอพระราชทานอภัยโทษจากพระองค์ต่อหน้าข้าราชบริพารทั้งปวง
นอกจากนี้ วัน วลิตยังต้องเซ็นสัญญารับรองเป็นลายลักษณ์อักษรว่า หัวหน้าสถานีการค้าของฮอลันดาจะรับผิดชอบการกระทำความผิดใด ๆ ก็ตามจากการกระทำของคนในบังคับในอนาคต และให้คำสัตย์แทนชาวฮอลันดาและคนของบริษัทฯ ว่า พวกเขาจะปฏิบัติตามธรรมเนียมประเพณีและกฎหมายของสยาม
เพื่อให้การค้าระหว่างฮอลันดากับอยุธยายังดำเนินต่อไป วัน วลิต จึงน้อมรับและปฏิบัติตามข้อตกลงทั้งหมด

นักประวัติศาสตร์ชาวดัตช์มองว่า แม้ลูกจ้างชาวฮอลันดาของวีโอซีจะมีความผิดจริง แต่การใช้มาตรการเข้มงวดรุนแรงของกษัตริย์อยุธยาอาจเกี่ยวข้องกับการแสดงพระราชอำนาจของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ที่ทรงปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์ได้ไม่นาน ผ่านการ “จัดการ” ชาวต่างชาติในสยามอย่างเข้มงวด
เหตุการณ์นี้ทำให้ชาวฮอลันดาในอยุธยา โดยเฉพาะหัวหน้าสถานีการค้าซึ่งเป็นผู้นำชุมชนต้องใช้ชีวิตอย่างระแวดระวังว่าจะมีความผิดเรื่อยมา ส่วนวัน วลิต ก็ถูกข้าหลวงใหญ่ดัตช์แห่งปัตตาเวีย (บนเกาะชวา) ศูนย์กลางอำนาจของฮอลันดาในภูมิภาคอุษาคเนย์ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของเขาโดยตรง รวมถึงชาวฮอลันดาในเมืองท่าอื่น ๆ ตำหนิ ด้วยเหตุที่ยอมอ่อนน้อมต่อราชสำนักอยุธยามากเกินไป จนสร้างความเสื่อมเสียแก่ชาวยุโรป
แต่สำหรับวัน วลิต แล้ว เขาก็ไม่สามารถปล่อยให้ลูกน้องของตนถูกประหารชีวิตได้ เพราะนั่นจะยิ่งทำให้บริษัทฯ เสื่อมเสียทั้งในสายตาของชาวสยามและต่างชาติ การนำพวกพ้องคลานเข่าขอขมากษัตริย์อยุธยา จึงเป็นสถานการณ์ “กลืนไม่เข้า คายไม่ออก” ที่เขาต้องเลือกหากยังอยากปฏิบัติงานในสยามต่อไป

อ่านเพิ่มเติม :
- “พระเจ้าปราสาททอง” กษัตริย์แห่งอยุธยาที่ได้ชื่อว่าเป็นนักดื่มตัวยง
- บันทึกพ่อค้าฮอลันดา ระบุกษัตริย์อยุธยามีรายได้ 25 ตันทองต่อปี!
- ทำไมโปรตุเกสเป็นยุโรปชาติแรกที่ตั้งถิ่นในสยาม สู่อิทธิพลการทหาร-การค้า-ศาสนา
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
กำพล จำปาพันธ์ และโมโมทาโร่. (2566). Downtown Ayutthaya ต่างชาติต่างภาษา และโลกาภิวัฒน์แรกในสยาม-อุษาคเนย์. กรุงเทพฯ : มติชน.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 26 พฤษภาคม 2569





