“วัดทอง” สถานที่ปลงศพแม่นมโกษาปาน กับหลักฐานที่ใช้ไขปริศนา

วัดทอง สถานที่ปลงศพแม่นมโกษาปาน
โกษาปานและแผนที่แกมป์เฟอร์ ยุค 1690 จาก wikicommon

วัดทอง สถานที่ปลงศพแม่นมโกษาปาน กับหลักฐานที่ใช้ไขปริศนา

เอลเยลเบิร์ต แกมป์เฟอร์ คือนายแพทย์ชาวเยอรมันที่เดินทางมายังอยุธยา พร้อมกับคณะทูตของบริษัทอีสต์อินเดียตะวันออกของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งตรงกับต้นสมัยสมเด็จพระเพทราชา

นอกจากมาเยี่ยมเยียนอยุธยา สิ่งหนึ่งที่แกมป์เฟอร์เหลือทิ้งไว้เป็นประโยชน์ต่อประวัติศาสตร์ชาติไทย ก็คือบันทึกต่าง ๆ ของเขา

ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจและตลอดมาก็มีการตั้งคำถามหาคำตอบก็คือ “สถานที่ปลงศพแม่นมของโกษาปาน” ว่าอยู่ที่ใดกันแน่ โดยโกษาปานผู้นี้น่าจะคุ้นเคยกันดีว่า เป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ของอยุธยา ที่เคยเดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรียังประเทศฝรั่งเศส

(ภาพจากปฏิทินฝรั่งเศสปี 1687)

เนื่องจากบันทึกของแกมป์เฟอร์ได้เขียนไว้ว่า เขาเคยมางานศพของแม่นมของโกษาปาน หลังจากที่แม่แท้ ๆ ของโกษาปานเสียชีวิตไปเมื่อ 15 เดือนก่อน ทั้งยังบรรยายภาพงานไว้อย่างเด่นชัด ไม่ว่าจะเป็นความหรูหราอลังการ และขบวนเรือแห่อันละลานตา 

ที่สำคัญก็คือมี Hint ไว้ประโยคหนึ่งว่า พิธีปลงศพแม่นมของโกษาปานจัดขึ้นตรงระหว่างสาขาแม่น้ำตรงข้ามกับตัวเมือง มีรั้วล้อมรอบด้วยธงทิวและเครื่องประดับอย่างอื่น ๆ ตรงกลางสถานที่ทำศพมีหอสูงประดับประดาอย่างดงาม และพระเจ้าแผ่นดิน คือสมเด็จพระเพทราชาได้เสด็จฯ มาพระราชทานเพลิงศพด้วยพระองค์เอง เพื่อเป็นเกียรติยศอย่างสูงแก่ท่านพระยาพระคลัง”

เรื่องนี้ ศาสตราจารย์พิเศษ ขจร สุขพานิช เคยวิเคราะห์ไว้ว่า สถานที่จัดพิธีปลงศพแม่นมของโกษาปานที่อยู่ตรงแควทั้งสองของแม่น้ำเจ้าพระยานั้น น่าจะอยู่บริเวณวัดพนัญเชิง อาจเป็น 1 ใน 4 วัดนี้ ได้แก่ วัดโคก วัดรอ วัดขอม และวัดมณฑป เพราะพบซากวัดบริเวณนั้น

โดยอาจารย์คาดว่า แควทั้ง 2 คงจะเป็นแม่น้ำเจ้าพระยากับแม่น้ำคูขื่อหน้าหรือแม่น้ำป่าสักในปัจจุบัน ซึ่งบรรจบกันตรงสามแยกบางกะจะ

อย่างไรก็ตาม นี่ก็ยังคงเป็นแค่ข้อสันนิษฐานที่คาดกันไว้ เพราะจากบันทึกของแกมป์เฟอร์ก็ไม่ได้เจาะจงชื่อวัดหรือตำแหน่งเฉพาะอย่างชัดเจน

การไขปริศนาหาสถานที่ปลงศพของแม่นมโกษาปานก็ยังคงดำเนินต่อไป 

จนมาปีนี้มีหนังสือเล่มใหม่จากสำนักพิมพ์มติชน นั่นคือ “วัดร้างกรุงเก่า ประวัติศาสตร์บทใหม่ของอยุธยา” ที่ กำพล จำปาพันธ์ และอชิรวิชญ์ อันธพันธ์ ร่วมกันรังสรรขึ้น มาไขคำตอบให้คนที่ยังฉงนกันอยู่ในเล่มนี้ ด้วยแผนที่ฉบับหนึ่งที่คณะของแกมป์เฟอร์วาดไว้ ซึ่งปรากฏภาพสเก๊ตช์ของเกาะเมืองอยุธยา

แผนที่กรุงศรีอยุธยา หมอแกมป์เฟอร์ ราชวงศ์สุพรรณภูมิ
แผนที่กรุงศรีอยุธยาฉบับร่างของหมอแกมป์เฟอร์ ที่เข้ามากรุงศรีอยุธยาเมื่อราว พ.ศ. 2233 แสดงสถานที่สำคัญในพระนคร

แผนที่ฉบับนี้โดดเด่นมาก ใส่รายละเอียดของการสัญจรภายในพระนครไว้มากมาย อย่างถนน ลำคลอง แม่น้ำล้อมรอบ ทั้งยังได้รับการยอมรับว่ามีความแม่นยำสูง 

เส้นแม่น้ำเจ้าพระยาทางทิศใต้ของเกาะเมืองอยุธยาในแผนที่ของแกมป์เฟอร์ ปรากฏตำแหน่งลำคลองแยกที่ลงไปทางทิศใต้ ลำคลองนี้ก็คือคลองคูจาม คลองเส้นสำคัญในชุมชนใหญ่ เรียกกันว่า “ปท่าคูจาม”

นอกจากปากคลองคูจามแล้ว ถัดไปในฝั่งตะวันออกก็ปรากฏวัดแห่งหนึ่งตั้งอยู่ เขยิบไปจากวัดนี้ก็จะเป็นพื้นที่กำแพงสี่เหลี่ยมที่มีเจดีย์หรือหอสูงชะลูดอยู่ตรงกลาง ขยับไปอีกนิดจากเจดีย์หรือหอสูงดังกล่าวก็เป็นอาคารวิหารหลังใหญ่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตรงข้ามเกาะเมืองอยุธยา

แผนที่แกมป์เฟอร์ ยุค 1690

ความโดดเด่นของภาพวัดแห่งนี้ถือเป็นความพิเศษบางอย่าง เพราะวัดอื่น ๆ ในบริเวณเดียวกัน เช่น ตำแหน่งวัดพุทไธศวรรย์กลับวาดแค่เพียงเล็ก ๆ ทั้งที่เป็นวัดใหญ่โตในแถบนั้น

นอกจากนี้ยังปรากฏภาพเรือขนาดใหญ่จำนวน 5 ลำ จอดเทียบกับริมแม่น้ำของวัด เรือทั้ง 5 ลำนี้มีโครงสร้างของอะไรบางอย่างที่สูงชะลูดภายในเรือ ซึ่งมองดี ๆ แล้ว ก็คือบนเรือมีทั้งฉัตรและโครงไม้สูงเด่นกว่าขบวนเรืออื่น ๆ

วัดพุทไธสวรรย์ อยุธยา บริเวณที่ตรัสน้อยเคยอยู่ เอนก นาวิกมูล ถ่าย BW-0019-010-ส6กค2517

ขณะเดียวกันในหนังสือ “ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นพร้อมคำบรรยายว่าด้วยราชอาณาจักรสยาม ค.ศ. 1690-1692” ของแกมป์เฟอร์ ก็มีภาพวาดที่รูปลักษณ์คล้ายกัน มีรูปประกอบ 2 ชิ้น เป็นภาพเรือ 2 ลำ ภาพหนึ่งเป็นเรือบรรทุกเสาฉัตร และอีกภาพเป็นเรือบรรทุกเครื่องสูงเป็นโครงไม้มีฉัตรปักอยู่ยอด พร้อมคำบรรยายกล่าวไว้ว่า “หัวเรือ หรือเรือที่ชาวสยามใช้ในงานพิธีปลงศพ”

ขณะที่แกมป์เฟอร์เองก็บรรยายถึงงานศพของแม่น้ำโกษาปานไว้ว่า

“หีบศพนั้นเป็นหีบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าละม้ายหีบศพของเยอรมัน ปิดทองหรือปิดด้วยกระดาษทองตั้งไว้ใต้โครงอันโอ่อ่ามีเพดาน ซึ่งปิดทองเช่นกัน และประดับประดาด้วยเสาและบัวหัวเสาที่ค้ำยันบรรดาหลังคาซึ่งโค้งแอ่นมีลักษณะเป็นซุ้ม

โดยแตกต่างกันไปตามยศถาบรรดาศักดิ์ของผู้วายชนม์ เคียงเรือศพมีเรืออีกลำหนึ่งขนาดยาวเท่าๆ กัน แล่นคู่ขนานไปกับเรือศพ เรือลำนี้มีสิ่งก่อสร้างทรงพีระมิดรูปร่างเหมือนหอคอยสูงนี้ประดับทองอย่างดงาม

นอกจากนี้ก็มีเรืออื่นๆ อีกหลายลำแล่นเป็นขบวนไปทั้งข้างหน้าและข้างหลัง ตรงกลางลำเรือปักไม้สูงสวมมงกุฎกระดาษปิดทองประมาณแปดหรือสิบชั้น ขบวนเรือทั้งหมดนี้จอดเรียงรายอยู่ตามริมตลิ่งจนกว่าจะเสร็จพิธี”

นั่นทำให้การไขคดีเรื่องนี้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างและใกล้สู่ความจริง

เมื่อไปดูภาพแผนที่ก็ทำให้เห็นว่า แกมป์เฟอร์ได้ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพเล็ก ๆ อย่างสังเขปไว้ตรงกับเรื่องราวของงานปลงศพของแม่นมโกษาปานทุกประการ ซึ่งก็ถือเป็นการเฉลยว่า สถานที่ปลงศพของแม่นมโกษาปานอยู่ที่ใด

คำตอบก็คือบริเวณวัดตรงปากคลองคูจามฝั่งตะวันออก 

คูจามใหญ่อยู่ในตำแหน่งคลองตะเคียน กับคูจามน้อยอยู่ในตำแหน่งคลองคูจาม ตามที่นายพเยาว์ เข็มนาค ตรวจพบในแผนที่กรุงศรีอยุธยา สมัยสมเด็จพระนารายณ์ (โดย ฌาคส์ นิโกลาส์ เบแล็ง นักเขียนแผนที่ชาวฝรั่งเศส ภาพและข้อมูลจากหนังสือ กรุงศรีอยุธยาในแผนที่ฝรั่ง ของ ธวัชชัย ตั้งศิริวานิช สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2549 หน้า 78)

สอดคล้องกับข้อความที่ว่าสถานที่ปลงศพอยู่ระหว่างแควทั้งสองของแม่น้ำเจ้าพระยาตรงข้ามกรุง ซึ่งก็คือแม่น้ำเจ้าพระยากับคลองคูจามนั่นเอง

ทั้งนี้เมื่อสืบเสาะหาต่อว่า ปากคลองคูจามฝั่งตะวันออกเคยเป็นที่ตั้งของวัดอะไร ก็ได้ว่า “วัดทอง” ตามแผนที่กรุงศรีอยุธยาฉบับเก่าสุดในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และแผนที่วัดร้างอยุธยาอื่น ๆ 

อย่างไรก็ดี วัดทองนี้เป็นหนึ่งในวัดที่ถูกขุดเอาอิฐไปขายจนหมด ก่อนจะแปรสภาพเป็นพื้นที่หมู่บ้านของชาวมุสลิม หลงเหลือแค่เพียงความทรงจำว่า ครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่ปลงศพของแม่นมโกษาปาน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

กำพล จำปาพันธ์ และอชิรวิชญ์ อันธพันธ์. วัดร้างกรุงเก่า ประวัติศาสตร์บทใหม่ของอยุธยา. กรุงเทพฯ: มติชน, มีนาคม 2569.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 1 เมษายน 2569