รัชกาลที่ 3 พระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่ทรงเริ่มพระราชพิธี “เลี้ยงพระตรุษจีน”

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ประกอบเรื่อง พระราชพิธีเลี้ยงพระตรุษจีน
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3

รัชกาลที่ 3 พระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่ทรงเริ่มพระราชพิธีเลี้ยงพระตรุษจีน

แบบแผนพระราชพิธีตั้งแต่สมัยอยุธยาเรื่อยมาถึงรัตนโกสินทร์ พระมหากษัตริย์จะทรงประกอบพระราชพิธีสิบสองเดือน ซึ่งมีรากฐานมาจากความเชื่อในศาสนาพราหมณ์ กระทั่งสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้เกิดคติใหม่ที่พระราชพิธีไม่จำเป็นต้องอิงความเชื่อแบบพราหมณ์ล้วน ๆ อีกต่อไป แต่เริ่มอิง “คติจีน” เป็นที่มาของพระราชพิธีเลี้ยงพระตรุษจีน

เนื่องจากครั้งรัชกาลที่ 3 ยังเป็นกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ทรงแต่งสำเภาหลวงออกไปค้าขายกับจีนจนมั่งคั่ง สร้างรายได้ให้แก่ท้องพระคลังและส่วนพระองค์มหาศาล ทั้งมีพระสหายชาวจีนที่เป็นพ่อค้าคหบดีมากมาย และทรงคบค้าคนเหล่านี้เรื่อยมาจนทรงขึ้นครองราชย์

ด้วยเหตุนี้ ในวาระตรุษจีนหรือปีใหม่ตามธรรมเนียมจีน พระสหายชาวจีนทั้งหลายก็จะจัดของสด เช่น สุกร เป็ด ไก่ มาถวายครั้งละมาก ๆ เสมอ

พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า ณ ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์
พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า ณ ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์

แต่เมื่อมีมาถวายหลายคนเข้า จึงมีของถวายตรุษจีนเหลือจนบริโภคไม่ทัน ซ้ำยังเป็นของสดที่เก็บไว้นานไม่ได้อีก กอปรกับพระองค์มีพระราชศรัทธาในพุทธศาสนา ทรงทำนุบำรุงพระภิกษุสงฆ์เป็นนิจ จึงทรงดำริให้นำของถวายมาทำเครื่องจังหัน แล้วโปรดให้นิมนต์พระสงฆ์มารับพระราชทานฉันวันละ 30 รูป ให้พระภิกษุคณะต่าง ๆ ทั้งกลาง เหนือ ใต้ หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันมาทั้ง 3 วัน

ทั้งยังโปรดให้พระบรมวงศานุวงศ์และฝ่ายในจัดเรือขนมจีนมาร่วมถวายพระ และเลี้ยงดูผู้คนตลอด 3 วัน

รัชกาลที่ 5 มีพระราชนิพนธ์เล่าถึงการพระราชกุศลเลี้ยงพระตรุษจีนสมัยรัชกาลที่ 3 ไว้ใน “พระราชพิธีสิบสองเดือน” ว่า พวกภรรยาข้าราชการผู้ใหญ่ก็จัดเรือขนมจีนมาถวายด้วย โดยผลัดเปลี่ยนเวรกันทั้ง 3 วัน โดยรัชกาลที่ 3 ทรงให้กรมวังมาคอยรับขึ้นมาถวายพระสงฆ์ฉัน แล้วจึงได้เลี้ยงข้าราชการต่อไป พระสงฆ์ฉันแล้วถวายสบง หมากพลู ธูปเทียน กับใบชาห่อหนึ่ง

สำหรับพิธีสงฆ์ ทรงอธิบายว่า วิธีอนุโมทนาของพระสงฆ์ในการตรุษจีนนี้ ไม่เหมือนกันทั้งสามวันแต่ไหนแต่ไรมา ลางวันก็มีสัพพะพุทธา ลางวันก็ไม่มี แต่เห็นว่าเป็นการพระราชกุศลตามธรรมเนียมเช่นนี้ โดยจะไม่มีสัพพะพุทธาก็ไม่เป็นการขาดเหลืออันใดทั้งมีและไม่มี”

ภายในพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท สมัยรัชกาลที่ 4
ภาพประกอบเนื้อหา – ภายในพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท สมัยรัชกาลที่ 4

นอกจากนี้ยังโปรดให้ซื้อปลามาไถ่ชีวิตลงน้ำวันละ 10 ตําลึง โดยจะบรรทุกเรือมาจอดคอยไว้ หลังทรงพระเต้าษิโณทกแล้วก็จะโปรดให้พระเจ้าลูกเธอนำลงไปรดที่เรือปลา แล้วตักปลานั้นปล่อยไปหน้าที่นั่ง

เหล่านี้จึงเป็นลำดับขั้นตอนคร่าว ๆ ของพระราชพิธีการเลี้ยงพระตรุษจีนในยุคแรกเริ่ม ก่อนจะมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมมากขึ้นในรัชสมัยต่อมา

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

แสงอรุณ กนกพงศ์ชัย. พัฒนาการพระราชพิธีเลี้ยงพระตรุษจีนในราชสำนักสยามสามแผ่นดิน. ศิลปวัฒนธรรม ฉบับกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545.

จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. พระราชพิธีสิบสองเดือน. ห้องสมุดดิจิทัลวัชรญาณ.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2569