“เครื่องรองน้ำฝน” สุดล้ำจากอังกฤษ ที่เจ้านายสยามใช้วัดปริมาณน้ำฝนเมื่อ 150 กว่าปีก่อน

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ทรงใช้ เครื่องรองน้ำฝนจากอังกฤษ
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ (ภาพ : Wikimedia Commons)

เครื่องรองน้ำฝนจากอังกฤษ เครื่องมือสุดล้ำที่สมเด็จฯ กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ทรงใช้วัดปริมาณน้ำฝนเมื่อ 150 กว่าปีก่อน

รัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) เป็นยุคที่องค์ความรู้จากตะวันตกเข้ามาปะทะองค์ความรู้แบบดั้งเดิมของสยาม แม้หลายอย่างจะขัดแย้งจากชุดความคิดที่มีมานาน แต่ชนชั้นนำสยามก็เปิดรับและนำมาปรับใช้ โดยเฉพาะวิทยาการตะวันตก

หนึ่งในนั้นคือ เครื่องรองน้ำฝนจากอังกฤษ

ปรีดาภรณ์ เอี่ยมแจ๋ กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ในดุษฎีนิพนธ์ หัวข้อ “แนวคิดและการทำงานอุตุนิยมวิทยาในสยาม ทศวรรษ 2370-2470” คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2567 ตอนหนึ่งว่า

เรื่องเครื่องรองน้ำฝนดังกล่าว ปรากฏในบทความเรื่อง “บัญชีน้ำฝน ของสมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์” ของ นาวาเอก ประเสริฐ สุนทโรทก นับเป็นครั้งแรกที่มีการนำเนื้อหาเรื่องเครื่องรองน้ำฝนยุครัชกาลที่ 4 มาตีพิมพ์เผยแพร่ จากการที่นาวาเอก ประเสริฐ มีโอกาสเข้าถึงสมุดไทยที่บันทึกไว้ ซึ่งเก็บรักษาอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติ โดยได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการหอสมุด

จดหมายเหตุบัญชีน้ำฝน สมเด็จฯ กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ เครื่องรองน้ำฝนจากอังกฤษ
จดหมายเหตุบัญชีน้ำฝน ที่สมเด็จฯ กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ทรงพระนิพนธ์ (ภาพ :
Chainwit., CC BY-SA 4.0, via Wikimedia Commons)

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ (สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 8 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2434 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2435) ประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงจดบันทึกเรื่องน้ำฝนอย่างละเอียด โดยทรงใช้ “เครื่องรองน้ำฝนจากอังกฤษ” เป็นหนึ่งในเครื่องมือวัดปริมาณน้ำฝนด้วย

วัดบวรนิเวศ ที่ประทับ สมเด็จฯ กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ เครื่องรองน้ำฝนจากอังกฤษ
วัดบวรนิเวศวิหาร แลเห็นพระเจดีย์ทรงระฆัง ภาพถ่ายสมัยรัชกาลที่ 5 (ภาพจาก สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร)

สมเด็จฯ กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ทรงนิพนธ์ถึงเครื่องรองน้ำฝน ซึ่งนาวาเอก ประเสริฐ ได้ยกมานำเสนอในบทความ “บัญชีน้ำฝน ของสมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์” เนื้อหาบางส่วนมีดังนี้ (จัดย่อหน้าใหม่โดยผู้เขียนบทความออนไลน์)

“….. แต่นี้จะว่าด้วยเครื่องรองของอังกฤษต่อไป เมื่อ ณ วันศุกร์ ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 7 ปี มะเมีย สัมฤทธิศกจุลศักราช 1220 (ตรงกับวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2401) ทูตไทย ออกไปเมืองวิลาศกลับเข้ามาถึง ได้เอาเครื่องรองน้ำฝนเข้ามาถวายหลายสำรับ นิ้ว

เครื่องรองนั้นใหญ่มาก สิบสามนิ้วนั้นเป็น 14 นิ้วฟิต สิบห้านิ้วฟิตได้ 18 นิ้วช่างไม้ ศอก ฟิตหนึ่งเป็นศอก 5 นิ้วช่างไม้ นิ้วเครื่องรองนั้นสิบกเบียด (กระเบียด) เจ็ดกเบียดได้นิ้ว หนึ่งช่างไม้ ใบบัวรองน้ำปากกว้าง 8 นิ้วกับ 7 กเบียดแห่งนิ้ว

เครื่องรองฦก (ลึก) เป็น ตรวยลงไป 8 นิ้ว ปลายก้านกว้าง 25 กเบียด หลอดแก้วกว้าง 5 กเบียด น้ำรองพื้นล่าง 13 กเบียดจึ่งผุดขึ้นมาถึงเส้นสูญล่าง…”

นาวาเอก ประเสริฐ อธิบายเพิ่มเติมด้วยว่า แม้การวัดปริมาณน้ำฝนของสมเด็จฯ กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์จะแตกต่างจากระบบสากล ที่กรมอุตุนิยมวิทยาใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่ผลของการวัดก็สามารถใช้ประโยชน์ได้ดี เพราะสามารถทราบสภาวะของฝนในช่วงเวลานั้นๆ ได้

เครื่องรองน้ำฝนจากอังกฤษ จึงนับเป็นอีกหนึ่งประจักษ์พยานแห่งยุคสมัย ที่สยามติดต่อกับตะวันตก และจากบันทึกของสมเด็จฯ กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ก็ยังทำให้เห็นหน่วยการวัดของสยาม ที่ต่างจากมาตราวัดในปัจจุบัน นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงวัดปริมาณน้ำฝนติดต่อกันเป็นเวลาถึง 45 ปีอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 23 กันยายน 2568