ประวัติพระพุทธชินราช ฉบับเก่าแก่ที่สุด เคียงคู่ตำนานกำเนิด “พิษณุโลก”

พระพุทธชินราช ประกอบเรื่อง ประวัติพระพุทธชินราช
(ภาพจาก Facebook : วัดพระศรีรัตนมหาธาตุฯ พิษณุโลก)

เปิดประวัติพระพุทธชินราช ฉบับเก่าแก่ที่สุด ชำระยุคต้นรัตนโกสินทร์ เคียงคู่ตำนานกำเนิดเมือง “พิษณุโลก”

“พระพุทธชินราช” แห่งวัดพระศรีรัตนมหาธาตุฯ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองพิษณุโลกที่ชนชั้นนำไทยนิยมชมชอบมาแต่อดีต และเป็นพระพุทธรูปที่คนไทยรู้จักกันมากเป็นอันดับต้น ๆ เพราะถูกยกย่องว่าเป็นพุทธปฏิมากรที่งดงามที่สุดของไทย จนถูกจำลองมากที่สุดด้วย

อย่างไรก็ตาม น้อยคนจะรู้ถึงประวัติความเป็นมาของพระพุทธรูปองค์นี้…

ภาพถ่ายพระพุทธชินราช สมัยรัชกาลที่ 5 (ภาพจากสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

เรื่องราวประวัติฉบับเก่าสุดของพระพุทธชินราช เป็นหลักฐานเชิงตำนานใน พงศาวดารเหนือ ซึ่งชำระเมื่อปลายสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ผู้ชำระคือ พระวิเชียรปรีชา (น้อย) เจ้ากรมราชบัณฑิตขวา เป็นผู้เรียบเรียงตำนานเรื่องเล่าของเมืองเหนือจากตำราหลายเล่มตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา

พงศาวดารเหนือเล่าถึง พระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎก กษัตริย์แห่งเมืองเชียงแสน เป็นผู้มีอำนาจบารมีมาก ปกครองบ้านเมืองน้อยใหญ่หลายเมือง ยกทัพลงมาตีเมืองสัชนาไลยของพระเจ้าพสุจราช แต่พระพุทธโฆษาจารย์มาไกล่เกลี่ย

พระเจ้าพสุจราชยอมมาถวายบังคมพระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎก ทั้งยก นางปทุมเทวี พระธิดา ให้เป็นพระมเหสีของพระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎก ต่อมาพระนางก็ให้กำเนิดพระโอรส 2 พระองค์คือ เจ้าไกรสรราช และเจ้าชาติสาคร

ต่อมาพระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎกโปรดให้สร้างเมืองใหม่ขึ้นที่ตำบลซึ่งทรงเชื่อว่าเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาฉันจังหันใต้ต้นสมอ ภายหลังจึงตั้งชื่อเมืองแห่งนี้ว่า “พิษณุโลก” 

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุริมแม่น้ำน่านช่วงกลางเมืองพิษณุโลก ภาพถ่ายสมัยรัชกาลที่ 5 (ภาพจากสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุริมแม่น้ำน่านช่วงกลางเมืองพิษณุโลก ภาพถ่ายสมัยรัชกาลที่ 5 (ภาพจากสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

บุญญาธิการของกษัตริย์พระองค์นี้เมื่อครั้งสร้างเมืองพิษณุโลก มีบรรยายอยู่ในพงศาวดารเหนือ ความว่า

“แต่ชาติก่อนพระเจ้าศรีธรรมไตรปิฏกเป็นภิกษุ ได้สร้างพระไตรปิฏกเมื่อศาสนาพระกกุสน์เจ้า ครั้นพระองค์เกิดมาตรัสรู้ในไตรปิฎกทั้งสาม พระองค์จึงรู้ในพระทัยว่า พระพุทธเจ้าเสด็จไปบิณฑบาตทางตะวันตกตะวันออก แล้วเสด็จไปอาศัยฉันจังหันใต้ต้นสมอ แลควรจะไปสร้างเมืองไว้ในสถานที่นั้น”

เมื่อสร้างเมืองเสร็จ พระองค์ก็ให้สร้างพระธาตุและพระวิหารขึ้นกลางเมือง แล้วโปรดให้หล่อพระพุทธรูปสำริดขึ้น 3 องค์ คือ พระพุทธชินศรี พระศรีศาสดา และพระพุทธชินราช โดยช่างจากเมืองสัชนาไลยและหริภุญไชยร่วมกันสร้าง

แต่ปัญหาคือ การสร้างพระพุทธรูปสำริดทำสำเร็จแค่ 2 องค์ คือ พระพุทธชินศรี และพระศรีศาสดา ส่วนพระพุทธชินราชต้องปั้นหล่อใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า กระทั่งครั้งที่ 4 จึงมี “พระอินทร์” มาช่วยจึงสำเร็จ ดังในพงศาวดารเหนือเล่าว่า

“ขึ้นแปดค่ำ ปีกุน ตรีศก เพลาเช้า พุทธศักราช ๑๕๐๐ ปีกุน สัมฤทธิศก ด้วยอานุภาพพระอินทราธิราชเจ้า ทองก็แล่นรอบคอบบริบูรณ์ทุกประการหาที่ติมิได้”

พงศาวดารเหนือพยายามเล่าถึงบุญญาบารมีและความเลื่อมใสของพระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎกต่อพระพุทธศาสนา และเผยให้เห็นว่า พระพุทธชินราชมีความพิเศษกว่าพระพุทธรูปอีก 2 องค์ที่สร้างพร้อมกัน เพราะมีอานุภาพของพระอินทร์มาช่วยด้วย ไม่ใช่สำเร็จด้วยฝีมือช่างมนุษย์ธรรมดาทั่วไป

นี่คือตำนานประวัติพระพุทธชินราช “ฉบับเก่าแก่ที่สุด”

ความน่าสนใจในประวัติพระพุทธชินราชยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะสำนวนอื่น ๆ โดยเฉพาะพระราชนิพนธ์ของบุคคลระดับพระเจ้าแผ่นดินอย่างรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แฝงเร้นอุดมการณ์บางประการอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นถึงบริบททางสังคมและการเมืองในขณะนั้น และตอกย้ำว่า ทำไมพระพุทธชินราชจึงสำคัญต่อการอธิบายประวัติศาสตร์ไทยเหลือเกิน

อะไร “ซ่อน” อยู่ในประวัติของพระพุทธชินราช ? ร่วมเจาะลึกสิ่งแฝงเร้นเหล่านั้นแบบเต็ม ๆ ได้ใน “สับประวัติศาสตร์ ZAB HISTORY : ‘พระพุทธชินราช’ การเมืองเบื้องหลังประวัติพุทธรูป

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 31 พฤษภาคม 2568