เหตุใด “พระเจ้าตากสินฯ” ถึงทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2 ครั้ง

ทรงปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ ใน ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วัดสมณโกฎฐาราม พระนครศรีอยุธยา จักรพรรดิราช นายทหารคู่พระทัยพระเจ้าตาก พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
ภาพประกอบเนื้อหา - จิตรกรรมพระราชประวัติ “ทรงปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์” ในศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ วัดสมณโกฎฐาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ปกติมักทำกันเพียงครั้งเดียว แต่ไม่ใช่ว่าการประกอบพระราชพิธี 2 ครั้งจะไม่เคยมี มีหลายรัชกาลที่มีพระราชพิธีดังกล่าว 2 ครั้ง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชก็ทรงทำพระราชพิธีดังกล่าว 2 ครั้ง และสันนิษฐานว่าเป็นรัชกาลแรกที่ทรงทำเช่นนั้น 

พระราชพิธีฯ พ.ศ. 2310

โดยทั่วมักเข้าใจว่า พระเจ้าตากสินมหาราชทรงทำพระราชพิธีฯ เมื่อ พ.ศ. 2310 ภายหลังจากลงมาตั้งกรุงธนบุรี

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
พระเจ้าตากสินมหาราชตีค่ายโพธิ์สามต้น ภาพจิตรกรรมในพระที่นั่งวโรภาษพิมาน พระราชวังบางปะอิน (ภาพจาก “จิตรกรรมและประติมากรรมแบบตะวันตกในราชสำนัก, สำนักพระราชวัง)

ในพระนิพนธ์เรื่อง พงศาวดารเรื่องไทยรบพม่า สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงบันทึกปีศักราชพิธีราชาภิเษกของพระเจ้าตากสินมหาราชไว้ว่า

“เจ้าตากลงมาตั้งอยู่ที่ธนบุรี จึงทำพิธีราชาภิเษกในปีกุน พ.ศ. ๒๓๑๐ นั้น ประกาศพระเกียรติยศเป็นพระเจ้ากรุงศรีอยุธยามหากษัตริย์แทนโบราณราชแต่ก่อน แล้วปูนบำเหน็จนายทัพนายกองที่มีความชอบ ตั้งแต่งให้มียศศักดิ์ตามทำเนียมข้าราชการครั้งกรุงเก่า”

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ยังทรงเห็นว่าพระราชพิธีดังกล่าวไม่สมบูรณ์ ด้วยเหตุว่า “…เมื่อพระเจ้าตากทำพิธีราชาภิเษก หาพราหมณ์ทำพิธีไม่ได้ เห็นเป็นการบกพร่องไม่ต้องตามโบราณราชประเพณีจึงไม่ใช้พระราชโองการจนตลอดรัชกาล…”

พระราชพิธีฯ พ.ศ. 2314

ใน โคลงยอพระเกียรติพระเจ้ากรุงธนบุรี กล่าวถึงพิธีขึ้นครองราชย์ของพระเจ้าตากสินมหาราชว่า “ปราบดาภิเษกบน ภัทรบิฐ บัวแฮ” คำว่า “ภัทรบิฐ” คือพระที่นั่งภัทรบิฐ องค์ประกอบสำคัญในพระราชพิธีราชาภิเษก ได้แก่ พระแสงขรรค์ชัยศรี พระมหามงกุฎ พัดวาลวิชนี ธารพระกร และฉลองพระบาท ของทั้ง 5 นี้คือ “เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์” นอกจากนี้ก็มีสังข์ทักขิณาวัฏ น้ำมุรธาภิเษกที่นำมาจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ในราชอาณาจักร และการประทับบน

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
“พระที่นั่งภัทรบิฐมนังคศิลารัตนสิงหาสน์” ปูลาดด้วย “หนังราชสีห์” ภายในพระที่ดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ภาพถ่ายสมัยรัชกาลที่ 6 (ภาพจาก สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

โคลงยอพระเกียรติพระเจ้ากรุงธนบุรี ตรงกับ พ.ศ. 2310 ซึ่งเป็นพระราชพิธีปราบดาภิเษก ถือเป็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่ 1 ส่วนพระราชพิธีฯ ครั้งที่ 2 จดหมายเหตุโหรกล่าวถึงการเปลี่ยนสถานะของพระเจ้าตากสินมหาราชเมื่อ พ.ศ. 2314 ว่า “ปีเถาะ จ.ศ. 1133 [พ.ศ. 2314] พระยาตากได้เปนเจ้าแผ่นดิน”

จดหมายเหตุโหร เป็นหลักฐานสำคัญที่น่าเชื่อถือ เพราะเกิดจากธรรมเนียมที่โหรหลวงจะทำปฏิทินบอกฤกษ์ยามเป็นรายวันล่วงหน้าไว้ตลอดปี แต่ละวันจะมีที่ว่างเว้นไว้สำหรับบันทึกเหตุการณ์อย่างย่อๆ ลงในปฏิทินนั้น

ทำไมต้อง พ.ศ. 2314

ก่อน พ.ศ. 2314 มีเหตุการณ์สำคัญคือ พระเจ้าตากสินมหาราช ทรงมีชัยชนะเหนือก๊กเจ้าพระฝาง ซึ่งเป็นก๊กสุดท้ายที่พระเจ้าตากสินมหาราชทรงนำกองทัพธนบุรีเข้าปราบปราม แม้เจ้าพระฝางจะหนีรอดไปได้ แต่พระเจ้าตากสินมหาราชก็ทรงได้ช้างเผือกมาเป็นช้างคู่บุญบารมี

การปราบก๊กเจ้าพระฝางมีความหมายที่สำคัญยิ่งแก่รัชกาลพระเจ้าตากสินมหาราช เพราะชัยชนะเหนือก๊กเจ้าพระฝางคือการที่ทรงรวบรวมแผ่นดินกลับฟื้นคืนความเป็นราชอาณาจักรได้สำเร็จ ทำให้พระเจ้าตากสินมหาราชทรงเป็นจักรพรรดิราชผู้มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดินอย่างแท้จริง มิใช่เพียงเจ้าก๊กหรือนายชุมนุมอีกต่อไป

“ตีเมืองสวางคบุรี” ซึ่งเป็นที่ตั้งของชุมนุมเจ้าพระฝาง ภาพจากโคลงภาพพระราชพงศาวดาร เชียนโดย หลวงฤทธิจักรกำจร ในสมัยรัชกาลที่ ๕

พระเจ้าตากสินมหาราช เป็นพระมหากษัตริย์ที่ผ่านพระราชพิธี 2 ครั้ง คือ พระราชพิธีปราบดาภิเษก พ.ศ. 2310 หลังจากชนะก๊กสุกี้พระนายกอง และมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2314 ภายหลังจากที่ทรงชนะก๊กเจ้าพระฝาง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง :

กำพล จำปาพันธ์. “ความย้อนแย้งของพิธีราชาภิเษกสมัยพระเจ้าตากสิน กรุงธนบุรี” ใน, ศิลปวัฒนธรรม มิถุนายน 2562.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 3 มีนาคม 2568