| ผู้เขียน | ธนกฤต ก้องเวหา |
|---|---|
| เผยแพร่ |
วชิรญาณภิกขุ หรือ “ภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎ” ที่ต่อมาคือพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ถือเป็นผู้ทรงสถาปนาคณะธรรมยุติกนิกาย โดยทรงทำ “ทัฬหีกรรม” คืออุปสมบทซ้ำในคณะสงฆ์รามัญ (มอญ) ถึง 2 ครั้ง เพราะอะไร?
ความหมายของ “ทัฬหีกรรม” คือ การบวชซ้ำ หรืออุปสมบทซ้ำ พจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2544 ให้ความหมายว่า “ [ทัน-ฮี-กำ] น. การกระทำให้มั่นคงขึ้น ได้แก่ การที่ทำซํ้าลงไปเพื่อให้มั่นคงในกรณีที่การกระทำครั้งแรกไม่สมบูรณ์ มักใช้ในพิธีสงฆ์ เช่น พระภิกษุที่บวชในฝ่ายมหานิกาย เมื่อไปอยู่ในวัดที่เป็นธรรมยุติกนิกายบางวัดก็ต้องให้ทำทัฬหีกรรม”
ใน พระราชประวัติ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่เรียบเรียงโดย คณะธรรมยุต มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ระบุว่า รัชกาลที่ 4 ทรงกระทำทัฬหีกรรมในคณะสงฆ์รามัญถึง 2 ครั้ง
“วชิรญาณภิกขุ” อุปสมบทซ้ำคณะสงฆ์รามัญ
ทั้งหมดเริ่มจาก “เจ้าฟ้ามงกุฎ” ทรงผนวชเป็นพระภิกษุเมื่อ พ.ศ. 2367 ได้ทรงศึกษาวิปัสนาธุระและพระปริยัติธรรมจนแตกฉานในภาษามคธโบราณ (บาลี) ด้วยทรงมุ่งหวังจะทราบพระธรรมวินัยให้ชัดแจ้งในข้อปฏิบัติอันเป็นมูลรากของพระศาสนา ทำให้ทรงประจักษ์ว่า วัตรปฏิบัติของพระสงฆ์ไทย ณ ขณะนั้นมีความคลาดเคลื่อนและหย่อนยานมาก จึงเกิดสังเวชพระราชหฤทัย
ระหว่างที่ทรงพระปริวิตก ภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎได้ทรงพบพระเถระรามัญชื่อ พระสุเมธมุนี (ซาย พุทฺธวํโส) แห่งวัดบวรมงคล ผู้อุปสมบทมาแต่เมืองมอญ
พระสุเมธมุนีพระราชาคณะผู้ประพฤติเคร่งครัด ได้ทูลอธิบายวัตรปฏิบัติพระสงฆ์รามัญ “คณะกัลยาณี” ที่ท่านรับอุปสมบทมาให้ภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎได้ทรงทราบอย่างละเอียด ทำให้ทรงเห็นว่าวัตรเหล่านั้นมีความสอดคล้องกับพระพุทธพจน์ที่ทรงศึกษาจากพระบาลีไตรปิฎก จึงรับเอาวินัยมาเป็นแบบอย่างปฏิบัติเรื่อยมา
นำมาสู่การอุปสมบทซ้ำในคณะสงฆ์รามัญของภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎ เมื่อ พ.ศ. 2369 หลังทรงผนวชได้ 2 พรรษา เป็น “ทัฬหีกรรม” ครั้งที่ 1 โดยมีพระสุเมธมุณีเป็นพระอุปัชฌาย์
การอุปสมบทครั้งนั้นถือเป็น “ต้นคติ” ของธรรมยุติกนิกาย เป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขวัตรปฏิบัติของพระสงฆ์ไทย โดยการประเดิมเริ่มต้นที่ภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎ ก่อนจะมีภิกษุรูปอื่น ๆ เกิดความนิยมเลื่อมใสและประพฤติปฏิบัติตามอย่างพระองค์
แต่ช่วงแรกนั้นการเปลี่ยนแปลงยังไม่มาก เพราะยังทรงอยู่ระหว่างศึกษาพระปริยัติธรรม ณ วัดมหาธาตุ ที่สถิตของสมเด็จพระสังฆราช ทำให้ทรงรู้สึกไม่สะดวกพระราชหฤทัยที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขวัตรปฏิบัติทางพระวินัย เพียงแนะนำผู้มาถวายตัวเป็นศิษย์ให้รับการอุปสมบทซ้ำในคณะสงฆ์รามัญตามอย่างพระองค์เท่านั้น
กระทั่ง พ.ศ. 2372 ได้เสด็จไปประทับที่วัดเสมอราย นอกกำแพงพระนคร การเปลี่ยนแปลงแก้ไขวัตรปฏิบัติทางพระวินัยทั้งหลาย และการเทศนาตามแนวพระราชดำริจึงเป็นไปโดยสะดวก ถือเป็นปีก่อตั้งคณะธรรมยุตอย่างแท้จริง ดังสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยา ปวเรศวริยาลงกรณ์ ระบุว่า “ปีที่ออกหน้าที่ควรจะกำหนดว่าเป็นปีที่ตั้งนั้น… จ.ศ. ๑๑๙๑” คือ พ.ศ. 2372
ขณะที่ประทับอยู่วัดสมอรายนั้น ภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎทรงปรารภถึงเรื่อง “สีมา” หรือการกำหนดเขตสงฆ์ หลักสำคัญในการทำสังฆกรรมตามพุทธบัญญัติ โดยโปรดให้ขุด “นิมิต” สีมาของวัดสมอรายขึ้นมาทอดพระเนตร ทำให้ทรงเห็นว่านิมิตสีมานั้นเล็กเกินไป ไม่ได้ขนาดที่เหมาะสม แปลความได้ว่าวิธีสมมติสีมาไม่ถูกต้อง ทำให้ทรงสงสัยต่อไปถึงสีมาของที่อื่น ๆ ว่าคงบกพร่อง ไม่สมบูรณ์เช่นกัน
เป็นที่มาของการโปรดให้หาแพมาสมมติเป็นโบสถ์กลางน้ำ หรือ “อุทกสีมา” แล้วหาพระสงฆ์รามัญ 18 รูป ที่อุปสมบทมาแต่กัลยาณีสีมา ซึ่งเชื่อกันว่าพระอรหันต์ผูกไว้ ณ เมืองมอญรามัญประเทศ จากนั้นทำพิธีทัฬหีกรรมครั้งที่ 2 ณ โบสถ์แพกลางน้ำหน้าวัดสมอรายนั้น
กล่าวกันว่า เพื่อความมั่นพระราชหฤทัย ได้โปรดให้พระสงฆ์รามัญผลัดกันเป็นพระอุปัชฌาย์ทำอุปสมบทซ้ำถวายกันถึง 6 ผลัด ในการณ์นั้นยังมีพระที่เป็นศิษย์ของพระองค์ร่วมอุปสมบท (ซ้ำ) ด้วยอีกหลายรูป
จึงถือเป็น “ทัฬหีกรรม” ครั้งที่ 2 ของภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎ อุปสมบทซ้ำในคณะสงฆ์รามัญ ณ โบสถ์แพหน้าวัดสมอราย แต่ไม่ปรากฏข้อมูลว่าทรงกระทำในปีใด อนุมานได้เพียงเกิดขึ้นช่วง พ.ศ. 2372 เป็นต้นมา
อ่านเพิ่มเติม :
- เหตุใดมอญต้องสร้างโบสถ์กลางน้ำ (อุทกสีมา)
- พระอุดมปิฎก “สหายธรรม” ที่กล้าแย้ง กล้าขัด รัชกาลที่ 4ง
- ภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎ “สอบไล่” ปริยัติธรรม แสดงพระอัจฉริยภาพประจักษ์ต่อพระพักตร์ ร.3
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
วัดญาณเวศกวัน. ฝังลูกนิมิต-ผูกสีมา ปุจฉา-วิสัชนา. สืบค้นเมื่อ 8 กรกฎาคม 2567. จาก https://www.watnyanaves.net/en/book-reading/265/5
คณะธรรมยุต, มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์. (2567). พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. จัดพิมพ์เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช เนื่องในวาระ ๒๐๐ ปี นับแต่ทรงพระผนวช 7 กรกฎาคม 2567. นครปฐม : โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 8 กรกฎาคม 2567





