ที่มาของเรื่องเล่าพระเจ้าตากสินตัวจริงหนีไปนครศรีธรรมราช

พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่วัดปากพิงตะวันตก อำเภอเมืองฯ จังหวัดพิษณุโลก

“…เอกสารทางประวัติศาสตร์บันทึกไว้ตรงกันว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชถูกประหารชีวิตแล้วนำศพไปฝังที่วัดบางยี่เรือใต้ แต่ ๒ ปีต่อมา รัชกาลที่ ๑ กลับให้ขุดหีบศพขึ้นมาทำพิธี จึงกลายเป็นคำถามว่าเป็นเพราะเหตุใด การขาดหายของเหตุผลต่อเหตุการณ์ในอดีตจึงเป็นช่องว่างทางประวัติศาสตร์ให้ปัจจุบันได้หยิบยกขึ้นมาขบคิดแล้วนำมาบันทึกเป็นเรื่องเล่าชุดใหม่ว่าการประหารชีวิตที่ป้อมวิไชยประสิทธิ์ไม่ใช่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชพระองค์จริง

วรรณกรรมเรื่องใครฆ่าพระเจ้ากรุงธน ตีพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. ๒๔๙๒ แต่งโดย หลวงวิจิตรวาทการ เป็นเรื่องแรกที่นำเสนอเรื่องสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชพระองค์ปลอมยอมถูกประหารชีวิตตัดศีรษะที่ป้อมวิไชยประสิทธิ์ แล้วพระองค์จริงสามารถหลบหนีไปได้ โดยได้อธิบายไว้อย่างกลมกลืนกับข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์ในช่วงนั้น ดังนี้

‘บุคคลที่ถูกประหารชีวิต คือหลวงอาสาศึก เขาตายด้วยความยินดี ไม่มีอะไรจะทำความปลาบปลื้มให้แก่เขาเท่ากับที่ได้ตายแทนมหาบุรุษผู้กู้ชาติ เขาตั้งคอรับคมดาบด้วยความเต็มใจ เขาตายโดยไม่รู้ว่าเขาได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าพระยา ศพของเขาได้ถูกนำไปฝังไว้ที่วัดบางยี่เรือใต้ ในขณะเดียวกันที่สำเภาลำใหญ่พาพระองค์สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีไปยังนครศรีธรรมราช’ (ใครฆ่าพระเจ้ากรุงธน, ๒๕๔๔ : ๓๕๖-๓๕๗)
เหตุการณ์ข้างต้นยังคงดำเนินไปอย่างปกติด้วยการประหารชีวิตตัดศีรษะบุคคลที่เชื่อว่าเป็นสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช แล้วศพก็ยังคงนำไปฝังไว้ที่วัดบางยี่เรือใต้ตามเอกสารประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้ แต่บุคคลที่ถูกประหารนั้นคือหลวงอาสาศึกที่แสดงเป็นสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ระหว่างนั้นสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชพระองค์จริงก็เดินทางออกจากกรุงธนบุรีได้อย่างปลอดภัย…”


ที่มา: บางส่วนจากบทความเรื่อง รัชกาลที่ ๑ รออะไรถึง ๒ ปี ถึงขุดหีบศพพระเจ้าตากฯ มาเผา “หรือว่าพระเจ้าตากฯ ยังไม่ตาย” เรื่องเล่าจากช่องว่างทางประวัติศาสตร์ โดย ปฐมพงษ์ สุขเล็ก ใน นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับเมษายน ๒๕๕๙

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป