“ข้าวเสียโป” อาหารจากชาวจีนโพ้นทะเล ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการพนัน!

ข้าวเสียโป (ภาพถ่ายโดย กฤช เหลือลมัย จากศิลปวัฒนธรรม ฉบับมกราคม​ 2563)

“ข้าวเสียโป” มักเข้าใจว่าเป็นอาหารประเภทหนึ่งที่พ่อค้าชาวจีนหาบเร่ขายอยู่หน้าโรงบ่อน ซึ่งมีการพนันแบบหนึ่งที่เรียกว่า “โป” (ลักษณะเป็นการทอยลูกเต๋าเพื่อทายแต้ม) ลูกค้าที่รับประทานข้าวเสียโปจึงเป็นนักพนันทั้งหลาย พอออกจากโรงบ่อนก็มากินอาหารจานนี้ จนเกิดเป็นที่มาของคำว่า “ข้าวเสียโป” เพราะนักพนันเล่นโปเสียพนันจนแทบหมดเนื้อหมดตัว เหลือเศษเงินแค่พอกินข้าวสวยกับเศษหมูย่าง เป็ดย่าง กุนเชียง ที่พ่อค้าชาวจีนหาบเร่ขายในราคาถูก

ดังที่ พจนานุกรมฉบับเปลื้อง ณ นคร อธิบายว่า “เสียโป น. ข้าวนึ่งมีกับหลายชนิด โดยมากมีเป็ดย่าง ผักบุ้ง เครื่องในเป็ด แต่ก่อนจีนหาบขายตามโรงบ่อน เป็นอาหารราคาถูก ว่าพวกเสียโปกิน จึงเรียกเสียโป, คำนี้อาจเพี้ยนเสียงจาก เจียะปึ้ง ในภาษาแต้จิ๋วแปลว่ากินข้าว”

แต่แท้จริงแล้วนามเรียก “ข้าวเสียโป” ไม่ได้มีที่มาจากการพนันเลย!!!

“ข้าวเสียโป” (บ้างเรียก ข้าวเฉโป, ข้าวสวยโป) ประกอบด้วยบรรดาเนื้อสัตว์ย่างอย่างจีนหลากชนิด ทั้ง หมูย่าง เป็ดย่าง กุนเชียง และเครื่องในสัตว์สารพัด นำมาสับเป็นชิ้นพอคำ โปะบนข้าวสวย แล้วราดด้วยน้ำปรุงรส อาหารจานนี้มีต้นกำเนิดมาจากตอนใต้ของประเทศจีน ถูกนำเข้ามาพร้อมกับชาวจีนโพ้นทะเลจากแถบมณฑลกวางตุ้ง

คำว่า “เสียโป” มาจากภาษาจีน ก่อนถูกเรียกเพี้ยนในภายหลัง

จากการค้นคว้าของ ณัฎฐา ชื่นวัฒนา พบคำในภาษาจีนที่ใกล้เคียงกับคำว่า “เสียโป” อยู่หลายคำ เช่น

燒肉 แปลเป็นไทยว่า เนื้อสัตว์อบหรือย่าง สำเนียงแต้จิ๋วว่า เชีย-เหน็ก หรือเชีย-บะ, สำเนียงกวางตุ้งว่า ซิว-หยก, สำเนียงฮกเกี้ยนว่า เสีย-บะ

三寶飯 แปลเป็นไทยว่า ข้าวหน้าเนื้อสัตว์ย่าง (3 อย่าง) สำเนียงแต้จิ๋วว่า ซาป้อปึ่ง, สำเนียงกวางตุ้งว่า ส้ามโต๋วฝ่าน, สำเนียงฮกเกี้ยนว่า ซาโปปึง

四寶飯 แปลเป็นไทยว่า ข้าวหน้าเนื้อสัตว์ย่าง (4 อย่าง) สำเนียงแต้จิ๋วว่า สี่ป้อปึ่ง, สำเนียงกวางตุ้งว่า เซโต๋วฝ่าน, สำเนียงฮกเกี้ยนว่า สี่โปปึง

ณัฎฐา ชื่นวัฒนา อธิบายว่า คำว่า “ซาป้อ” กับ “ซาโป” และ “สี่ป้อ” กับ “สี่โป” นี้ มีความเป็นไปได้ที่จะสามารถออกเสียงเพี้ยนจนกลายเป็นคำว่า “เสียโป” ได้มากกว่าคำอื่น ๆ

แต่อีกคำหนึ่งคือคำว่า 燒臘鋪 แปลเป็นไทยว่า ร้านขายเนื้อย่าง สำเนียงแต้จิ๋วว่า เชียละโพ่, สำเนียงกวางตุ้งว่า ซิวหลาบโผว, สำเนียงฮกเกี้ยนว่า เสียหลาบพู้ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะถูกเรียกเพี้ยนจนกลายเป็นที่มาของคำว่า “เสียโป” เช่นกัน

ร้านข้าวเสียโป หน้าวัดเล่งเน่ยยี่ ย่านเยาวราช กรุงเทพฯ (ภาพถ่ายโดย กฤช เหลือลมัย จากศิลปวัฒนธรรม ฉบับมกราคม​ 2563)

ดังนั้น การเล่นโปเสียพนันจึงไม่ได้เป็นที่มาของนามเรียก “ข้าวเสียโป” คงเป็นคนไทยที่ได้ยินพ่อค้าชาวจีนหาบเร่ขายอาหารจานนี้ ตะโกนร้อง “เสียโป! เสียโป!” จึงเรียกเพี้ยนตามที่ตนได้ยิน

เรื่องพ่อค้าชาวจีนตะโกนร้อง “เสียโป! เสียโป!” นี้ จากการสืบค้นของ กฤช เหลือลมัย พบในงานเขียนของ “เหม เวชกร” เล่าไว้ในฉากหนึ่งของเรื่อง “เป็ดเหาะ” หนึ่งในรวมเรื่องผีชุดปีศาจไทย เล่ม “ใครอยู่ในอากาศ” เมื่อราวปลายทศวรรษ 2470-80 ว่า

“เสียโปเป็นอาหารกวางตุ้งที่หาบขาย มีเป็ดย่าง หมูแดง หมูย่าง ข้าวสวยนึ่งอย่างดี หาบขายและร้อง ‘เสียโป ! เสียโป !’ ไปในยามค่ำคืน เพื่อคนหิวกลางคืนจะได้ซื้อกิน”

“ได้ยินเสียง ‘เสียโป !’ ผมก็นึกอยากกินขึ้นมา และทั้งอยากให้ลูกสาวกินด้วย…เดินตามเสียงร้อง เสียโป !’ มาพบเอาที่ห่างคนมาก จึงเรียกหาบเสียโปเข้ามาที่เก้าอี้ยาว โคนมะฮอกกานี สั่งสับเป็ดย่างหนึ่งจาน หมูแดงหนึ่งจาน หมูย่างบ้าง ราคาหรือครับ 10 สตางค์บ้าง 5 สตางค์บ้าง ข้าวนึ่งก็ถ้วยละ 2 สตางค์บ้าง 3 สตางค์บ้าง ลูกสาวชอบมาก ไม่เคยกิน”

แม้ไม่อาจระบุได้แน่ชัดว่า “เสียโป” ที่คนไทยได้ยินมาจากคำใดในภาษาจีน จะเป็นสำเนียงจีนแต้จิ๋ว ฮกเกี้ยน หรือกวางตุ้ง ก็ไม่ทราบได้ แต่คำนี้มาจากภาษาจีนเป็นแน่ ครั้นคนไทยได้ยินจึงเรียกเพี้ยนเป็น “เสียโป” ภายหลังพลอยจับแพะชนแกะเอา “ข้าวเสียโป” ไปเชื่อมโยงกับโรงบ่อนเล่นโปเล่นพนัน

“ข้าวเสียโป” จึงไม่ได้เป็น “ข้าวเสียพนัน” แต่อย่างใด

 


อ้างอิง :

ณัฎฐา​ ชื่นวัฒนา. (มกราคม​, 2563). “ความไม่ชอบมาพากลของข้าวเสียโป : เมื่อเรื่อง พูดเล่นกลายเป็นตำนาน?” ใน, ศิลปวัฒนธรรม.​ ปีที่​ 41 : ฉบับที่​ 3

กฤช เหลือลมัย. (มกราคม​, 2563). “ไขสำรับปริศนา ‘เสียโป-เฉโป'” ใน, ศิลปวัฒนธรรม.​ ปีที่​ 41 : ฉบับที่​ 3


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 4 สิงหาคม 2565