“ลงเรือแป๊ะ ต้องตามใจแป๊ะ” สำนวนไทยแท้ตั้งแต่รัชกาลที่ 3

แฟ้มภาพ

“วันนี้ทุกคนลงเรือลำเดียวกันแล้ว เหมือนคำโบราณที่ว่า ลงเรือแป๊ะ ต้องตามใจแป๊ะ ไม่เช่นนั้นจะถูกไล่ลงจากเรือ ดังนั้นก็ต้องตามใจแป๊ะ” (มติชน, 30 พฤศจิกายน 2557)

ประโยคข้างต้นนั้น นายวิษณุ เครืองาม  รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในการบรรยายเรื่อง “บทบาท สนช. กับการพัฒนาประเทศไปสู่ความยั่งยืน”  ในโครงการสัมมนาสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ประจำปี 2557 ที่โรงแรมเดอะรีเจนท์ ชะอำบีช รีสอร์ท จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2557

วันรุ่งขึ้นหนังสือพิมพ์ทุกฉบับเขียนถึงสำนวนนี้ “ลงเรือแป๊ะ ต้องตามใจแป๊ะ” จนฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง

ผ่านไป 5 ปี วันนี้ นายวิษณุ เครืองาม กลับมาอธิบายเรื่อง “ลงเรือแป๊ะ” อีกครั้ง หากคราวนี้ไม่ได้มาในฐานะรองนายกรัฐมนตรี แต่ในฐานะนักเขียนมือฉกาจ และเปลี่ยนจากการกล่าวบรรยายในงานสัมมนา เป็นการเขียนพรรณาในหนังสือชื่อ “ลงเรือแป๊ะ” (สำนักพิมพ์มติชน, กันยายน 2562)

หลายท่านที่สนใจว่าทำไมต้องเป็นเรื่องแป๊ะ เรือแป๊ะหน้าตาเป็นอย่างไร เคยพยายามนึกถึงเรือที่ชื่อฟังดูจีนๆ อย่าง เรืออีแปะ, เรือสําเภา, เรือสําปั่น, เรือเอี้ยมจุ๊น ฯลฯ ว่าจะเป็นเรือชนิดไหนจะเป็นเรือแป๊ะ ได้โปรดไปหาซื้อหนังสือลงเรือแป๊ะมาอ่าน เปิดไปบทแรกก็จะพบเรื่อง “เรือเอ๋ยเรือแป๊ะ”

พออ่านแล้วจึงรู้ว่า-อ๋อ! เรือแป๊ะ เป็นเช่นนี้เอง

นายวิษณุเฉลยว่าเรื่องนี้ โดยเริ่มจากคำว่า “แป๊ะ” ซึ่งมาจากภาษาจีนว่า “แปะ” หรือ “อาแปะ” แปลว่าลุงหรือผู้สูงอายุ ส่วนว่าทําไมจึงต้องเป็นเรือแป๊ะ ได้เขียนอธิบายไว้ว่า

“เหตุใดไม่เป็นเรือป๋า เรือมาม่าซัง เรืออาบัง เรือเมอสิเออร์ คําตอบคือสมัยก่อนป่าของฝรั่ง มาม่าซังของญี่ปุ่น อาบังของแขก เมอริเออร์ของฝรั่งเศส ไม่ได้มาพายเรือ แจวเรือหรือแล่นเรือโด้สําเภาในเมืองไทย

เรือที่รับจ้างพาย หรือแจวขึ้นล่องตามแม่น้ำลําคลองไม่ว่าในชนบทหรือในพระนครมัก เป็นเรือชาวจีน ที่จริงคนไทยก็พายเรือได้และมีอยู่ทั่วไปอย่างที่มี สํานวนว่า ‘ผู้หญิงยิงเรือ ผู้ชายพายเรือ’ แต่มักเป็นเรือส่วนตัว มีอยู่ประจําบ้าน ร้านโรงของใครของมัน ไม่ได้เป็นเรือรับจ้างขนส่งสาธารณะ หรือแมสทรานซิส

…เคยได้ยินผู้ใหญ่เล่าว่า ในสมัยรัชกาลที่ 1-3 หลังการขุดคลองต่างๆ ชาวจีนที่มารับจ้างขุดคลองหัวคิดดี รู้จักหาเรือมารับจ้างบรรทุกคนไปตามคลองเหล่านั้น กิจการอย่างนี้เป็นสตาร์ตอัพในสมัยนั้น และเป็นที่นิยมของลูกค้าขาจรเดินทางจากบ้านนอกเข้ากรุงหรือเป็นพวกไม่มีเรือของตัวเอง คนจีนมีนิสัยหนักเอาเบาสู้ ทั้งอาชีพนี้ก็ไม่ใช่อาชีพสงวนจึงมีเรือแป๊ะบริการทั่วไป

บางทีเจ้าของเรือหลายลำก็รวบรวมกันเหมือนสหกรณ์รถแท็กซี่สมัยนี้ ตั้งเป็นท่าเรือรับจ้างขนส่งสาธารณะ พบเห็นได้ทั่วไปแถวตลาดพลู คลองบางกอกน้อย คลองบางหลวง และชุมชนสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา…”

ผู้เขียน (วิษณุ เครืองาม) อธิบายถึงการบริการของเรือแป๊ะที่ตนเองทันได้เห็นว่า

“ผมยังทันเห็นแป๊ะร่างผอมเกร็ง สวมเสื้อกุยเฮงผ่าอกกลดกระดุม มีกระเป๋าล่างสองข้าง นุ่งกางเกงขาสั้น บางทีก็เป็นกางเกงขาก๊วย สวมหมวกกุ้ยเล้ยหรืองอบแบบจีนยืนแจวเรือเอี้ยมหุ้นบ้าง เรือหางแมงป่องบ้าง รับจ้างส่งผู้โดยสารและสินค้าตามลําคลอง ผู้ใหญ่ชี้ให้ ดูและบอกว่าเป็นพวกเรือแป๊ะ

บางทีแป๊ะก็สูบบุหรี่ใบจากพ่นควันไป พลางหรือร้องเพลงจีนหงุงหงิงๆ อย่างสบายอารมณ์ ผู้โดยสารไม่เต็มลําเรือก็ยังไม่ออก การแจวเรือจ้างอย่างสบายอารมณ์เป็นลักษณะพิเศษของเรือแป๊ะ ยิ่งกว่านั้นการนั่งเรือแป๊ะจะต้องมีระเบียบกติกา มารยาท

เช่น ผู้โดยสารจะเร่งให้ไปเร็วๆ เพราะรีบร้อนจะไปให้ทันถวายเพลที่วัด รีบไปโรงหมอให้ทันอาการที่คนไข้กําลังทรุด หรือรีบไปแจ้งความโรงพักให้ทันก่อนผู้ร้ายจะหนีไปได้ ทั้งนั้นเพราะแป๊ะแกจะไม่ยอมรับรู้ด้วย อย่างมากแกก็ร้องฮ้อๆ

แล้วแจวเรือเอื่อยๆ พ่นควันจากใบจากหรือร้องเพลงงิ้วของแกต่อไป แม้แต่ใครจะบอกให้แป๊ะแจวช้าๆ แบบอ้อยอิ่งชมวิวหรือขอเทียบเรือแม่ค้าซื้อโน่นซื้อนี่ก็ไม่ได้ บอกให้แป๊ะหยุดร้องเพลงก็ไม่ได้ ทุกอย่างอยู่ที่แป๊ะการตัดสิน เรื่องของแป๊ะ ทุกคนต้องเอาใจและรู้จักเกรงอกเกรงใจแป๊ะ

แป๊ะเป็นกัปตัน ผู้นํา ผู้บัญชาการทหารเรือ นี่เองเป็นที่มาของ สํานวนไทยแท้แต่โบราณตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ว่า ‘ลงเรือแป๊ะ ตามใจแป๊ะ’ ขืนไม่ตามใจแป๊ะ แป๊ะก็ไล่ลงจากเรือ ใครรับกติกาเรือแป๊ะไม่ได้ แป๊ะก็บอกว่าลื้อจงไปนั่งเรือขึ้นหรือไม่ก็จงว่ายน้ำไปเอง”

ผู้เขียน (วิษณุ เครืองาม) ยังได้สืบค้นเกี่ยวกับมีการใช้สำนวน “ลงเรือแป๊ะ ต้องตามใจแป๊ะ” ว่า “ขุนวิจิตรมาตรานักเขียนผู้โด่งดังใช้นามปากกาว่า ‘กาญจนาคพันธุ์’ เคยเขียนไว้ในหนังสือเรื่อง สํานวนไทย สมาคม ส่งเสริมเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2543 ในหน้า 492 อธิบายว่า ‘ลงเรือแป๊ะ ตามใจแป๊ะ” แปลว่า “อยู่ร่วมกับเขา ไปกับเขา อาศัยเขาก็ต้องยอมตามเขา ไม่ขัดขืน เขาจะให้เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น’ ”

สำนวน “ลงเรือแป๊ะ ต้องตาใจแป๊ะ” ก็เป็นเช่นนี้ ส่วน “ลงเรื่องแป๊ะ” ที่เป็นหนังสือ ยังมีเรื่องแม่น้ำ 5 สาย, คสช. และ ม.44 , วันๆ รัฐมนตรีทำอะไรกัน, ภาษาไทยวันละคำกับรัฐบาล ฯลฯ รอให้อ่านอีกเยอะ


เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์เมื่อ : 20 กันยายน 2562

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป