หญิงแรกรุ่นยุคอยุธยา ‘ฟันดำ’ ส่งสัญญาณ ‘ออกเรือนได้’

ภาพจากฉากตอนหนึ่งในละครบุพเพสันนิวาส ออกอากาศทางช่อง 3

หากจะกล่าวถึงเรื่องความสวยความงามหญิงไทยในปัจจุบัน ที่นิยมผิวขาวฟันขาวและดัดฟันเพื่อให้เรียงสวยด้วยค่านิยมที่คิดว่าทำให้หน้าตาผิวพรรณดูสวยสะอาด ซึ่งแตกต่างจากวัฒนธรรมสมัยก่อนที่ทั้งหญิงชายเกือบทุกคนต่างมีฟันดำ

ผศ. ดร. ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงวัฒนธรรมการทำฟันดำในสมัยโบราณของคนไทยไว้ว่า หญิงในสมัยอยุธยาเมื่อกว่า 330 ปีมาแล้ว ทุกคนต่างฟันดำ อาจยกเว้น จีน ฝรั่ง ญี่ปุ่น ชาวต่างประเทศที่มาอาศัยอยู่ในอยุธยา ค่านิยมดังกล่าวเกิดจาการเคี้ยวหมาก ซึ่งต้องเคี้ยวเป็นเวลานาน จึงจะดำ ทำให้หญิงแรกรุ่นหลายนางลงทุนจ้างคนทำฟันดำโดยไม่ต้องเคี้ยวหมากนานๆ เพื่อส่งสัญญาณว่าสามารถออกเรือนได้แล้ว

“ยิ่งดำมากยิ่งงามแบบไทยแท้ๆ การที่ฟันดำงดงามได้ทั้งปากเพราะเคี้ยวหมากมานาน ดังนั้น หญิงแรกรุ่นหลายนางที่อยากให้ตนแสดงออกว่าโตมากพอจะมีผัวได้แล้ว ถึงกับไปจ้างให้หมอฟันทำเคลือบฟันให้ดำตามกรรมวิธีโบราณ หรือผู้ใหญ่ก็ไปเคลือบฟันให้ดำเช่นกันเพราะฟันดำๆขาวๆ ดำกระด่างนั้นดูน่าเกลียด การเคี้ยวหมากได้จะต้องมี หมาก กับ พลู และปูนทาหมาก ส่วนจะผสมอะไรเพิ่มอีกก็แล้วแต่รสนิยมและท้องถิ่น คนในราชสำนักต่างก็เคี้ยวหมาก ดังนั้น ยุคอยุธยาจึงมีการเก็บภาษีหมากพลู ซึ่งเป็นภาษีในแบบยาเสพติดขั้นพื้นฐานที่คนอยุธยาไม่เคี้ยวไม่ได้ ต้องลงแดงตายแน่ๆ สมัยพระนารายณ์ได้เพิ่มภาษีหมากไป 100 เปอร์เซ็นต์จากรัชสมัยก่อน คือ หมาก 1 ทะลาย เก็บภาษี 3 ผล เพิ่ม 6 ผล”

ผศ. ดร. ธำรงศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ราชสำนักอยุธยามีสวนหมากพลูหลวงที่เมืองธนบุรี ทั่วทุกบ้านต้องปลูกหมากไว้เคี้ยวในครัวเรือน ทุกครัวเรือนก็ต้องจ่ายภาษีหมาก เดินเก็บเป็นรายตัน ส่วนพลู สมัยพระนารายณ์เก็บภาษีค้างละ 1 บาท ถือว่าแพงพอสมควร ลาลูแบร์ ทูตฝรั่งเศสในสมัยพระนารายณ์กล่าวว่า ผู้หญิงอยุธยาเธอเอ่ยปากชมหญิงชาวฝรั่งเศสที่เดินทางมากับคณะทูตด้วยว่า หมากพลูของฝรั่งเศสน่าจะดีกว่าของสมัยอยุธยา เพราะทำให้หญิงฝรั่งเศสมีริมปากสีแดงสดที่สีแดงริมปากหญิงสยามสู้ไม่ได้เลย


ที่มา : ออเจ้าไม่ทันใจ! นักปวศ.ชี้ หญิงแรกรุ่นยุคอยุธยาหลายนางจ้างคนทำ ‘ฟันดำ’ ส่งสัญญาณ ‘มีผัวได้แล้วจ้า’. มติชนออนไลน์

 

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป