ย้อนดู “วัฒนธรรมการกิน” ของ “อยุธยา” เป็นแบบไหน อย่างไร?

คนไทย กินข้าว เป็นกลุ่ม วัฒนธรรมการกิน
ภาพประกอบเนื้อหา - ภาพตกแต่งเพิ่มเติมจากภาพลายเส้นข้าราชสำนักฝ่ายในสมัยรัชกาลที่ 4 ภาพจากหนังสือ Travels in Siam, Cambodia and Laos 1858-1860 เขียนโดย Henri Mouhot

ย้อนดู “วัฒนธรรมการกิน” ของ “อยุธยา” เป็นแบบไหน อย่างไร?

เมื่อพูดถึง “วัฒนธรรมการกิน” แต่ละชนชาติก็จะมีวิธีการกินที่แตกต่างกันไป เช่น จีนกับการใช้ตะเกียบ หรือรับประทานกับทีละอย่าง ชาวตะวันตกที่มักหักขนมปังรับประทาน ควบคู่กับการใช้ช้อนส้อม หรือแม้กระทั่งแขก ซึ่งรับประทานแนมกับรวมกัน ส่วนคนไทยในสมัย “อยุธยา” ก็มีวัฒนธรรมการกินที่มีอัตลักษณ์ แตกต่างจากชาติอื่น ๆ เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการประกอบอาหาร, จัดแต่งอาหาร หรือวิธีการรับประทาน

ภาพจิตรกรรมฝาผนัง วัดตะคุ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา แสดงให้เห็นชายหญิงต่างชาติขณะเข้าบทรักอยู่ในตัวอาคาร โดยมีสาวชาวบ้านเดินผ่านอยู่ด้านนอก

เริ่มจาก “ลักษณะการประกอบอาหาร” ชาวอยุธยามักจะปรุงสิ่งหล่อเลี้ยงชีพด้วยวิธี “ต้ม” “แกง” เป็นส่วนใหญ่ ส่วนประกอบของน้ำแกงทั้งหลายนั้น จะเต็มไปด้วยเกลือ, พริกไทย, ขิง, อบเชย, กะเพรา, กานพลู, หอมขาว, จันทน์เทศ เป็นหลัก และหากว่าเป็นอาหาร ต้ม หรือนึ่งก็จะต้องทานคู่กับน้ำจิ้มที่ทำจากกะปิ ซึ่งไม่แตกต่างจากชาวไทยปัจจุบันเท่าใดนัก ที่ชื่นชอบการรับประทานน้ำจิ้มคู่กับอาหารเป็นที่สุด

ต่อมาคือ “การจัดแต่งอาหาร” ซึ่งเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของอาหารไทย ที่สะท้อนให้เห็นถึงความปราณีต และใส่ใจของผู้ทำ สมัยอยุธยามีการจัดแต่งอาหารเพื่อเสริมความอยากรับประทาน โดยคนอยุธยามักจะใช้ปลาแห้งมาตกแต่งเป็นกับข้าวในหลากหลายสำรับด้วยการหั่นปลาแห้งเป็นชิ้นเล็ก ๆ โรยหน้า หรือจัดเรียงเป็นรูปต่าง ๆ รวมถึงรับวัฒนธรรมจีนมาตกแต่งให้ดูน่ากินขึ้น เช่น นำผลไม้มาแต่งเป็นรูปมังกร หรือทหาร เป็นต้น 

การจัดแต่งเช่นนี้ทำให้ชาวยุโรปที่มาเยี่ยมเยือน “อยุธยา” ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า อาหารลักษณะนี้คือ “อาหารสำหรับดู”

จิตรกรรมในสมัยรัตนโกสินทร์ที่วัดเชิงท่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แสดงการรับประทานอาหารแบบสำรับของคนไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณ

ด้าน “วิธีการรับประทาน” คนอยุธยามักจะรับประทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากับญาติพี่น้องกลุ่มใหญ่ โดยใช้มือเปิบ แม้จะมีช้อนกลางวางไว้แต่ละถ้วย ส่วนภาชนะที่ใช้ก็ไม่พ้นพวกดินเผาแบบกระเบื้อง หรือกะลามะพร้าวที่ห่อด้วยใบตอง การใช้ดินเผาแบบกระเบื้องไม่ได้เป็นวิถีของชาวบ้านทั่วไปเท่านั้น แต่ยังปรากฏอยู่ในชนชั้นสูง ตามจดหมายเหตุของลา ลูแบร์ ขณะที่เขามีโอกาสได้รับพระราชทานเลี้ยง ณ พระราชวังนารายณ์ เมืองลพบุรี ว่า

เป็นความจริงที่ว่าพระมหากษัตริย์พระองค์นี้ (หมายถึงสมเด็จพระนารายณ์ -ผู้อ้าง) มิได้เสวยพระกระยาหารในจานแบนเลย เพื่อถวายพระเกียรติแด่พระมหากษัตริย์ ชาวสยามนิยมใช้ภาชนะทรงสูงตั้งเครื่องต้นถวาย และภาชนะที่ใช้เป็นปกติในการเสวยนั้นก็เป็นเครื่องกระเบื้อง มิได้ใช้ภาชนะทองคําหรือเงินดังอย่างธรรมเนียมทั่วไปที่กระทํากันอยู่ ในราชสํานักทั้งหลายทางภาคพื้นอาเซีย และแม้ที่กรุงคอนสแตนตินอเปิล

แม้บางอัตลักษณ์จะหายไปตามกาลเวลา เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของโลก และมีบางสิ่งเพิ่มเสริมขึ้นมา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “วัฒนธรรมการกิน” ดังกล่าว ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นรากเหง้าของสังคมไทย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง :

กำพล จำปาพันธ์. “มนุษย์อยุธยา ประวัติศาสตร์สังคมจากข้าวปลา หยูกยา ตำรา SEX” กรุงเทพฯ : มติชน, 2563.

ศิลปวัฒนธรรม. “ฝรั่ง-แขก-จีน-ไทย กับวิธี “กิน” ที่เหมาะสมกับอาหารของตนเอง.” สืบค้นเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2566. https://www.silpa-mag.com/culture/article_43024.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 12 พฤษภาคม 2566