“พระแก้วมรกต” จากวัดพระแก้วฯในพระราชวังหลวง พนมเปญ กับมูลค่าวัสดุในพระวิหาร

วัดพระแก้วมรกต ในพระบรมราชวังจตุมุขมงคล กัมพูชา (ภาพจากหนังสือ "เขมรสมัยหลังพระนคร")

พระบรมราชวังจตุมุขมงคล กรุงพนมเปญ มีสถานที่สำคัญหลายแห่ง ในบรรดารายชื่อนี้มี “วัดพระแก้วมรกต” หรือ “วัดอุโบสถรตนาราม” เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในพระราชวัง ซึ่งมีพระพุทธรูป “พระแก้วมรกต” ประดิษฐานบนบุษบก

เมืองพนมเปญ (หรือชื่อเก่าว่า “เมืองจตุมุข”) เป็นเมืองสำคัญทางยุทธศาสตร์ของกัมพูชา สมัยก่อนมีเจ้าพญายาตและกษัตริย์องค์ต่อมาใช้เมืองนี้เป็นราชธานี ขณะที่พระราชวังจตุมุขมงคลนี้สร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2408 ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้านโรดิมบรมรามเทวาวตาร (ครองราชย์ พ.ศ. 2403-2447) และปรับปรุงเปลี่ยนหลายครั้งในเวลาต่อมา ผศ.ดร. ศานติ ภักดีคำ อธิบายในหนังสือ “เขมรสมัยหลังพระนคร” ว่า ปีนั้นเป็นปีที่สมเด็จพระนโรดมเริ่มเสด็จมาประทับที่พระราชวังพัก กรุงพนมเปญ

อีกหนึ่งสิ่งก่อสร้างสำคัญในพระบรมราชวังจตุมุขมงคล คือ “วัดพระแก้วมรกต” หรือ “วัดอุโบสถรตนาราม” ผศ.ดร. ศานติ บรรยายว่า เป็นวัดในพระราชวังหลวงเช่นเดียวกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดในพระราชวังหลวงของกรุงศรีอยุธยา หรือวัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ

การออกแบบแผนผังวัดพระแก้วมรกตเป็นฝีมือของออกญาเทพนิมิต (รส) มีสถาปนิกชาวฝรั่งเศสชื่อ Alavigne ดูแลความถูกต้องในการสร้าง สถาปนิกชาวฝรั่งเศสนาม Andrilleux และช่างเขมรเป็นผู้ก่อสร้างและประดับตกแต่งจนแล้วเสร็จสมโภช เมื่อ พ.ศ. 2446 ผศ.ดร. ศานติ อ้างอิงข้อมูลจากฝั่งกัมพูชาว่า คิดเป็นเงินทั้งหมดห้าแสนเรียล

เมื่อถึงสมัยสมเด็จพระนโรดมสีหนุ วัดพระแก้วมรกตถูกบูรณะ เมื่อปี 2505 – 2513 โดยปกติแล้ว วัดในพระบรมราชวังแห่งนี้ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา แต่มีเฉพาะช่วงที่สมเด็จพระนโรดมสีหนุทรงผนวช พระองค์ประทับจำพรรษา 1 พรรษา

สิ่งก่อสร้างภายในบริเวณวัดล้วนมีความสำคัญเฉพาะตัว อาทิ พระวิหารพระแก้วมรกต เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต พระวิหารสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนโรดมบรมรามเทวาวตาร แรกเริ่มสร้างจากไม้และอิฐ แต่เมื่อมีการบูรณะในภายหลังจึงเริ่มปรับเปลี่ยนหลายครั้งโดยรักษารูปแบบทางสถาปัตยกรรมเดิมไว้

องค์ประกอบที่น่าสนใจในวัดนี้ไม่ใช่มีแค่เชิงโครงสร้าง ผศ.ดร.ศานติ อธิบายรายละเอียดว่า พื้นของพระวิหารปูเสื่อที่ทำจากเงินบริสุทธิ์ 5,329 แผ่น แต่ละแผ่นมีน้ำหนัก 1.125 กิโลกรัม ประดับหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลี รวมแล้วเป็นเงินทั้งหมด 20 ล้านเรียล

ขณะที่พระพุทธรูป “พระแก้วมรกต” ที่ประดิษฐานบนบุษบก ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมอธิบายว่า หล่อขึ้นจากแก้วคริสตัลสีเขียวจากฝรั่งเศส โดยอ้างอิงจากข้อมูลใน “นิราศนครวัด” พระนิพนธ์ในกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ข้อความตอนหนึ่งว่า

“กลางพระอุโบสถ มีฐานชุกชีตั้งบุษบกรองพระแก้วที่ห้างปักกะราต์ฝรั่งเศส ข้อนี้ทราบมานานแล้ว มาได้ความรู้เพิ่มเติมเมื่อเห็นตัวจริงว่าตั้งใจจะจำลองให้เหมือนพระแก้วมรกตที่ในกรุงเทพฯ สมเด็จพระนโรดมเห็นจะให้ไปสืบและวัดมาดู ได้ขนาดเท่ากัน แต่รูปสัณฐานนั้นผิดกันห่างไกล สีแก้วมรกตที่ฝรั่งหล่อเขียวใสเป็นอย่างขวดเขียวสี่เหลี่ยม ที่มักใช้ใส่น้ำอบกันแต่ก่อน เครื่องประดับก็ทำแต่ทองครอบพระเกตุมาลา และติดรัศมีต่อขึ้นไปสองข้างบุษบก ตั้งลับแลแบ่งปันที่เป็นข้างหน้าในอย่างวัดพระศรีรัตนศาสดารามในกรุงเทพฯ…”

ในพระวิหารพระแก้วมรกตยังมีพระพุทธรูป “พระชินรังสีราชิกนโรดม” ฉลองพระองค์สมเด็จพระนโรดมบรมรามเทวาวตาร ผศ.ดร. ศานติ อธิบายว่า สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2447 โดยสมเด็จพระศรีสวัสดิ์ (สีสุวัตถิ์) ตามพระราชดำรัสของสมเด็จพระนโรดมบรมรามเทวาวตาร ช่วงก่อนพระองค์ทิวงคต

พระพุทธรูปองค์นี้สร้างจากทองคำ 90 กิโลกรัมนับรวมทั้งฐานและฉัตร ประดับเพชรพลอย 2,086 เม็ด เพชรเม็ดใหญ่ที่สุดอยู่ที่มงกุฎมีขนาด 25 มิลลิเมตร ซึ่งกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงบรรยายว่า แต่งเครื่องเพชรพลอยอย่างใหม่ ฝีมือฝรั่ง ซึ่งเป็นของสมเด็จพระนโรดมทรงพระอุทิศไว้ ฝีมือสร้างงดงาม



อ้างอิง:

ศานติ ภักดีคำ. เขมรสมัยหลังพระนคร. กรุงเทพฯ : มติชน, 2556

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป