ทะไลลามะเคยวางแผนลี้ภัยมาไทย ปี 2494 แต่ทำไมต่อมาแผนถูกยกเลิก?

การชุมนุมของชาวทิเบตบริเวณวังโปตาลาเพื่อต่อต้านกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 1959 (AFP)

ทะไลลามะเคยวางแผนลี้ภัยมาไทย ปี 2494 แต่ทำไมต่อมาแผนถูกยกเลิก?

หลังการเข้ายึดครองทิเบตโดยกองทัพจีนในเดือนตุลาคม 2493 รัฐบาลทิเบตก็เกิดความกังวลว่า ทะไลลามะหรือดาไลลามะซึ่งเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณและการเมืองทิเบตจะได้รับอันตราย รัฐบาลทิเบตจึงพยายามติดต่อขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศโดยเฉพาะอินเดียและสหรัฐอเมริกา เพื่อให้ช่วยแทรกแซงกิจการภายในของทิเบต

ช่วงปี 2493-2494 ทางการอินเดียและสหรัฐฯ พยายามหารือกันเพื่อหาทางออกให้กับทิเบต อย่างไรก็ดี อินเดียแนะนำให้สหรัฐฯ สงวนท่าทีต่อทิเบตให้มากที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้จีนใช้กรณีนี้เป็นข้ออ้างและทำให้ความขัดแย้งลุกลามออกนอกทิเบต

สหรัฐฯ หาทางออกให้กับเรื่องนี้ด้วยการใช้ประเทศไทยเป็นตัวแทนสนับสนุนทิเบต และวางแผนให้ทะไลลามะเสด็จลี้ภัยเข้ามาในประเทศไทย

ทะไลลามะมอบพระพุทธรูปแก่จอมพลถนอม กิตติขจร ในปี 2510 โดยเสด็จประเทศไทย แม้ในอดีต ทะไลลามะเคยวางแผนลี้ภัยมาไทย ปี 2494 แต่ต่อมาแผนถูกยกเลิก
ทะไลลามะมอบพระพุทธรูปแก่จอมพลถนอม กิตติขจร ในปี 2510 (ภาพจาก วารสารพุทธธรรม ปีที่ 17 ฉบับที่ 2 (กุมภาพันธ์ 2511))

ในวันที่ 22 มิถุนายน 2494 สหรัฐฯ ได้แจ้งเรื่องแผนการลี้ภัยของทะไลลามะมายังสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน ความว่า

“คณะกรรมการเพื่อเอเชียเสรีมีความเห็นอกเห็นใจต่อทะไลลามะผู้ซึ่งต่อต้านคอมมิวนิสต์อย่างโดดเดี่ยวโดยไร้การสนับสนุนจากภายนอกและยังเห็นว่าทะไลลามะสามารถเป็นผู้นำและสัญลักษณ์ของการต่อต้านคอมมิวนิสต์ในเอเชียได้ สหรัฐฯ จึงต้องการให้ทะไลลามะลี้ภัยออกจากทิเบต 

แต่ข้อจำกัดบางอย่าง สหรัฐฯ จึงสามารถให้ความช่วยเหลือเพียงแค่ในด้านงบประมาณเท่านั้น และการให้ทะไลลามะลี้ภัยมายังสหรัฐฯ อาจจะทำให้ทะไลลามะห่างเหินจากกลุ่มชาวเอเชียเสรี และกลุ่มชาวพุทธในเอเชียได้ 

ในอีกมุมหนึ่งสหรัฐฯ เห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ผสมผสานแนวคิดพุทธศาสนาและเสรีนิยมเข้าด้วยกันได้อย่างดีและยังเป็นผู้นำในการต่อต้านคอมมิวนิสต์ในเอเชียอีกด้วย นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์อันดีกับทิเบตมาอย่างยาวนาน การที่ทะไลลามะจะได้อยู่ในสถานที่ที่มีบรรยากาศเดียวกันก็อาจจะทำให้ทะไลลามะรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน 

หากประเทศไทยอนุญาตให้ทะไลลามะและคณะลี้ภัย สหรัฐฯ ก็จะช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายทุกประการ” 

แต่ต่อมาไม่นาน สหรัฐฯ ก็ได้พิจารณายกเลิกแผนการนี้ เพราะรัฐบาลทิเบตเกรงว่าประเทศไทยอาจไม่ปลอดภัยเท่าที่ควร ดังโทรเลขระหว่างกงสุลใหญ่สหรัฐฯ ประจำกัลกัตตา ประเทศอินเดีย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2494 ที่เสนอว่า

ผู้แทนรัฐบาลทิเบตกล่าวว่าประเทศไทยไม่เหมาะที่จะเป็นสถานที่ลี้ภัยของทะไลลามะเพราะ 

1) รัฐบาลไทยยังไม่มีความเป็นเสถียรภาพอย่างชัดเจน 

2) มีกลุ่มหรือชุมชนชาวจีนขนาดใหญ่ในประเทศไทย และ 

3) ความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์ระหว่างประเทศไทยและจีน

นอกจากนี้ ระยะดังกล่าวยังมีความกังวลจากสหรัฐฯ ว่าประเทศไทยอาจถูกรุกรานจากกองทัพคอมมิวนิสต์จีนและอินโดจีนด้วย แผนการลี้ภัยเข้ามาในประเทศไทยของทะไลลามะจึงยกเลิกไป ซึ่งต่อมาทะไลลามะก็ทรงเลือกที่จะลี้ภัยไปยังประเทศอินเดียในปี 2502 ระหว่างการชุมนุมต่อต้านจีนของชาวทิเบตในกรุงลาซาและการปราบปรามผู้ชุมนุมโดยกองทัพจีนช่วงต้นเดือนมีนาคม 2502

ภาพถ่ายทะไลลามะขณะลี้ภัยไปยังอินเดียในปี 2502 ทะไลลามะประทับบนหลังม้า มีผู้ติดตาม
ภาพถ่ายทะไลลามะขณะลี้ภัยไปยังอินเดียในปี 2502 (ภาพจาก The Office of His Holiness The Dalai Lama)

และแม้ว่าทะไลลามะจะไม่ได้เสด็จลี้ภัยมาประทับในประเทศไทยตามที่สหรัฐฯ เคยวางแผนไว้ แต่ทะไลลามะก็เคยเสด็จเยือนประเทศไทยถึง 3 ครั้ง คือ ในปี 2510, 2515, และ 2536 

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

ธนกร การิสุข. “ท่าทีของรัฐและชนชั้นนำไทยต่อสถานการณ์ในทิเบตช่วงทศวรรษ 1950-1970.” วารสารประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระดับปริญญาตรี 2, ฉ.1 (มกราคม-กรกฎาคม 2567): 88-115. https://hist.human.cmu.ac.th/sites/default/files/book-files/2024/2024-07/04_tibet_0.pdf


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 31 กรกฎาคม 2569