“สงครามจิตวิทยา” วิทยุในฐานะเครื่องมือทางการเมืองของ 2 ฝ่ายขั้วอำนาจ

จอมพล ป. พิบูลสงคราม ฮิเดกิ โตโจ ประกอบเรื่อง สงครามจิตวิทยา
จอมพล ป. พิบูลสงคราม กับ ฮิเดกิ โตโจ ในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2486 (ภาพจาก Wikimedia Commons)

“สงครามจิตวิทยา” ผ่านวิทยุกระจายเสียง

นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงระบบการปกครอง 2475 คณะราษฎรเล็งเห็นประโยชน์ของวิทยุกระจายเสียง ใช้ครั้งแรกในตอนประกาศคณะราษฎร วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 นับแต่นั้นวิทยุจึงกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองที่สำคัญของรัฐบาลสมัยใหม่

อาคารสถานี และเสาอากาศ สถานีวิทยุศาลาแดงระหว่างก่อสร้าง  (ภาพจาก ชื่อบ้านนามเมือง, สนพ.มติชน)

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุครัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่แนวคิดชาตินิยมกำลังแพร่หลาย รัฐบาลใช้วิทยุกระจายข่าวสาร ผลักดันวาระต่างๆ ของรัฐบาล รวมถึงใช้ดำเนินนโยบายสร้างชาติไทยในด้านวัฒนธรรมอีกด้วย

จอมพล ป. พิบูลสงคราม
จอมพล ป. พิบูลสงคราม (ภาพจาก Wikimedia Commons)

ในช่วงทศวรรษ 2480 เมื่อไทยก้าวเข้าสู่สงครามมหาเอเชียบูรพา และลงนามเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น ส่งผลให้ทั้งสองประเทศแลกเปลี่ยนการกระจายเสียงระหว่างกัน เดือนละ 2 ครั้ง ก่อเป็นสงครามจิตวิทยาทางวิทยุกระจายเสียง

รายการวิทยุมีเนื้อหาเกี่ยวกับความบันเทิง ข่าวทหารญี่ปุ่นในไทย และโฆษณาโจมตีฝ่ายสัมพันธมิตร ด้วยถ้อยคำก้าวร้าว เพื่อเกลี้ยกล่อมให้ประชาชนร่วมกับฝ่ายญี่ปุ่น

แม้รัฐบาลจะผูกขาดสถานีวิทยุอย่างเข้มงวด แต่ฝ่ายตรงข้ามอย่าง ขบวนการเสรีไทย ที่มีสหรัฐฯ และอังกฤษสนับสนุน ต่างก็ใช้วิทยุคลื่นสั้นเพื่อท้าทายอำนาจญี่ปุ่นและรัฐบาลจอมพล ป. เช่นกัน

ภารกิจหลัก คือ รวบรวมข่าวสารจากไทยส่งให้ฝ่ายสัมพันธมิตร แปลข่าวจากต่างประเทศส่งมาที่ไทย เขียนบทความปลุกใจให้ชาวไทยต่อต้านญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังจัดทำใบปลิวแจกจ่ายให้กับประชาชนในชนบท ให้ได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง

นอกจากนี้ ฝ่ายเสรีไทยพยายามจัดทำวิทยุสื่อสารเพิ่มเติมด้วย เพื่อเชื่อมโยงเสรีไทยในและนอกประเทศ เห็นได้ชัดเจนจากการกระโดดร่มส่งอาวุธ และครูฝึกเข้ามาในไทย รายงานสภาพอากาศรายวันเพื่อสนับสนุนการทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ และแจ้งพิกัดความเคลื่อนไหวของกองทัพญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นกู้เงินไทย
ภาพถ่ายหมู่ จอมพล โตโจพร้อมด้วย จอมพล ป. พิบูลสงคราม และสมาชิกคนสำคัญทั้ง 2 ฝ่าย ในฐานะพันธมิตรและแกนนำหลักของฝ่ายญี่ปุ่นในระหว่างสงคราม (ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2486 (ค.ศ. 1943))

ด้วยเหตุนี้ญี่ปุ่นจึงสั่งให้รัฐบาลไทยเก็บเครื่องรับวิทยุทุกชนิด และห้ามไม่ให้ประชาชนฟัง แต่รัฐบาลไทยยังเห็นความสำคัญของวิทยุกระจายเสียงที่ต้องใช้ส่งข่าวสารไปยังชาวบ้าน จึงใช้วิธีกำหนดเงื่อนไขว่า

“หากประชาชนจะรับฟังวิทยุ ต้องฟังในที่พักอาศัยเพียงเท่านั้น ห้ามฟังในที่สาธารณะ”

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

ศรัญญู เทพสงเคราะห์. “กระบอกเสียงแห่งชาติ: เทคโนโลยีวิทยุกระจายเสียงกับการเมืองไทยช่วงทศวรรษ 2480.” ศิลปวัฒนธรรม ฉบับที่ 8 (มิถุนายน 2569). กรุงเทพฯ: มติชน, 2569. 57-93.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 มิถุนายน 2569