“นี่ลูกเจ้านายของข้า” พระดำรัสกษัตริย์กัมพูชา ครั้ง “กรมดำรง” เยือนพนมเปญ

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ สมเด็จพระศรีสวัสดิ์ กษัตริย์กัมพูชา
(ซ้าย) สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (ขวา) สมเด็จพระศรีสวัสดิ์ กษัตริย์กัมพูชา

กษัตริย์กัมพูชาเสด็จออกรับ “กรมดำรง” ที่เข้าเฝ้าครั้งเยือนกรุงพนมเปญ

ใน พ.ศ. 2467 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงมีโอกาสเสด็จประพาสกัมพูชา เพื่อเที่ยวชมโบราณสถาน และบ้านเมืองเขมร โดยเฉพาะการไปเยือน “นครวัด” ศาสนสถานอันยิ่งใหญ่ รวมถึงได้เข้าเฝ้า สมเด็จพระศรีสวัสดิ์ (บ้างสะกด สีสุวัตถิ์) กษัตริย์กัมพูชา ที่กรุงพนมเปญด้วย

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เยือน นครวัด กัมพูชา ชนชั้นนำสยามสมัยรัชกาลที่ 1-5
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เมื่อครั้งเสด็จเยือนนครวัด กัมพูชา

เรื่องราวการเสด็จประพาสในครั้งนั้น สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงพระนิพนธ์ไว้อย่างละเอียดใน “นิราศนครวัด” โดยทรงบรรยายบรรยากาศระหว่างทรงประทับรถยนต์ไปยังพระที่นั่งบรรยงก์รัตนา ในพระบรมมหาราชวัง กรุงพนมเปญ เพื่อเข้าเฝ้าพระเจ้าแผ่นดินกัมพูชา ความว่า

“เวลาบ่าย ๕ นาฬิกาครึ่ง แต่งครึ่งยศ เข้าไปเฝ้าสมเด็จพระศรีสวัสดิ์… รถไปถึงพระราชวังมีคนคอยดูมาก แต่ดูโดยมีอัธยาศัย ที่เป็นผู้ดีมาจอดรถเรียงอยู่ริมถนนหน้าวังก็มี ที่ในวังตามซอกแลเพิงพลคนเต็มไปทั้งนั้น แต่ไม่ออกมาละเล้าละลุม”

ภายในพระที่นั่ง นอกจากสมเด็จพระศรีสวัสดิ์แล้ว ยังมีพระราชวงศ์ฝ่ายหน้าของเขมร บรรดาพระเจ้าลูกเธอ รวมถึงพระองค์มณีวงศ์ราชบุตร ซึ่งต่อมาขึ้นครองราชย์เป็น สมเด็จพระสีสุวัตถิ์ มุนีวงศ์ ร่วมเสด็จออกรับด้วย

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเล่าถึงประสบการณ์เข้าเฝ้า และพระอัชฌาสัยที่เป็นกันเองของสมเด็จพระศรีสวัสดิ์ ความว่า

“สมเด็จพระศรีสวัสดิ์เสด็จลุกออกมาต้อนรับจับมือ เรานำพระยาพจนปรีชาเฝ้า ทูลว่าเป็นหลานเจ้าฟ้าอิศราพงศ์ นำหลวงสุริยพงศ์พิสุทธิแพทย์ ทูลว่าเป็นหลานพระยามนตรี ดูชอบพระอัธยาศัยด้วยเคยทรงรู้จักปู่ ตรัสว่า ‘อ้อหลานเจ้าฟ้าอิศราพงศ์ หลานเจ้าคุณมนตรี’ แล้วนำศาสตราจารย์ยอช เซเดส์ ซึ่งทรงรู้จักมาแต่ก่อนแล้ว

ส่วนตัวเรา เมื่อตรัสชวนให้นั่งแล้ว ตรัสว่ายินดีมากที่ได้พบปะ ไม่ได้นึกว่าเป็นคนอื่น ด้วยเป็นพระราชบุตรพระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) เป็นลูกของเจ้าของนาย แล้วประทานพร ขอให้มีความสุขความเจริญ สังเกตดูแล้วทรงปีติยินดีจริง ๆ ถึงตรัสประกาศแก่ข้าราชการที่เฝ้าอยู่นั้นว่า

‘นี่ลูกเจ้านายของข้า ข้าเป็นข้าพระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้ามาแต่ก่อน’

ดังนี้ แต่ตรัสแก่เราว่ายินดีที่เราออกไปถึงเมืองพนมเพ็ญให้ได้ทรงพบปะซ้ำอยู่หลายครั้ง แลตรัสต่อไปว่ายินดีเหมือนได้พบญาติ อย่าให้เรานึกว่าเป็นคนอื่นเลย

(กรมดำรง) ทูลตอบว่า เจ้านายซึ่งเป็นพระราชโอรสธิดาของพระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ดูเหมือนจะรู้สึกอยู่ด้วยกันทุกพระองค์ ว่าราชวงศ์กรุงกัมพูชาเหมือนกับเป็นพระญาติ ด้วยทรงทราบอยู่ว่าพระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระเมตตากรุณาสนิทสนมมาแต่ก่อน”

ในนิราศนครวัด สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ยังมีพระอรรถาธิบายพระราชประวัติสมเด็จพระศรีสวัสดิ์ว่า เหตุใดพระองค์จึงสนิทชิดเชื้อกับพระบรมราชจักรีวงศ์ และทรงเคารพนับถือรัชกาลที่ 4 อย่างมาก กล่าวคือ พระองค์ทรงเป็นราชบุตรในสมเด็จพระหริรักษ์รามาธิบดี (พระองค์ด้วง) ประสูติในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ พ.ศ. 2383 เมื่อพระราชบิดาเสด็จกลับไปครองราชย์ในกัมพูชา พระองค์ศรีสวัสดิ์ก็ตามเสด็จไปด้วยตั้งแต่ทรงพระเยาว์

พระองค์ศรีสวัสดิ์ กษัตริย์กัมพูชา ผนวช
พระองค์ศรีสวัสดิ์ (ภาพ : Wikimedia Commons)

มาถึงสมัยรัชกาลที่ 4 สมเด็จพระหริรักษ์ฯ ได้ถวายพระองค์ศรีสวัสดิ์กลับมาประทับในกรุงเทพฯ รัชกาลที่ 4 ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ชุบเลี้ยงทำนุบำรุงพระองค์เช่นพระราชบุตรบุญธรรม ให้ทรงผนวชที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม แล้วไปอยู่วัดบวรนิเวศฯ กระทั่ง พ.ศ. 2401 สยามสถาปนาพระองค์ราชาวดี (สมเด็จพระนโรดม) ราชบุตรพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระหริรักษ์เป็นพระอุปราช พระองค์ศรีสวัสดิ์ก็ได้ขึ้นเป็นตำแหน่งพระแก้วฟ้า และเสด็จกลับกัมพูชา

เมื่อสมเด็จพระนโรดมเป็นกษัตริย์ สมเด็จพระศรีสวัสดิ์ได้เข้ามากรุงเทพฯ ครั้งสุดท้ายเพื่อเข้าเฝ้ารัชกาลที่ 4 ใน พ.ศ. 2407 ก่อนจะกลับไปเป็นพระอุปราชในกัมพูชา ซึ่งขณะนั้นกลายเป็นรัฐในอารักขาของฝรั่งเศสไปแล้ว และหลังจากสมเด็จพระนโรดม พระเชษฐาสวรรคต รัฐบาลเจ้าอาณานิคมก็ได้อัญเชิญสมเด็จพระศรีสวัสดิ์ขึ้นครองราชย์ใน พ.ศ. 2447 ขณะพระชันษา 64 ปี

ตอนที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเข้าเฝ้า สมเด็จพระศรีสวัสดิ์จึงเสวยราชย์มากว่า 20 ปี และมีพระชนมายุ 85 พรรษาแล้ว

นี่คือเบื้องหลังความมีสัมพันธ์อันแนบชิดระหว่างพระเจ้าแผ่นดินเขมรพระองค์นี้กับราชสำนักสยาม และเป็นที่มาของการตรัสประกาศแก่เหล่าเสนาอำมาตย์ ข้าราชการเขมร อย่างมิได้ทรงถือพระองค์ หรือปิดบังใด ๆ ว่า “นี่ลูกเจ้านายของข้า”

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ. (2514). นิราศนครวัด. กรุงเทพฯ : แพร่พิทยา.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 11 มิถุนายน 2569