| ผู้เขียน | ปดิวลดา บวรศักดิ์ |
|---|---|
| เผยแพร่ |
คนอยุธยา สมัยเสียกรุงครั้งที่ 2 เผชิญเหตุการณ์พม่าล้อมกรุง อดอยากหมากจนอยู่ไม่ไหว ต้องแอบมาเก็บ สุดท้ายถูกจับไม่รู้ชะตากรรม
เมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 บ้านเมืองที่เคยมีความสงบสุขต่างเข้าสู่ความโกลาหล อาหารการกินที่เคยสมบูรณ์ต่างร่อยหรอ แต่มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้อาหารและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนอยุธยาก็คือ “หมาก” เพราะนิยมเคี้ยวหมากมาก เพียงอายุ 14 ปี ก็ฟันดำกันหมดแล้ว

เมื่อพม่ายกทัพมาล้อมกรุงในคราวนั้น คนอยุธยาที่ติดหมากมากก็รู้สึก “อยู่ไม่ไหว” ถึงกับต้องแอบมาเก็บหาหมากพลูไปกินโดยไม่กลัวภัยจากสงคราม ดังที่มีบันทึกว่า “ขณะนั้นไทยในกรุงเทพมหานคร ลอบลงเรือน้อยลงมาเก็บผลไม้หมากพลู ณ สวน”
อย่างไรก็ดี ระหว่างที่กำลังหาหมากเก็บพลูกันอยู่นั้น คนอยุธยากลุ่มนี้ก็ถูกจับ โดยกัปตันเรือชาวอังกฤษที่ชื่อว่า “วิลเลียม โพวนีย์” เขาเข้าร่วมฝ่ายไทยและช่วยรบในช่วงเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 แต่เมื่อเกิดขัดแย้งกับราชสำนักอยุธยา จึงตัดสินใจไม่อยู่สู้ต่อ ระหว่างที่เดินทางออกจากสยาม กัปตันเรือจากอังกฤษก็จับคนอยุธยากว่า 100 คนที่กำลังเก็บหมากพลูกลุ่มนั้นไปด้วย ในพงศาวดารฉบับพระพนรัตน์บันทึกถึงเหตุการณ์นี้ไว้ว่า

“…ขณะนั้นไทในกรุงลอบลงเรือน้อยลงมาเก็บผลไม้หมากพลู ณะ สวน อังกฤษจับขึ้นไว้บนกำปั่นมากกว่าร้อยคน แล้วก็ใช้ใบหนีออกไปท้องชะเล ครั้นเพลาค่ำไทหนีขึ้นมาถึงพระนครได้บ้าง จึ่งรู้ว่ากำปั่นอังกฤษมิได้อยู่รบพม่าหนีไปแล้ว…”
ทั้งนี้ โพวนีย์ยังได้ปล้นเรือสำเภาจีนไปถึง 6 ลำก่อนจะแล่นกลับไปโดยไม่มีวันหวนย้อนกลับมา และชะตาของคนอยุธยาที่ออกมาหาหมากกินก็เลือนหายไป ไม่มีผู้ใดได้ทราบชะตากรรมสุดท้ายของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย
อ่านเพิ่มเติม :
- คนไทยเคยเข้าใจว่า “พระเจ้าบุเรงนอง” ต้นเหตุเสียกรุงครั้งที่ 1 เป็นมอญ ไม่ใช่พม่า?
- หลังเสียกรุงครั้งที่ 2 ชาวบ้านอยุธยาเป็นอยู่อย่างไร?
- ทัพพม่ากวาดต้อน “เชลยชาวอยุธยา” ไปอังวะอย่างไร? หลังเสียกรุงครั้งที่ 2
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
https://www.silpa-mag.com/culture/article_142078
https://www.silpa-mag.com/history/article_139810
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 9 มิถุนายน 2569





