ทำไม “สมเด็จพระเพทราชา” ใช้แบบอย่างพิธีราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง?

สมเด็จพระเพทราชา
พระเพทราชา (วัย 56 ปี) ตามจินตนาการของจิตรกร (ม. วรพินิต) บนฐานของภาพจิตรกรรม วัดยม อยุธยา

“สมเด็จพระเพทราชา” ใช้แบบอย่างพิธีราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง

การเสด็จขึ้นครองราชสมบัติของกษัตริย์อยุธยาราชวงศ์บ้านพลูหลวง มักเกิดท่ามกลางสถานการณ์ไม่สู้ปกตินัก จากปัญหาเรื่องผู้สืบราชสมบัติ และการผลัดแผ่นดินที่ไม่ค่อยสงบเรียบร้อย ทำให้พระราชพิธีราชาภิเษกในแต่ละรัชกาลมีรายละเอียดต่างกันอยู่บ้าง ตามพระประสงค์ของแต่ละรัชกาล

อย่างสมเด็จพระเพทราชา ทรงยึดพระราชอำนาจหลังสิ้นรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่เมื่อทรงปราบดาภิเษก ก็โปรดให้จัดการพระราชพิธีราชาภิเษกอย่างสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง พระราชบิดาสมเด็จพระนารายณ์ คือเลือกมองข้ามระเบียบพิธีที่กระทำในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์

ไฉนเป็นเช่นนั้น?

บุหลง ศรีกนก แห่งสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร อธิบายไว้ใน “ในยุคอวสาน กรุงศรีฯ ไม่เคยเสื่อม” (2558 : มติชน) ว่า พระเพทราชาทรงยกย่องพระราชกรณียกิจ และพระราชจริยวัตรของพระเจ้าปราสาททองอย่างมาก ในฐานะที่เป็นพระมหากษัตริย์ผู้มีพระบรมเดชานุภาพมาก ทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งขุนนางเสนาบดีคนสำคัญก่อนจะได้เสวยราชย์ นั่นคือ “เจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์”

นับเป็นเส้นทางการเติบโตที่คล้ายกันกับตัวพระเพทราชา ซึ่งทรงดำรงตำแหน่ง “จางวางกรมช้าง” (เพทราชา คือชื่อจางวางกรมช้าง) มาก่อน

เจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์นำข้าราชการไพร่พลบุกเข้าพระราชวังกลางดึก ประกาศยึดอำนาจจากสมเด็จพระเชษฐาธิราช ต่อมาปราบดาภิเษกขึ้นเป็นสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง (ภาพจิตรกรรมจากโคลงภาพพระราชพงศาวดาร วาดในสมัยรัชกาลที่ ๕)

พระเพทราชามีนิวาสสถานเดิมอยู่ที่บ้านพลูหลวง แขวงเมืองสุพรรณบุรี เป็นผู้ชำนาญศิลปศาสตร์ขี่ช้าง ทำราชการศึกสงครามตามเสด็จในการทัพสมเด็จพระนารายณ์หลายครั้ง เช่น สงครามเมืองเชียงใหม่ จนได้เป็นจางวางกรมช้าง และได้ตามเสด็จสมเด็จพระนารายณ์ครั้งแปรพระราชฐานไปประทับ ณ เมืองลพบุรี กระทั่งสมเด็จพระนารายณ์สวรรคต พระเพทราชาก็ได้ยึดอำนาจปราบดาภิเษกขึ้นครองราชสมบัติใน พ.ศ. 2231

สำหรับการพระราชพิธีราชาภิเษก พระเพทราชาโปรดให้ใช้แบบอย่างครั้งแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ดังความในพระราชพงศาวดารว่า

“…กระทำพระราชพิธีปราบภิเษกอัญเชิญสมเด็จพระบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นผ่านพิภพสวรรยาธิปัตถวัลยราชย์ ณ กรุงเทพพระมหานครศรีอยุธยาโดยโบราณราชประเพณี และการพระราชพิธีปราบดาภิเษกทั้งปวงนั้น เหมือนครั้งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปราสาททอง…

มีพระราชดำรัสให้มีการมหรสพสมโภชพระนครสามวันแล้วๆ ทรงพระกรุณาให้ตกแต่งสถลมารควิธีรอบพระนคร ปักราชวัติฉัตรเบญจรงค์ธงชัยธงปฎากเป็นระยะกันไป แล้วสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงเครื่องสิริราชวิภูษนาภรณ์แล้วเสร็จ เสด็จทรงพระราชยาน อลังการด้วยเครื่องสูงไสวไพโรจน์ด้วยปี่กลองชนะแตรสังข์ คับคั่งด้วยพลแห่แหนแน่นอนันต์เป็นขนัด

โดยกระบวนพยุหยาตราหน้าหลังฝรั่งพร้อมเสร็จ ก็เสด็จประทักษิณเลียบพระนครแล้วเสร็จ ก็เสด็จกลับคืนยังพระราชวัง…”

เหตุผลอีกประการที่พระเพทราชาอาศัยต้นแบบพระราชพิธีราชาภิเษกจาสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเพราะพระองค์เคยได้เห็นการพระราชพิธีมาก่อน แล้วทรงเลื่อมใสว่ามีความเพียบพร้อมสมบูรณ์นั่นเอง

รายละเอียดการพระราชพิธีราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง มีหลักฐานในพระราชพงศาวดาร เริ่มจากเหล่าโหราจารย์หาฤกษ์วันประกอบพระราชพิธี มณฑลพระราชพิธีกำหนดให้เป็นพระที่นั่งมังคลาภิเษกมหาปราสาท พระราชอาสน์เรียกว่า “สุวรรณบัลลังก์รัตนราชาอาสน์” ปูลาดด้วยหนังราชสีห์ มีเครื่องสูง มหาเศวตฉัตร เครื่องอภิรุมชุมสายจามร ฯลฯ พร้อมพระยาคชสาร พระยาอัศวราช (ช้างทรง-ม้าทรง) ลำดับการณ์พระราชพิธีโดยสังเขป มีดังนี้

วันแรก

  1. พระเจ้าอยู่หัวเสด็จโดยพระราชยานขึ้นอัฒจันทร์พระที่นั่งมังคลาภิเษกมหาปราสาท
  2. พระราชครูทั้ง 4 เป่าพระมหาสังข์ทักษิณาวัฏ ประโคมแตรสังข์ดุริยดนตรี ตีอินทเภรี ครั้งแรก เสด็จหน้าฆ้องชัยชำระพระบาท
  3. พระยาธรรมาธิบดี (เจ้ากรมวัง) ลั่นฆ้องชัย ประโคมแตรสังข์ดุริยดนตรี ตีอินทเภรี ครั้งที่สอง เสด็จขึ้นพระที่นั่งเหนือพระราชบัลลังก์
  4. ทวิชาจารย์เป่ามหาสังข์ครั้งที่สาม สมเด็จพระสังฆราช พระราชาคณะสวดพระพุทธมนต์ถวายชัย พระมหาราชครูปุโรหิตอ่านคัมภีร์สรรเสริญบูชาพระอิศวร และพระวิษณุถวายพระพรชัย และถวายพุทธาภิเษก
  5. เสด็จออกสีหบัญชรพระที่นั่งมังคลาภิเษก เหล่าขุนนางถวายบังคม จากนั้นสมโภชเลี้ยงข้าราชบริพารทั้งปวง
สมเด็จพระเพทราชา
ภาพสันนิษฐานของสมเด็จพระเพทราชา (PiteraTjay) พิมพ์ในปี พ.ศ. 2238 หลังการปฏิวัติแล้ว 7 ปี (ภาพจาก Military Revolutions Wars of Europe & Asia Ottoman Turks Mohammed Siam 27 Portraits. 1695)

วันที่สอง พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกขุนนาง ปูนบำเหน็จข้าราชการ และขุนนางพร้อมเครื่องยศ ในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททองยังโปรดให้จัดพระราชพิธีอินทราภิเษก พระราชพิธีใหญ่เพื่อประกาศพระองค์เป็นพระราชาธิราช รวมถึงพระราชพิธีลบศักราชเพื่อแก้กลียุคตามความเชื่อเรื่องศาสนาอันตรธานด้วย

กล่าวได้ว่าพระราชพิธีราชาภิเษกของกษัตริย์วงศ์บ้านพลูหลวง ราชวงศ์สุดท้ายแห่งกรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีต้นแบบจากแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ก็ได้รับการสืบทอดต่อเนื่องมายังพระราชพิธีราชาภิเษกในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ด้วย

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

บุหลง ศรีกนก ; รศ. ดร. สุเนตร ชุตินธรานนท์ บรรณาธิการ. (2558). “พระราชประเพณีสมัยอยุธยาตอนปลาย : กรณีศึกษา พระราชพิธีราชาภิเษก” ใน ในยุคอวสาน กรุงศรีฯ ไม่เคยเสื่อม. กรุงเทพฯ : มติชน.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 4 มิถุนายน 2569