| ผู้เขียน | ธนกฤต ก้องเวหา |
|---|---|
| เผยแพร่ |
“สมเด็จพระเพทราชา” ใช้แบบอย่างพิธีราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง
การเสด็จขึ้นครองราชสมบัติของกษัตริย์อยุธยาราชวงศ์บ้านพลูหลวง มักเกิดท่ามกลางสถานการณ์ไม่สู้ปกตินัก จากปัญหาเรื่องผู้สืบราชสมบัติ และการผลัดแผ่นดินที่ไม่ค่อยสงบเรียบร้อย ทำให้พระราชพิธีราชาภิเษกในแต่ละรัชกาลมีรายละเอียดต่างกันอยู่บ้าง ตามพระประสงค์ของแต่ละรัชกาล
อย่างสมเด็จพระเพทราชา ทรงยึดพระราชอำนาจหลังสิ้นรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่เมื่อทรงปราบดาภิเษก ก็โปรดให้จัดการพระราชพิธีราชาภิเษกอย่างสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง พระราชบิดาสมเด็จพระนารายณ์ คือเลือกมองข้ามระเบียบพิธีที่กระทำในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์
ไฉนเป็นเช่นนั้น?
บุหลง ศรีกนก แห่งสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร อธิบายไว้ใน “ในยุคอวสาน กรุงศรีฯ ไม่เคยเสื่อม” (2558 : มติชน) ว่า พระเพทราชาทรงยกย่องพระราชกรณียกิจ และพระราชจริยวัตรของพระเจ้าปราสาททองอย่างมาก ในฐานะที่เป็นพระมหากษัตริย์ผู้มีพระบรมเดชานุภาพมาก ทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งขุนนางเสนาบดีคนสำคัญก่อนจะได้เสวยราชย์ นั่นคือ “เจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์”
นับเป็นเส้นทางการเติบโตที่คล้ายกันกับตัวพระเพทราชา ซึ่งทรงดำรงตำแหน่ง “จางวางกรมช้าง” (เพทราชา คือชื่อจางวางกรมช้าง) มาก่อน

พระเพทราชามีนิวาสสถานเดิมอยู่ที่บ้านพลูหลวง แขวงเมืองสุพรรณบุรี เป็นผู้ชำนาญศิลปศาสตร์ขี่ช้าง ทำราชการศึกสงครามตามเสด็จในการทัพสมเด็จพระนารายณ์หลายครั้ง เช่น สงครามเมืองเชียงใหม่ จนได้เป็นจางวางกรมช้าง และได้ตามเสด็จสมเด็จพระนารายณ์ครั้งแปรพระราชฐานไปประทับ ณ เมืองลพบุรี กระทั่งสมเด็จพระนารายณ์สวรรคต พระเพทราชาก็ได้ยึดอำนาจปราบดาภิเษกขึ้นครองราชสมบัติใน พ.ศ. 2231
สำหรับการพระราชพิธีราชาภิเษก พระเพทราชาโปรดให้ใช้แบบอย่างครั้งแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ดังความในพระราชพงศาวดารว่า
“…กระทำพระราชพิธีปราบภิเษกอัญเชิญสมเด็จพระบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นผ่านพิภพสวรรยาธิปัตถวัลยราชย์ ณ กรุงเทพพระมหานครศรีอยุธยาโดยโบราณราชประเพณี และการพระราชพิธีปราบดาภิเษกทั้งปวงนั้น เหมือนครั้งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปราสาททอง…
มีพระราชดำรัสให้มีการมหรสพสมโภชพระนครสามวันแล้วๆ ทรงพระกรุณาให้ตกแต่งสถลมารควิธีรอบพระนคร ปักราชวัติฉัตรเบญจรงค์ธงชัยธงปฎากเป็นระยะกันไป แล้วสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงเครื่องสิริราชวิภูษนาภรณ์แล้วเสร็จ เสด็จทรงพระราชยาน อลังการด้วยเครื่องสูงไสวไพโรจน์ด้วยปี่กลองชนะแตรสังข์ คับคั่งด้วยพลแห่แหนแน่นอนันต์เป็นขนัด
โดยกระบวนพยุหยาตราหน้าหลังฝรั่งพร้อมเสร็จ ก็เสด็จประทักษิณเลียบพระนครแล้วเสร็จ ก็เสด็จกลับคืนยังพระราชวัง…”
เหตุผลอีกประการที่พระเพทราชาอาศัยต้นแบบพระราชพิธีราชาภิเษกจาสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเพราะพระองค์เคยได้เห็นการพระราชพิธีมาก่อน แล้วทรงเลื่อมใสว่ามีความเพียบพร้อมสมบูรณ์นั่นเอง
รายละเอียดการพระราชพิธีราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง มีหลักฐานในพระราชพงศาวดาร เริ่มจากเหล่าโหราจารย์หาฤกษ์วันประกอบพระราชพิธี มณฑลพระราชพิธีกำหนดให้เป็นพระที่นั่งมังคลาภิเษกมหาปราสาท พระราชอาสน์เรียกว่า “สุวรรณบัลลังก์รัตนราชาอาสน์” ปูลาดด้วยหนังราชสีห์ มีเครื่องสูง มหาเศวตฉัตร เครื่องอภิรุมชุมสายจามร ฯลฯ พร้อมพระยาคชสาร พระยาอัศวราช (ช้างทรง-ม้าทรง) ลำดับการณ์พระราชพิธีโดยสังเขป มีดังนี้
วันแรก
- พระเจ้าอยู่หัวเสด็จโดยพระราชยานขึ้นอัฒจันทร์พระที่นั่งมังคลาภิเษกมหาปราสาท
- พระราชครูทั้ง 4 เป่าพระมหาสังข์ทักษิณาวัฏ ประโคมแตรสังข์ดุริยดนตรี ตีอินทเภรี ครั้งแรก เสด็จหน้าฆ้องชัยชำระพระบาท
- พระยาธรรมาธิบดี (เจ้ากรมวัง) ลั่นฆ้องชัย ประโคมแตรสังข์ดุริยดนตรี ตีอินทเภรี ครั้งที่สอง เสด็จขึ้นพระที่นั่งเหนือพระราชบัลลังก์
- ทวิชาจารย์เป่ามหาสังข์ครั้งที่สาม สมเด็จพระสังฆราช พระราชาคณะสวดพระพุทธมนต์ถวายชัย พระมหาราชครูปุโรหิตอ่านคัมภีร์สรรเสริญบูชาพระอิศวร และพระวิษณุถวายพระพรชัย และถวายพุทธาภิเษก
- เสด็จออกสีหบัญชรพระที่นั่งมังคลาภิเษก เหล่าขุนนางถวายบังคม จากนั้นสมโภชเลี้ยงข้าราชบริพารทั้งปวง

วันที่สอง พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกขุนนาง ปูนบำเหน็จข้าราชการ และขุนนางพร้อมเครื่องยศ ในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททองยังโปรดให้จัดพระราชพิธีอินทราภิเษก พระราชพิธีใหญ่เพื่อประกาศพระองค์เป็นพระราชาธิราช รวมถึงพระราชพิธีลบศักราชเพื่อแก้กลียุคตามความเชื่อเรื่องศาสนาอันตรธานด้วย
กล่าวได้ว่าพระราชพิธีราชาภิเษกของกษัตริย์วงศ์บ้านพลูหลวง ราชวงศ์สุดท้ายแห่งกรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีต้นแบบจากแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ก็ได้รับการสืบทอดต่อเนื่องมายังพระราชพิธีราชาภิเษกในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ด้วย
อ่านเพิ่มเติม :
- ออกพระเพทราชา ยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ ออกคำสั่งประหารฟอลคอน
- พระเพทราชาเถลิงราชย์ ชาวบ้านพลูหลวงปีติ “นายเรามีบุญ” กินเหล้าร้องเพลงฉลองในวัง
- บาทหลวงฝรั่งเศสกล่าวหา “รัฐบาลไทยทารุณนักโทษคริสเตียน” หลังพระเพทราชายึดอำนาจ
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
บุหลง ศรีกนก ; รศ. ดร. สุเนตร ชุตินธรานนท์ บรรณาธิการ. (2558). “พระราชประเพณีสมัยอยุธยาตอนปลาย : กรณีศึกษา พระราชพิธีราชาภิเษก” ใน ในยุคอวสาน กรุงศรีฯ ไม่เคยเสื่อม. กรุงเทพฯ : มติชน.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 4 มิถุนายน 2569





