“ขอม” เปลี่ยนไปตามการเมือง

จารึกวัดศรีชุม ประกอบเรื่อง ขอม เปลี่ยนไปตามการเมือง
จารึกวัดศรีชุม

ขอม เปลี่ยนไปตามการเมือง

ขอมเป็นชื่อทางวัฒนธรรมซึ่งมีความหมายไม่คงที่หรือไม่ตายตัว เพราะผันแปรตามการเมืองที่ต้องปรับเปลี่ยนไม่เหมือนเดิม

ดังนั้น ขอมไม่เป็นชื่อเชื้อชาติหรือชนชาติ จึงไม่มีคนเชื้อชาติขอมหรือชนชาติขอม

แต่ขอมที่พบเก่าสุดหมายถึงดินแดน (พื้นที่) และ/หรือผู้คน (ประชาชน) ซึ่งมีเรื่องราวความเปลี่ยนแปลงดังต่อไปนี้

(1.) ขอม-ทางใต้

คำว่า “ขอม” เป็นคำไทยยืมจากภาษาเขมรว่า “กรอม” แปลว่าทางใต้ ซึ่งพบเก่าสุดในจารึกวัดศรีชุม จ. สุโขทัย ว่า “ขอมสบาดโขลญลำพง” และ “ขอมเรียกพระธม” อายุราว 700 ปีมาแล้ว หรือเรือน พ.ศ. 1800

ดังนั้น ในจารึกวัดศรีชุม ขอมหมายถึงดินแดนและผู้คนที่อยู่ทางใต้ของเมืองสุโขทัย

(เอกสารสมัยอยุธยาเรียกสุโขทัยว่าเมืองเหนือ)

(2.) ดินแดนและผู้คน

ขอมเป็นชื่อเรียกดินแดน และ/หรือผู้คนที่อยู่ทางใต้ของเมืองสุโขทัย

ดินแดน หมายถึงที่ราบกว้างใหญ่ต่อเนื่องเป็นผืนเดียวกัน ตั้งแต่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา (ในไทย) ถึงลุ่มน้ำโตนเลสาบ (ในกัมพูชา)

ผู้คน หมายถึงชนเผ่าพื้นเมืองหลายชาติพันธุ์ (นับไม่ถ้วน) ซึ่งพูดตระกูลภาษาต่างๆ ได้แก่ มอญ-เขมร-เม็ง-ส่วย-ข่า, ชวา-มลายู-จาม, ทิเบต-พม่า-กะเหรี่ยง, ม้ง-เมี่ยน-แม้ว-เย้า, ไท-ไต-ลาว-ไทย ฯลฯ [และบางช่วงเวลาอาจรวมจีน, อินเดีย, อิหร่าน(เปอร์เซีย) ฯลฯ]

[เรื่องราวความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้นจนปลายของคำว่าขอม มีมากและโดยพิสดาร อยู่ในหนังสือ ข้อเท็จจริงว่าด้วยชนชาติขอม ของ จิตร ภูมิศักดิ์ (สำนักพิมพ์ไม้งามพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2525 ฉบับสำนักพิมพ์ศิลปวัฒนธรรม พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2547 หน้า 142-143)]

แผนที่แสดงดินแดนรัฐสุโขทัย (อยู่ทางเหนือ) ส่วนทางใต้ของรัฐสุโขทัยเป็นบริเวณที่ราบลุ่มกว้างใหญ่ผืนเดียวกัน (สมัยนั้นยังไม่มีประเทศชาติ) ตั้งแต่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา (ไทย) ถึงลุ่มน้ำโตนเลสาบ (กัมพูชา) เมื่อเรือน พ.ศ. 1800

(3.) การเมืองเปลี่ยนขอมเป็นไทย

การเมืองเปลี่ยน ความหมายคำว่าขอมก็เปลี่ยนตาม ดังนี้

สมัยแรก (ความเป็นไทยยังไม่เรืองอำนาจ) ขอมหมายถึงผู้คนและบ้านเมืองบริเวณที่ราบลุ่มน้ำเจ้าพระยา (ในไทย) ถึงโตนเลสาบ (ในกัมพูชา) ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มต่อเนื่องผืนเดียวกัน พบหลักฐานในจารึกวัดศรีชุม ดังนี้

“ขอมสบาดโขลญลำพง” ผู้นำในบ้านเมืองทางใต้ (ของรัฐสุโขทัย) ที่มีกำลังไพร่พลเข้มแข็งยึดได้เมืองสุโขทัย แล้วถูกต่อต้านยึดคืนโดยพ่อขุนผาเมืองกับพ่อขุนบางกลางหาวที่แข็งแรงกว่า

“ขอมเรียกพระธม” เป็นคำเล่าลือของประชาชนในบ้านเมืองทางใต้ (ของรัฐสุโขทัย) เรียกพระมหาธาตุหลวงที่สร้างใหม่ใน “นครพระกฤษณ์” (คือเมืองละโว้)

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง หรือวัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร ตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง หรือวัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร ตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย เมื่อ พ.ศ. 2450 (ภาพจาก เที่ยวเมืองพระร่วง)

สมัยหลัง (เมื่อความเป็นไทยเรืองอำนาจจากการสนับสนุนของจีน) ขอมหมายถึงผู้คนชาวเขมรและบ้านเมืองเฉพาะบริเวณโตนเลสาบ (ในกัมพูชา) เท่านั้น ซึ่งพบในกฎมณเฑียรบาล พ.ศ. 2011 ดังนี้ “อนึ่งพิริยหมู่แขกขอมลาวพม่าเมงมอญมสุมแสงจีนจามชวานานาประเทษทั้งปวง—–”

นานาประเทศสมัยนั้น เช่น แขก (พราหมณ์, มุสลิม, มลายู), ลาว, พม่า, เมง (มอญพุทธ), มอญ, มสุมแสง (ไม่รู้), จีน, จาม (เวียดนาม), ชวา (อินโดนีเซีย), และ “ขอม” คือเขมรโตนเลสาบ (กัมพูชา)

ทั้งนี้ เนื่องจากขอมลุ่มน้ำเจ้าพระยากลายเป็นสยามเรียกตนเอว่าไทย เพราะได้ผลประโยชน์มากกว่าเป็นขอม แต่วัฒนธรรมขอมแข็งแรง ซึ่งหมายความว่าขณะไทย มีอำนาจการเมือง ส่วนขอมมีอำนาจวัฒนธรรม

หมายเหตุ : นิยามเรื่องขอมต้องปรับเปลี่ยนตามข้อมูลที่พบเพิ่มเติม และประสบการณ์ความคิดไม่เหมือนเดิม ซึ่งต้องพัฒนาตลอดเวลา ดังนั้นขอยกเลิกนิยามเก่า ที่เคยเขียนไว้ แล้วใช้คำอธิบายใหม่ล่าสุดนี้ และอาจมีใหม่กว่านี้อีกก็ได้

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 20 พฤษภาคม 2569