“ภาษีผักบุ้ง” เรื่องยุ่ง ๆ ก่อนเสียกรุงครั้งที่ 2 เมื่อพี่ชายสนมเอกใช้อำนาจขูดรีดราษฎร

พระเจ้าเอกทัศ ประกอบเรื่อง ภาษีผักบุ้ง นายสังข์มหาดเล็ก

ปลายแผ่นดินอยุธยา ราษฎรชาวกรุงศรีฯ เคยต้องทุกข์ร้อนจาก “ภาษีผักบุ้ง” ของนายสังข์มหาดเล็ก พี่ชายพระสนมเอกในพระเจ้าเอกทัศ

ภายหลังพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศเสด็จสวรรคต เจ้าฟ้าอุทุมพรเสด็จขึ้นครองราชย์อยู่ช่วงสั้น ๆ ก่อนถวายราชสมบัติแก่เจ้าฟ้าเอกทัศ พระเชษฐา ส่วนพระองค์ก็เสด็จออกทรงผนวช สมเด็จพระเจ้าเอกทัศจึงขึ้นครองแผ่นดินใน พ.ศ. 2301 และไม่นานหลังเสวยราชย์ก็เกิดเรื่องยุ่งยากขึ้น

พงศาวดารเล่าว่า ในรัชกาลพระเจ้าเอกทัศมี มหาดเล็กนายหนึ่งชื่อ “สังข์” เป็นชาวบ้านคูจาม เป็นผู้ดูแลภาษีผักบุ้ง นายสังข์ได้รับพระบรมราชานุญาตอย่างไรไม่ปรากฏ แต่มีหลักฐานว่านายคนนี้เป็นคนกำเริบเสิบสาน ด้วยถือตัวว่าเป็นพี่ชาย “เจ้าจอมฟัก” พระสนมเอกในพระเจ้าแผ่นดิน และน้องสาวอีกคนหนึ่งก็ได้เป็นพระสนมเช่นกัน

วีรกรรมของนายสังข์คือการตั้งข้อบังคับว่า ใครเก็บผักบุ้งขาย ต้องเอามาขายแก่เจ้าภาษีแต่ผู้เดียว ถ้าไปขายให้ผู้อื่น ต้องปรับเงิน 20 บาท

ความหมายก็คือ นายสังข์เป็นพ่อค้าคนกลางหนึ่งเดียวที่รับซื้อผักบุ้งจากราษฎรได้ แล้วเขาก็กดราคาซื้อผักบุ้งให้ถูกที่สุด จากนั้นก็ขึ้นราคาขายตามความพอใจ ชาวบ้านที่เคยซื้อ-ขายผักบุ้งกันเองจึงได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก

ผักบุ้งไทย
ผักบุ้งไทย (ภาพจาก มติชนอคาเดมี)

เรื่องราวที่เกิดขึ้นทำให้ผู้คนพากันไปร้องทุกข์ต่อข้าราชการผู้ใหญ่ ปรากฏว่าไม่มีใครกล้านำพาขึ้นไปกราบทูลพระเจ้าแผ่นดินอยู่ดี เพราะเกรง​กลัวอิทธิพลพี่ชายพระสนมเอก ทั้งตัวนายสังข์เองก็อ้างว่าตนทำไปเพื่อเก็บเงินเข้าท้องพระคลังหลวง

อยู่มาวันหนึ่ง พระเจ้าเอกทัศทรงไม่สบายพระทัย บรรทมไม่หลับสนิทมาหลายราตรี จึงมีรับสั่งให้หาละครเข้าไปเล่นให้ทอดพระเนตรแก้รำคาญพระราชหฤทัย ครั้งนั้น นักแสดงละครก็ได้สร้างความฉงนพระทัยให้พระองค์ กล่าวคือ นายแทนกับนายมี นักแสดงตัวจำอวดที่เล่นเป็นคู่ชาย-หญิง พากันเล่นบทโดยนายแทนจะเร่งเอาเงินค่าผูกภาษี แล้วนายมีซึ่งเป็นตัวจำอวดหญิงก็ร้องโอดโอยตอบกลับไปว่า

“จะเอาเงินทองมาแต่ไหนกันพ่อคุณ จนจะตายอยู่แล้ว แม้แต่เก็บผักบุ้งขายก็ยังมีภาษี”

ทั้งคู่แสร้งวนบทดังกล่าวอยู่หลายครั้งหลายครา จนพระเจ้าเอกทัศมีพระราชดำรัสไต่ถามจนทรงทราบความเป็นมา จึงทรงพระพิโรธนายสังข์เป็นอันมาก

จากนั้นพระองค์ได้มีรับสั่งให้เสนาบดีชำระความ แล้วเร่งเงินคืนให้แก่ราษฎร และลงพระราชอาชญานายสังข์มหาดเล็ก “พี่เขย” ของพระองค์อย่างถึงที่สุด ในทีแรกก็ทรงมีรับสั่งให้เอาไปประหารชีวิต แต่ต่อมาก็ทรงคลายพระพิโรธลง จึงโปรดเกล้าฯ ให้งดโทษประหารชีวิตไว้

หรือเพราะพระสนมเอกช่วยเพ็ดทูลให้ละเว้นโทษานุโทษหรือไม่อย่างไร ก็ไม่อาจทราบ…

บรรพชาอุปสมบท พระเจ้าเอกทัศน์ กษัตริย์กรุงศรีอยุธยา มกุฎราชกุมารพม่า
พระเจ้าเอกทัศน์ กษัตริย์อยุธยา (เดิมเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเป็นภาพสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร) ในสมุดพม่าชื่อ “นั้นเตวั้งรุปซุงประบุท” แปลว่า “เอกสารการบันทึกราชสำนัก พร้อมด้วยภาพเขียน” ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่ British Library กรุงลอนดอน

เรื่องภาษีผักบุ้งจึงเป็นอีกกรณีของคนที่ใช้อำนาจบารมีในทางไม่ชอบ ก่อความเดือดร้อนทุกข์ยากให้ราษฎร ต้องอาศัย “จำอวดการเมือง” ถวายฎีกาอ้อม ๆ ผ่านการแสดงละครเสียดสีสังคมถวายกษัตริย์ เรื่องยุ่ง ๆ จึงได้รับการแก้ไข

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

ประยุทธ สิทธิพันธ์. (2506). ศาลไทยในอดีต. กรุงเทพฯ : สาส์นสวรรค์. (ห้องสมุดดิจิทัลวัชรญาณ)


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 20 พฤษภาคม 2569