ชวนชมภาพ “ตู้ลายทอง” โบราณวัตถุที่แฝงศิลปะ จากทั้ง 3 สมัยของไทย

ชวนชมภาพ ตู้ลายทอง หอสมุดแห่งชาติ
ตู้ลายทองสมัยอยุธยา ภาพโดย วรวิชย์ พานิชนันท์

ชวนชมภาพ ตู้ลายทอง โบราณวัตถุที่แฝงศิลปะ จากทั้ง 3 สมัยของไทย

ปัจจุบัน ด้วยหนังสือที่มีมากในห้องสมุดและการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย ทำให้การจัดเก็บหนังสืออันมหาศาลตั้งอยู่บนชั้นที่เราต่างคุ้นตากัน ทว่าหากย้อนไปในสมัยกรุงศรีอยุธยา หนังสือ ได้ถูกจัดเก็บใน “ตู้ลายทอง” หรือ “ตู้พระธรรม” ซึ่งนอกจากจะเป็นที่เก็บคลังสมบัติความรู้อันล้ำค่า กลับแสดงออกถึงความงามของศิลปะไทยที่ยากจะพบเห็นในโลกขณะนี้

สำหรับ “ตู้ลายทอง” ที่ “ศิลปวัฒนธรรม” นำมาให้ทุกคนชมในวันนี้มาจากหนึ่งในกิจกรรมพิเศษที่ทาง “หอสมุดแห่งชาติ” จัดขึ้นในงาน “120 ปี หอสมุดแห่งชาติ จารึกอดีต บันทึกปัจจุบัน รังสรรค์อนาคต” ณ หอสมุดแห่งชาติ เมื่อวันที่ 25-26 มีนาคม 2569 ซึ่งทางหอสมุดแห่งชาติเองได้ยกตู้ลายทองจากทั้ง 3 ยุค อันได้แก่ ยุคกรุงศรีอยุธยา, ยุคกรุงธนบุรี และยุคกรุงรัตนโกสินทร์ ให้ทุกคนยลโฉมใกล้ ๆ แบบเอ็กซ์คลูซีฟ เพราะนาน ๆ ทีจะเปิดให้สาธารณชนเข้าชม

ตู้ลายทองนี้ แต่ละยุคล้วนแต่ก็มีความงามที่แตกต่างกันออกไป ผู้นำชมเล่าให้ “ศิลปวัฒนธรรม” และผู้เข้าร่วมกิจกรรมฟังว่า ตู้ลายทองนี้มีมานานแล้ว โดยในอดีตจะจัดเก็บคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา ใบลาน สมุดข่อยหรือสมุดไทย

ภาพโดย วรวิชย์ พานิชนันท์

ในตู้จะมีทั้งหมด 3 หรือ 4 ชั้น แต่ละชั้นจะจัดวางหนังสือแตกต่างกัน ซึ่งล้วนแต่แฝงความหมายโดยนัยทั้งสิ้น อย่างชั้นบนสุดจะวางพระอภิธรรม เพราะถือเป็นคำสอนสูงสุด ชั้นที่ 2 วางพระสูตรต่าง ๆ หรือหนังสือสวดพระอภิธรรม คัมภีร์ และชั้นล่างวสงพระวินัย 

ทว่า เมื่อสร้าง “หอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร” พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ก็มีพระราชดำรัสให้นำตู้รดน้ำลายทองเหล่านี้มาจัดเก็บหนังสือต่าง ๆ 

เมื่อหนังสือเพิ่มมากขึ้น ตู้ที่จัดเก็บคลังความรู้ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ จึงทรงคิดอุบายขึ้นมา

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดี ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (ภาพจาก : FB สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

พระองค์ทรงตัดสินพระทัยด้วยการนำตู้ที่มีอยู่มาจัดแสดงที่พระที่นั่งศิวโมกขพิมานในวังหน้า ขณะเดียวกันพระสงฆ์จากทั้งมหานิกายและธรรมยุติก็ต้องเข้ามาสวดมนต์ในพระบรมมหาราชวังทุกวันพระอยู่แล้ว ดังนั้น พระองค์จึงนิมนต์พระมาชมตู้ที่จัดแสดงในวังหน้า เพื่อให้เห็นว่าตู้ต่าง ๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ตามวัดวาอารามต่าง ๆ หากเอามาถวายราชสำนักก็จะมีแต่เป็นประโยชน์เพราะได้รับการทำนุบำรุงให้ดียิ่งขึ้น

ต่อมาพระสงฆ์ก็ถวายตู้พระธรรมในวัดให้กับทางราชสำนัก แล้วจึงถูกนำมาใช้ประโยชน์ด้วยการจัดเก็บหนังสือที่หอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร ซึ่งต่อมาก็คือหอสมุดแห่งชาติดังที่เราเห็นนั่นเอง

นี่จึงเป็นที่มาของตู้ลายทองหรือตู้พระธรรมทั้งหลาย ที่เก็บรักษาอยู่ ณ หอสมุดแห่งชาติ

มาต่อกันที่ความงามของศิลปะไทยที่ปรากฏบนตู้ ซึ่งจิตรกรรมแต่ละยุคก็จะมีความงดงามและพิเศษแตกต่างกันไป

ตู้ลายทองสมัยอยุธยา ภาพโดย วรวิชย์ พานิชนันท์

อย่างสมัยอยุธยา จะมีลวดลายที่อ่อนช้อย โดยเฉพาะเส้นกนก ขณะเดียวกันก็ค่อนข้างมีอิสระในการคิดแบบ แต่ละลวดลาย แต่ละหน้าจะไม่เหมือนกัน

ตู้ลายทองสมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์ ภาพโดย วรวิชย์ พานิชนันท์

แต่ในยุคกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์ จะเป็นช่วงแห่งการฟื้นฟูศิลปกรรม ก็จะมีขนบธรรมเนียมแบบแผนเยอะมากกว่า ลวดลายอ่อนช้อยน้อยกว่า แต่ก็มีเอกลักษณ์ ซึ่งก็จะมีรายละเอียดแตกต่างกันลงไปอีกคือ ตู้ยุคกรุงธนบุรีจะมีพื้นที่ปล่อยว่างสำหรับวางลวดลายเยอะมากกว่าเมื่อเทียบกับยุคกรุงรัตนโกสินทร์ที่พื้นที่จะเต็มไปด้วยลวดลาย 

ถัดมาในส่วนขาตู้ ก็จะมีอยู่หลายแบบ เช่น ขาหมู ขาสิงห์ และขาคู้ ซึ่งขาคู้ก็นิยมในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นี้เอง

ตู้ลายทอง ขาคู้ ภาพโดย วรวิชย์ พานิชนันท์

ส่วนภาพหรือลวดลายบนตู้มักปรากฏเรื่องราวของรามเกียรติ์ พุทธประวัติ ชาดก ทวารบาล สิงห์สาราสัตว์ จิตรกรรมแบบจีน 

สำหรับการออกแบบตัวตู้ให้เป็นทรงสี่เหลี่ยมคางหมูนั้นก็เพื่อรับน้ำหนักหนังสือที่มีจำนวนมาก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของงานศิลปะไทย บางตู้ก็มีลิ้นชัก และประยุกต์เข้ากับการใช้มากขึ้น โดยสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ปรับใส่กระจกไว้ที่ด้านหลังตู้เพื่อความสะดวกสบายต่อการหยิบใช้งานและไม่ทำให้ลายเลือนหายตามกาลเวลาอีกด้วย

ตู้ลายทองมีกระจกด้านหลัง ซ้ายขวาเป็นตู้ขาหมู ภาพโดย วรวิชย์ พานิชนันท์

นี่คือเรื่องราวของ “ตู้ลายทอง” โบราณวัตถุอันทรงคุณค่า ที่ปัจจุบันได้เก็บรักษาเป็นอย่างดี เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ชมความงามที่หาได้ยากในยุคนี้ ทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญที่ทำให้คนได้ศึกษาประวัติศาสตร์และศิลปะไทย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 30 มีนาคม 2569