“สมเด็จพระพันวัสสา” ทรงหมดหวังกับสงครามโลกครั้งที่ 2 จนตรัสว่า “เมื่อไหร่ฉันจะตายสักที”

น้องหญิงวไลยอลงกรณ์ สมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ สมเด็จฯ พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระพันวัสสา ไม่โปรดอยู่หลุมหลบภัยในสงครามโลกครั้งที่ 2
จากซ้าย : สมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์, สมเด็จฯ พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (ภาพ : Wikimedia Commons)

สมเด็จพระพันวัสสา ไม่โปรดอยู่หลุมหลบภัยและทรงเผชิญสงครามโลกครั้งที่ 2 จนตรัสว่า “เมื่อไหร่ฉันจะตายสักที”

สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เป็นพระอัครมเหสีพระองค์สุดท้ายในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่มีพระชนมชีพยืนยาวจนถึงช่วงเวลาที่โลกปั่นป่วนอย่างรุนแรงในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

ไทยก็เป็นประเทศหนึ่งที่ประสบกับความยากลำบากในเวลานั้น ผู้คนต่างหนีออกจากเมืองหลวงกันจ้าละหวั่น หากใครไม่ย้ายถิ่นฐานก็ต้องหาที่หลบอยู่ในหลุมหลบภัย อาหารการกินหรือน้ำมันก็ร่อยหรอลงไปทุกวัน

สมเด็จพระพันวัสสาเองก็ทรงประสบความยากลำบากไม่ต่างกันประชาชนคนไทย ขณะประทับ ณ วังสระปทุม พระองค์ถึงกับตรัสว่า “เมื่อไหร่ฉันจะตายสักที”

สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระภรรยาเจ้า 3 พระองค์
สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า (สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวีในรัชกาลที่ 5) (ภาพจากหนังสือ “สมเด็จพระบรมราชินี ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์” กรมศิลปากร)

พระชนมชีพในยามสงครามของสมเด็จพระพันวัสสานั้น ภายในวังสระปทุมได้มีหลุมหลบภัยจัดไว้บริเวณใต้ถุนตำหนัก ซึ่งพระองค์ทรงเข้าไปที่นั่นเพียงหนึ่งหนเท่านั้น ก่อนจะไม่เสด็จไปอีก ตรัสว่า “อึดอัด หายใจไม่ออก”

ต่อมาทางวังจึงจัดที่ประทับให้พระองค์หลบภัยที่ชั้นล่างแทน 

มีข้อมูลปรากฏว่า พระองค์จะทรงรำคาญพระราชหฤทัยมากทุกครั้ง ยามได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัยทางอากาศ และที่ทรงรำคาญมากที่สุดคือ การต้องดับไฟให้มืดสนิท 

ทั้งนี้บนหลังคาของพระตำหนัก ก็ได้ทาสีขาวแดงเป็นสัญลักษณ์กากบาทไว้ เพื่อให้เครื่องบินทิ้งระเบิดทราบว่า ที่นี่ไม่ควรทิ้งระเบิด 

อย่างไรก็ดี ความวุ่นวาย ว้าเหว่ และความน้อยพระราชหฤทัย ท่ามกลางสงครามที่เกิดขึ้นกับบ้านเมือง ก็ทำให้พระองค์ทรงทอดอาลัยในพระชนมชีพ ไม่ทรงกลัวลูกระเบิด ถึงกับตรัสว่า “เมื่อไหร่ฉันจะตายเสียที” 

ทั้งนี้ แม้จะทรงหมดหวัง พระองค์ก็ยังมีพระราชหฤทัยห่วงใยต่อสมเด็จพระเจ้าหลานเธอ อันได้แก่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล, สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา แล สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช (พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร)

แต่เมื่อได้ทราบว่า แต่ละพระองค์ประทับอยู่ที่ต่างประเทศ ก็ตรัสออกมาทันทีว่า “เออ สิ้นเคราะห์ไปที”

นี่คือเหตุการณ์ส่วนหนึ่งเมื่อ “สมเด็จพระพันวัสสา” ทรงประสบภัยจากสงครามโลกครั้งที่ 2 

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

72 ปี วันสันติภาพไทย: สยามในยามสงคราม. [ม.ป.ท.]:สยามปริทัศน์, 2560. สืบค้นเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569. https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:183226.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 13 มีนาคม 2569