พระยาศรีสุนทรโวหาร (ผัน สาลักษณ) จินตกวีที่ ร.6 ทรงยกย่อง กับจุดจบชีวิตแสนเศร้า

พระยาศรีสุนทรโวหาร (ผัน สาลักษณ)
พระยาศรีสุนทรโวหาร (ผัน สาลักษณ) (ภาพ : https://www.nkgen.com/rem/rem5.htm)

พระยาศรีสุนทรโวหาร (ผัน สาลักษณ) จินตกวีที่ ร.6 ทรงยกย่อง กับจุดจบชีวิตแสนเศร้า

แม้สังคมไทยจะเปิดรับวัฒนธรรมตะวันตกมากขึ้น โดยเฉพาะในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) แต่ก็เป็นไปในลักษณะการเลือกรับและปรับใช้ อย่างเรื่อง “ภาษา” ที่เมื่อนักเขียนใช้สำนวนโวหารอย่างฝรั่งมากขึ้น รัชกาลที่ 6 ก็ทรงวิตก และทรงพยายามธำรงเอกลักษณ์ทางภาษาและวรรณคดีไทยไว้

อิลราชคำฉันท์ พระยาศรีสุนทรโวหาร (ผัน สาลักษณ)
อิลราชคำฉันท์ (ภาพ : TU Digital Collections)

เป็นที่มาของวรรณคดีเรื่อง “อิลราชคำฉันท์” ผลงานของ พระยาศรีสุนทรโวหาร (ผัน สาลักษณ) ซึ่งประพันธ์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2456 ครั้งยังเป็นหลวงสารประเสริฐ

ท่านผู้นี้เป็นจินตกวีที่รัชกาลที่ 6 ทรงยกย่องอย่างยิ่ง ทรงกล่าวถึงพระยาศรีสุนทรโวหารไว้ในพระราชนิพนธ์คำนำของหนังสือนี้ว่า

“ข้าพเจ้ารู้สึกยินดีที่ได้เห็นว่า ในรัชกาลของข้าพเจ้าได้มีจินตกวี ซึ่งสามารถจะแต่งฉันท์ภาษาไทยได้หลายคนแล้ว และหลวงสารประเสริฐผู้แต่งอิลราชคำฉันท์นี้ เป็นคน ๑ ในหมู่นั้น ข้าพเจ้าจึงมีความยินดีเขียนคำนำนี้ให้หลวงสารประเสริฐเพื่อแสดงความพอใจแห่งข้าพเจ้า ณ บัดนี้”

พระยาศรีสุนทรโวหาร เกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2424 ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ที่บ้านพระคชภักดี (ท้วม คชนันทน์) ผู้เป็นตา ตำบลถนนเฟื่องนคร ข้างวัดราชบพิธ จังหวัดพระนคร ท่านเป็นบุตรชายคนโตของ พระยาศรีภูริปรีชา (กมล สาลักษณ) กับ คุณหญิงพึ่ง (สกุลเดิม คชนันทน์)

เมื่ออายุ 9 ขวบ เรียนวิชาหนังสือไทยที่โรงเรียนวัดราชบพิธ กระทั่งอายุ 11 ขวบ ก็ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบในพระบรมมหาราชวัง จากนั้นอายุ 14 ปี บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดบวรนิเวศวิหาร ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมอยู่ราว 5 ปี ก็สึกมาใช้ชีวิตทางโลก

ระหว่างบวชเรียนที่วัดบวรนิเวศวิหาร ท่านได้รับโอกาสเป็นเลขานุการในสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส และเป็นเลขานุการของมหามกุฏราชวิทยาลัยด้วยอีกตำแหน่ง

พระยาศรีภูริปรีชา (กมล สาลักษณ) บิดา พระยาศรีสุนทรโวหาร (ผัน สาลักษณ)
พระยาศรีภูริปรีชา (กมล สาลักษณ) (ภาพ : Wikimedia Commons)

ท่านเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานตามลำดับ ปฏิบัติราชการในตำแหน่งเจ้ากรมพระอาลักษณ์อย่างเต็มกำลัง ซึ่งถ้านับแล้ว สายสกุลของท่านเป็นเจ้ากรมพระอาลักษณ์ติดต่อกันถึง 3 รุ่นเลยทีเดียว

ไล่เรียงตั้งแต่รุ่นปู่ คือ พระยาศรีสุนทรโวหาร (ฟัก สาลักษณ) เจ้ากรมพระอาลักษณ์ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) รุ่นพ่อ คือ พระยาศรีภูริปรีชา (กมล สาลักษณ) เจ้ากรมพระอาลักษณ์ในรัชกาลที่ 5 และตัวท่านเอง ที่เป็นเจ้ากรมพระอาลักษณ์ในรัชกาลที่ 6

อย่างไรก็ตาม ช่วงบั้นปลายชีวิตท่านป่วยด้วยโรคเส้นประสาทอ่อนเรื้อรัง และกระทำอัตวินิบาตกรรมจนถึงแก่ชีวิต เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2466 ที่บ้านถนนเพชรบุรี สิริอายุ 43 ปี

หนังสือพิมพ์จีนโนสยามวารศัพท์ ลงข่าวว่า

“มีเหตุอันน่าสลดใจเกิดขึ้นด้วยว่าเมื่อวันที่ ๖ สิงหาคมศกนี้ เวลา ๘ นาฬิกา ก่อนเที่ยง มหาเสวกตรี พระยาศรีสุนทรโวหาร (ผัน สาลักษณ) เจ้ากรมพระอาลักษณในกระทรวงมุรธาธร ได้กระทำอัตตวินิบาตกรรม กล่าวคือ ใช้ปืนเบรานิงระเบิดสมองตนเอง ๑ นัดถึงแก่มรณะกรรม ณ ที่บ้านตำบลเพ็ชร์บุรี จังหวัดพระนคร

เหตุอัตตวินิบาตกรรมอันได้เปนไปทั้งนี้ จะมีมูลเนื่องมาจากอะไรหามีใครทราบชัดเจนไม่ คงได้ความจากทางไต่สวนของเจ้าน่าที่แต่เพียงว่า พระยาศรีสุนทรโวหารเปนโรคเส้นประสาทพิการ เพราะฉนั้นอาจจะเปนว่าโรคนี้กระทำให้จริตวิกลถึงแก่ทำลายชีวิตตนเองก็เปนได้

พระยาศรีสุนทรโวหารเปนบุตร์พระยาศรีภูริปรีชา (กมล สาลักษณ) เปนผู้ที่ได้ชื่อว่าเปนกวีเชี่ยวชาญในทางประพันธ์กาพย์กลอนโคลงฉันท์ มีอายุนับเรียงปีได้ ๔๓ ปี ในบ่ายวันเกิดเหตุบรรดาญาติ์ได้นำศพไปฝังไว้ ณ วัดบรมนิวาศแล้ว”

แม้ท่านจะสิ้นในลักษณะที่เป็นข้อห้ามของราชสำนัก แต่รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระเมตตาต่อจินตกวีผู้นี้อย่างยิ่ง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งอาจเนื่องด้วยพระยาศรีสุนทรโวหารรับราชการอย่างเต็มความสามารถของท่านมาตลอดชีวิตนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง :

ธนโชติ เกียรติณภัทร. “อิลราชคำฉันท์ วรรณคดีอันเกิดจากพระราชปรารภในรัชกาลที่ ๖”. นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับพฤศจิกายน 2568


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 14 พฤศจิกายน 2568