“ท่านหญิงชวลิตโอภาศ” อดีตสตรีคู่พระทัยเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กับวาระสุดท้ายที่ฝรั่งเศส

เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ ทรงฉายพระรูป กับ ท่านหญิงชวลิตโอภาศ
เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถทรงฉายพระรูปกับหม่อมเจ้าชวลิตโอภาศ (ภาพ : Wikimedia Commons)

“ท่านหญิงชวลิตโอภาศ” อดีตสตรีคู่พระทัยเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ พระราชโอรสในรัชกาลที่ 5 กับวาระสุดท้ายที่ฝรั่งเศส

หม่อมเจ้าชวลิตโอภาศ กิติยากร หรือ “ท่านหญิงชวลิตโอภาศ” (พ.ศ. 2446-2475) เป็นพระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (ต้นราชสกุล “รพีพัฒน์”)

หม่อมเจ้าหญิงชวลิตโอภาศ ท่านหญิงชวลิตโอภาศ
หม่อมเจ้าหญิงชวลิตโอภาศ

สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ (พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ประสูติแต่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง) ทรงพบหม่อมเจ้าชวลิตโอภาศครั้งแรก ราว พ.ศ. 2461 เมื่อครั้งพระองค์ทรงเปิดวังปารุสกวันต้อนรับพระญาติสนิทและพระสหาย ขณะที่ “หม่อมคัทริน” พระชายาในพระองค์ เดินทางกลับไปเยี่ยมครอบครัวที่ต่างประเทศ

เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ ที่ขณะนั้นพระชันษา 35 ปี ทรงพบและทรงสนทนากับหม่อมเจ้าชวลิตโอภาศ ก็ทรงประทับพระทัยในความสดใสของหม่อมเจ้าชวลิตโอภาศ พระชันษา 15 ปี เป็นอย่างยิ่ง

เมื่อหม่อมคัทรินกลับถึงกรุงเทพฯ ก็พบว่าความรู้สึกที่เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถมีให้นั้นเปลี่ยนแปลงไป ในที่สุดทั้งสองจึงแยกทางกัน โดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ พระโอรสในเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถที่ประสูติแต่หม่อมคัทรินประทับที่เมืองไทย

หลังจากนั้น เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถก็ทรงมีหม่อมเจ้าชวลิตโอภาศเป็นพระชายาโดยพฤตินัย เนื่องด้วยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) มิได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เสกสมรส

หม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์ กิติยากร เสกสมรส กับ ท่านหญิงชวลิตโอภาศ
หม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์ กิติยากร (ภาพ : Wikimedia Commons)

ช่วงเวลาแห่งความสุขช่างแสนสั้น เพราะหลังจากนั้นเพียง 2 ปี คือ พ.ศ. 2463 เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถก็ทรงพระประชวรและเสด็จทิวงคตอย่างกะทันหัน ขณะที่พระองค์และพระชายาเสด็จประพาสสิงคโปร์

ต่อมา รัชกาลที่ 6 พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้หม่อมเจ้าชวลิตโอภาศทรงเสกสมรสกับ หม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์ กิติยากร (พระโอรสในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ ต้นราชสกุล “กิติยากร”) ทั้งสองครองรักและมีโอรสธิดาทั้งหมด 3 คน

กระทั่งราว พ.ศ. 2475 สุขภาพของหม่อมเจ้าชวลิตโอภาศก็ทรุดลงด้วยพระโรควัณโรค หม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์จึงทรงพาไปรักษาตัวที่ประเทศฝรั่งเศส

พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ทรงเล่าถึงท่านหญิงชวลิตโอภาศไว้ในหนังสือ “เกิดวังปารุสก์ ฉบับสมบูรณ์: สมัยบูรณาญาสิทธิราชย์และสมัยประชาธิปไตย” (สำนักพิมพ์ริเวอร์บุ๊คส์) ว่า (จัดย่อหน้าใหม่โดยกองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรมออนไลน์)

พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ พระโอรสเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ รัชทายาทรัชกาลที่ 6 พระกระยาหารราชนิยมรัชกาลที่ 6 บทละครนอกเรื่องสังข์ทอง
พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ พระโอรสในสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ (ภาพ : Wikimedia Commons)

“ท่านหญิงประชวรหนักมาเป็นเวลานานแล้ว คือ เป็นวัณโรคอย่างร้ายแรง พระสามีคือ ท่านอมรฯ พามารักษาเพิ่มเติมที่กรุงปารีส แต่ก็ไม่ได้ผลและก็สิ้นชีพิตักษัยเสียที่กรุงปารีสนั่นเอง เรื่องนี้ทำให้เป็นที่น่าอนาถใจและทำให้เราได้เห็นว่าในชีวิตมนุษย์เรานั้น ความไม่เที่ยง ช่างน่ากลัวเสียนี่กระไร

ข้าพเจ้าจำท่านหญิงชวลิตฯ ได้ดี เมื่อยังสาวอยู่เป็นหญิงไทยที่สวยเก๋มากที่สุดคนหนึ่งที่ข้าพเจ้าเคยพบเวลานั้น ท่านกำลังตื่นเต้นที่จะได้มาเที่ยวเมืองนอก เฉพาะอย่างยิ่งกรุงปารีสอันเป็นนครหลวงที่สตรีย่อมชอบเป็นพิเศษ แต่ยังไม่ทันได้มา พ่อข้าพเจ้าก็ทิวงคตเสียก่อนแล้ว

ครั้นได้มาจริง พอมาถึงปารีส ก็ต้องเข้าโรงพยาบาลจนในที่สุดก็ทรงมาจบชีวิต ย่อมเป็นที่น่าสงสารอย่างยิ่ง เมื่อข้าพเจ้าได้ยินข่าวก็พลอยสลดใจไปด้วย”

หม่อมเจ้าชวลิตโอภาศ กิติยากร สิ้นชีพิตักษัยด้วยพระโรคแทรกซ้อน ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2475

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 10 ตุลาคม 2568