
| ผู้เขียน | กองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม |
|---|---|
| เผยแพร่ |
ผู้ว่าราชการหรือเจ้าเมืองกาญจนบุรีในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์จะได้รับราชทินนาม “พระยาประสิทธิ์สงคราม” ซึ่งเป็นราชทินนามที่ใช้ต่อเนื่องกันมาถึง 12 คน นับเป็นราชทินนามที่สืบเนื่องยาวนานกว่าราชทินนามผู้ว่าราชการเมืองอื่น ๆ ในสยาม
เมืองกาญจนบุรีมีชื่อเสียงปรากฏในพระราชพงศาวดารทั้งในสมัยกรุงศรีอยุธยาและกรุงรัตนโกสินทร์ เพราะเป็นเมืองหน้าด่านตั้งประจัญทัพพม่า เมืองกาญจนบุรีเดิมจะอยู่เหนือเมืองปัจจุบันขึ้นไปทางแควใหญ่ ในตำบลลาดหญ้า มีการสร้างกำแพงและป้อมปราการอย่างแข็งแรง เมื่อ พ.ศ. 2374 สมัยรัชกาลที่ 3 เป็นปราการกว้าง 5 เส้น (200 เมตร) ยาว 10 เส้น 18 วา (436 เมตร) พร้อมป้อม 4 มุม

การก่อตั้งเมืองกาญจนบุรี จึงเป็นไปเพื่อประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ ซึ่งระยะแรกราชสำนักตั้งใจให้ชาวมอญ กะเหรี่ยง เป็นกรมการเมืองปกครองกันเอง คอยตระเวนรายงานข่าวข้าศึก แต่เมื่อสถานการณ์สงครามฝั่งพม่าหมดไป เจ้าเมืองจึงมีหน้าที่ส่งส่วย ได้แก่ ทอง ดีบุก หรืออื่น ๆ และรวบรวมภาษีอากรส่งมาให้แก่รัฐบาล
เจ้าเมืองกาญจนบุรีผู้ได้รับราชทินนาม “ประสิทธิ์สงคราม” มีรายนามดังต่อไปนี้
1. พระยาประสิทธิ์สงคราม (โนรี)
2. พระยาประสิทธิ์สงครามรามภักดีศรีพิเศษ ประเทศนิคมภิรมย์ราไชยสวรรค์ (ประมาณ พ.ศ. 2368-2375, รัชกาลที่ 3) ชื่อใดไม่ปรากฏ แต่ราษฎรพากันเรียกว่า “เจ้าเมืองตาแดง” เดิมเป็นพระราชวรินทร เจ้ากรมพระตำรวจ เป็นผู้ก่อสร้างกำแพง ป้อม และประตูเมืองกาญจนบุรี
3. พระยาประสิทธิ์สงคราม ชื่อใดไม่ปรากฏอีกเช่นกัน มีฉายาที่ราษฎรเรียกกันว่า “เจ้าเมืองร่อนทอง”
4. พระยาประสิทธิ์สงคราม (น้อย) เป็นบุตรพระยาเดโช (โนรี)
5. พระยาประสิทธิ์สงคราม ไม่ปรากฏชื่อ อยู่ในตำแหน่งได้ 1 ปี 8 เดือน ออกจากหน้าที่เพราะมีความผิด
6. พระยาประสิทธิ์สงคราม (ชัง) อยู่ในตำแหน่งประมาณ 12-13 ปี ออกจากหน้าที่เพราะมีความผิด
7. พระยาประสิทธิ์สงคราม (ขำ) อยู่ในตำแหน่งประมาณ 8 ปี ออกจากหน้าที่เพราะมีความผิด
8. พระยาประสิทธิ์สงคราม (สว่าง) เป็นบุตรพระยาประสิทธิ์สงคราม (ชัง) อยู่ในตำแหน่งประมาณ 10 ปี ถึงแก่กรรม
9. พระยาประสิทธิ์สงคราม (โป) อยู่ในตำแหน่งประมาณ 8-9 ปี ถึงแก่กรรม
10. พระยาประสิทธิ์สงคราม (ขำ) รับตำแหน่ง ร.ศ. 107 (พ.ศ. 2431) แต่มีความผิดต้องถอดจากยศบรรดาศักดิ์เป็นเหตุให้ต้องออกจากราชการเมื่อ ร.ศ. 111 (พ.ศ. 2435)
11. พระยาประสิทธิ์สงคราม (แช่ม) รับตำแหน่ง ร.ศ. 111 มีความผิดต้องออกจากตำแหน่ง ร.ศ. 117 (พ.ศ. 2441)

12. พระยาประสิทธิ์สงคราม (นุช มหานิรานนท์) เดิมเป็นพระจินดารักษ์ และเป็นผู้ว่าราชการเมืองราชบุรีมาก่อนจะมารับตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองกาญจนบุรี เมื่อ พ.ศ. 2442 ลาออกจากหน้าที่เพราะความชรา เมื่อ พ.ศ. 2458 ในสมัยรัชกาลที่ 6
จะเห็นว่าตำแหน่งเจ้าเมืองกาญจนบุรีมักจะมีความผิดอยู่บ่อยครั้ง อาจเพราะเป็นเมืองชายแดนห่างไกลศูนย์กลางการปกครอง ขณะเดียวกันก็อาจเป็นทางกรุงเทพฯ เองที่ไม่ต้องการให้มีผู้ดำรงตำแหน่งยาวนานเกินไปจนสะสมอำนาจในพื้นที่นั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม :
- การวิ่งเต้นเป็นเจ้าเมือง และการเดินเหินติดสินบนของขุนนางไทย
- หน้าที่ของ “เจ้าเมือง” สมัยอยุธยา มีอะไรบ้าง อำนาจมากน้อยแค่ไหน?
- เปิดบันทึก ศ.ปรีชา นักโบราณคดีบุกป่าฝ่ามาลาเรีย ล่า(ขุด)หามนุษย์ดึกดำบรรพ์ที่กาญจนบุรี
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
เล่าเรื่องเมืองกาญจนบุรี. กรุงเทพฯ : รุ่งเรืองการพิมพ์. ที่ระลึกในการฌาปนกิจศพ คุณแม่อึ่ง อภิบาล ณ เมรุวัดมกุฎกษัตริยาราม, 5 มิถุนายน 2514.
ส. พลายน้อย. (2559). ขุนนางสยาม ประวัติศาสตร์ “ข้าราชการ” ทหารและพลเรือน. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : มติชน.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 1 ตุลาคม 2568




