“ปากกาคอแร้ง” เครื่องเขียนเก่าแก่ เข้ามาในสยามตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4

ปากกาคอแร้ง
โฆษณาปากกาแบบคอแร้ง ของบริษัท Perry & Co. ในอังกฤษ ปี 1890 (พ.ศ. 2433) (ภาพ : Wikimedia Commons)

“ปากกาคอแร้ง” เครื่องเขียนเก่าแก่ เข้ามาในสยามตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4

ก่อนหน้าจะมีปากกาหมึกซึม ปากกาลูกลื่น และอีกสารพัดปากกาให้เราได้ใช้กันในทุกวันนี้ ในอดีตเวลาจะจดบันทึกอะไรก็ต้องใช้ขนสัตว์ปีก กระทั่งมีพัฒนาการสู่ “ปากกาคอแร้ง”

ปากกาคอแร้ง
ปากกาประเภทคอแร้ง ในทศวรรษ 1860s เทียบแล้วอยู่ในช่วงปลายรัชกาลที่ 4 ถึงต้นรัชกาลที่ 5 (ภาพ : Courtesy of University of North Carolina at Chapel Hill via North Carolina Digital Heritage Center)

ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย เล่าเรื่องนี้ไว้ตอนหนึ่งในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับสิงหาคม 2568 ว่า

เมื่อมีการคิดประดิษฐ์กระดาษและน้ำหมึกได้แล้ว ก็มีการประดิษฐ์เครื่องเขียนกระดาษขึ้นครั้งแรก ทำจากขนปีกนกหรือปีกห่าน เรียกว่า “ปากไก่” (quill)

ขนห่านที่ดีที่สุดสำหรับทำปากไก่ คือ ขนซีกซ้าย ซึ่งมีเพียง 6 ขนต่อห่าน 1 ตัว

เมื่อได้ขนห่านมาแล้วก็จะนำมาฝนปลายจนแหลม และทำให้แข็งด้วยน้ำยาชนิดหนึ่ง จากนั้นใช้มีดคมกริบผ่าปลายแหลมให้แยกออกจากกัน เพื่อจะได้ติดหมึก

ต่อมามีผู้เห็นว่าการนำขนห่านมาทำปากไก่เป็นการทารุณสัตว์ จึงคิดทำปากไก่ด้วยไม้ นำมาเหลาให้เป็นรูปลูกศร และผ่าตรงปลายให้น้ำหมึกเดินได้สะดวก

ส่วนในสยาม ชาวสยามใช้ปากไก่ในการเขียนหนังสือมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 กระทั่งมีผู้ค้นคิดประดิษฐ์ปากไก่ด้วยเหล็กกล้า เจียนเหล็กจนปลายแหลม ผ่าปาก เจาะรู และตะไบจนเรียบ เสียบเข้ากับด้ามที่ทำด้วยไม้ เรียกว่า “ปากกา” แทนปากไก่

จากนั้น ปากกาที่ปากทำด้วยเหล็กจุ่มหมึกแบบนี้ ก็แพร่หลายเข้ามาถึงสยามในสมัยรัชกาลที่ 4

ปากกาคอแร้ง หัวปากกา
เจ้าชายอัลเบิร์ต (ต่อมาคือ สมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 แห่งสหราชอาณาจักร) พร้อมด้วยเจ้าหญิงอเล็กซานดรา เสด็จเยี่ยมชมโรงงานผลิตหัวปากกาในปี 1874 (พ.ศ. 2417) (ภาพ : Wikimedia Commons)

ปากกาในยุคนั้นมีด้วยกัน 2 แบบ คือ ปากกาเบอร์ ลักษณะปากคล้ายโล่ของฝรั่ง ทำด้วยเหล็กกล้าอาบน้ำยาเคมี

ปลายปากกามีเบอร์ 1-5 เพื่อบอกขนาดของปลายปากกา โดยเบอร์ 1 มีปลายปากใหญ่ที่สุด เล็กลงมาจนถึงเบอร์ 5 ซึ่งปลายปากเล็กที่สุด สำหรับเลือกใช้ตามความต้องการ

ส่วนอีกแบบ ปลายปากมีรูปร่างเหมือนใบหอก ทำด้วยเหล็กอาบน้ำยาเคมีเช่นกัน ปลายแหลมเล็ก คนไทยเรียก “ปากกาคอแร้ง”

ด้วยความเล็กแหลมของปลายปากกา ทำให้นิยมนำมาใช้ในการตีเส้น โดยเฉพาะวิชาบัญชี เพราะจะได้เส้นที่เล็กสวย นอกจากนี้ยังใช้เขียนภาษาอังกฤษ ซึ่งมีเส้นหนักเส้นเบา

การเขียนด้วยปากกาประเภทนี้ต้องใช้สมาธิในการบังคับน้ำหนักมือให้ลงเส้นหนักเบา ตัวหนังสือที่ได้จึงคมชัดและสวยงาม

ศันสนีย์ยังเล่าถึงเด็กๆ สมัยก่อน ที่เมื่อขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีโอกาสเปลี่ยนจากการใช้ดินสอเป็นปากกา และปากกาที่ใช้ก็คือปากกาชนิดนี้กับหมึกน้ำเงินและแดง

ภาพที่เกิดขึ้นเสมอๆ ในช่วงที่เริ่มใช้ปากกา คือ การจุ่มหมึกที่มากไป เพราะยังไม่ชำนาญ เมื่อนำมาเขียนก็หยดเลอะกระดาษ พอตกใจก็มักจะตวัดปากกาเร็วๆ ทำให้หมึกกระเซ็นถูกเสื้อนักเรียน

ท้ายสุดหมึกหกเลอะเทอะเปรอะเปื้อนทั้งคนทั้งโต๊ะก็มี

แม้ทุกวันนี้จะไม่มีการใช้ปากกาคอแร้งกันอย่างแพร่หลาย แต่ก็ยังได้รับความนิยมในหมู่คนที่ชื่นชอบศิลปะแห่งลายเส้น เพราะเป็นปากกาที่ให้เส้นหนักเบาได้อย่างสวยงามนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์เมื่อ 15 กันยายน 2568