| ผู้เขียน | สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์ |
|---|---|
| เผยแพร่ |
“ปากกาคอแร้ง” เครื่องเขียนเก่าแก่ เข้ามาในสยามตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
ก่อนหน้าจะมีปากกาหมึกซึม ปากกาลูกลื่น และอีกสารพัดปากกาให้เราได้ใช้กันในทุกวันนี้ ในอดีตเวลาจะจดบันทึกอะไรก็ต้องใช้ขนสัตว์ปีก กระทั่งมีพัฒนาการสู่ “ปากกาคอแร้ง”

ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย เล่าเรื่องนี้ไว้ตอนหนึ่งในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับสิงหาคม 2568 ว่า
เมื่อมีการคิดประดิษฐ์กระดาษและน้ำหมึกได้แล้ว ก็มีการประดิษฐ์เครื่องเขียนกระดาษขึ้นครั้งแรก ทำจากขนปีกนกหรือปีกห่าน เรียกว่า “ปากไก่” (quill)
ขนห่านที่ดีที่สุดสำหรับทำปากไก่ คือ ขนซีกซ้าย ซึ่งมีเพียง 6 ขนต่อห่าน 1 ตัว
เมื่อได้ขนห่านมาแล้วก็จะนำมาฝนปลายจนแหลม และทำให้แข็งด้วยน้ำยาชนิดหนึ่ง จากนั้นใช้มีดคมกริบผ่าปลายแหลมให้แยกออกจากกัน เพื่อจะได้ติดหมึก
ต่อมามีผู้เห็นว่าการนำขนห่านมาทำปากไก่เป็นการทารุณสัตว์ จึงคิดทำปากไก่ด้วยไม้ นำมาเหลาให้เป็นรูปลูกศร และผ่าตรงปลายให้น้ำหมึกเดินได้สะดวก
ส่วนในสยาม ชาวสยามใช้ปากไก่ในการเขียนหนังสือมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 กระทั่งมีผู้ค้นคิดประดิษฐ์ปากไก่ด้วยเหล็กกล้า เจียนเหล็กจนปลายแหลม ผ่าปาก เจาะรู และตะไบจนเรียบ เสียบเข้ากับด้ามที่ทำด้วยไม้ เรียกว่า “ปากกา” แทนปากไก่
จากนั้น ปากกาที่ปากทำด้วยเหล็กจุ่มหมึกแบบนี้ ก็แพร่หลายเข้ามาถึงสยามในสมัยรัชกาลที่ 4

ปากกาในยุคนั้นมีด้วยกัน 2 แบบ คือ ปากกาเบอร์ ลักษณะปากคล้ายโล่ของฝรั่ง ทำด้วยเหล็กกล้าอาบน้ำยาเคมี
ปลายปากกามีเบอร์ 1-5 เพื่อบอกขนาดของปลายปากกา โดยเบอร์ 1 มีปลายปากใหญ่ที่สุด เล็กลงมาจนถึงเบอร์ 5 ซึ่งปลายปากเล็กที่สุด สำหรับเลือกใช้ตามความต้องการ
ส่วนอีกแบบ ปลายปากมีรูปร่างเหมือนใบหอก ทำด้วยเหล็กอาบน้ำยาเคมีเช่นกัน ปลายแหลมเล็ก คนไทยเรียก “ปากกาคอแร้ง”
ด้วยความเล็กแหลมของปลายปากกา ทำให้นิยมนำมาใช้ในการตีเส้น โดยเฉพาะวิชาบัญชี เพราะจะได้เส้นที่เล็กสวย นอกจากนี้ยังใช้เขียนภาษาอังกฤษ ซึ่งมีเส้นหนักเส้นเบา
การเขียนด้วยปากกาประเภทนี้ต้องใช้สมาธิในการบังคับน้ำหนักมือให้ลงเส้นหนักเบา ตัวหนังสือที่ได้จึงคมชัดและสวยงาม
ศันสนีย์ยังเล่าถึงเด็กๆ สมัยก่อน ที่เมื่อขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีโอกาสเปลี่ยนจากการใช้ดินสอเป็นปากกา และปากกาที่ใช้ก็คือปากกาชนิดนี้กับหมึกน้ำเงินและแดง
ภาพที่เกิดขึ้นเสมอๆ ในช่วงที่เริ่มใช้ปากกา คือ การจุ่มหมึกที่มากไป เพราะยังไม่ชำนาญ เมื่อนำมาเขียนก็หยดเลอะกระดาษ พอตกใจก็มักจะตวัดปากกาเร็วๆ ทำให้หมึกกระเซ็นถูกเสื้อนักเรียน
ท้ายสุดหมึกหกเลอะเทอะเปรอะเปื้อนทั้งคนทั้งโต๊ะก็มี
แม้ทุกวันนี้จะไม่มีการใช้ปากกาคอแร้งกันอย่างแพร่หลาย แต่ก็ยังได้รับความนิยมในหมู่คนที่ชื่นชอบศิลปะแห่งลายเส้น เพราะเป็นปากกาที่ให้เส้นหนักเบาได้อย่างสวยงามนั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม :
- รัชกาลที่ 4 ทรงยกเลิกจิ้มก้อง เหตุล่าม (ตั้งใจ) แปลพลาด ทำจีนเข้าใจว่าไทยเป็นเมืองขึ้น
- ดูดวงชะตาตนเอง ฉบับ “นับเศษ” ของรัชกาลที่ 4 ฮิตมากจนสตรีชาววังนับเป็นกันทุกคน!
- วัดโสมนัสฯ “ทัชมาฮาล” เมืองไทย รัชกาลที่ 4 ทรงสร้างให้ใคร?
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์เมื่อ 15 กันยายน 2568





