รัชกาลที่ 3 ทรงลงทุน “โรงงานน้ำตาล” ผลเป็นอย่างไร?

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงลงทุนโรงงานน้ำตาล
พระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3)

“น้ำตาล” เป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกที่สำคัญในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ซึ่งรัชกาลที่ 3 ทรงลงทุนโรงงานน้ำตาลด้วยเช่นกัน แล้วกิจการของหลวงนี้เป็นอย่างไรบ้าง?

เมื่อรัชกาลที่ 3 ทรงลงทุนโรงงานน้ำตาล

ปวีณา หมู่อุบล กล่าวถึงประเด็นนี้ในหนังสือ “อำนาจนำพระนั่งเกล้าฯ: การเมืองวัฒนธรรมของชนชั้นนำต้นรัตนโกสินทร์” (สำนักพิมพ์มติชน) ว่า

สมัยรัชกาลที่ 3 หัวเมืองชายทะเลตะวันออกหลายเมืองกลายเป็นแหล่งผลิตน้ำตาลแหล่งสำคัญ ซึ่งทั้งพระมหากษัตริย์และชนชั้นนำต่างเข้าไปมีบทบาทในอุตสาหกรรมน้ำตาล ที่เป็นสินค้าส่งออกอันดับต้นๆ ในยุคนั้น

สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ พระยาศรีพิพัฒน์ฯ รัชกาลที่ 3 ทรงลงทุนโรงงานน้ำตาล
พระยาศรีพิพัฒน์ฯ (ทัต บุนนาค) ต่อมาคือ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ (ภาพ : Wikimedia Commons)

ระหว่าง พ.ศ. 2380-2382 รัชกาลที่ 3 ทรงลงทุนโรงงานน้ำตาล โดยทรงตั้ง “โรงหีบอ้อย” ขนาดใหญ่ ที่เมืองนครชัยศรี 2 โรง และที่เมืองฉะเชิงเทรา 1 โรง ใช้เงินลงทุนเป็นจำนวนกว่า 30,712 บาท

การนี้ทรงมอบหมายให้ พระยาวิเศษฤๅไชย เจ้าเมืองฉะเชิงเทรา เป็นผู้ดูแลการใช้จ่ายเงินดังกล่าว และมี พระยาศรีพิพัฒน์ฯ (ทัต บุนนาค) เป็นผู้ควบคุมดูแลอีกขั้นหนึ่ง

ขณะเดียวกัน พระยาศรีพิพัฒน์ฯ ก็ลงทุนในกิจการน้ำตาลด้วย และได้ชื่อว่าเป็นนายทุนของกิจการโรงหีบอ้อยขนาดใหญ่ โดยมีหลวงพิทักษ์ทศกร เจ้าภาษีน้ำตาล เป็นตัวแทนในการลงทุนและประกอบกิจการ

ปวีณาเล่าอีกว่า อย่างไรก็ตาม กิจการโรงหีบอ้อยของรัชกาลที่ 3 ประสบภาวะขาดทุน ซึ่งมีผู้แสดงความเห็นไว้ว่า เพราะการลงทุนของหลวงมุ่งหวังกำไรเป็นสำคัญ ต้องการลดความเสี่ยงในการผลิต และต้องการน้ำตาลที่มีคุณภาพดี จึงจ้างผู้ชำนาญการและแรงงานชาวจีนเข้ามาทำหน้าที่เกือบทุกอย่าง ทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายจำนวนมาก

โรงงานน้ำตาล รัชกาลที่ 3 ทรงลงทุนโรงงานน้ำตาล
โรงงานน้ำตาลริมแม่น้ำนครชัยศรี สมัยรัชกาลที่ 5 (ภาพจากสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

แต่อีกทางก็อาจมองได้ว่า กิจการโรงหีบอ้อยของหลวงถูกเบียดบังผลประโยชน์ เนื่องจากการขยายบทบาทและอำนาจทางเศรษฐกิจของขุนนาง โดยเฉพาะขุนนางในตระกูลบุนนาค ที่เข้ามามีบทบาทและได้รับผลประโยชน์อย่างมากจากอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย

การค้าในยุคนั้นนับว่ารุ่งเรือง เพราะนอกจากน้ำตาล รัชกาลที่ 3 และขุนนางผู้ใหญ่ อาทิ เจ้าพระยาพระคลัง (ดิศ บุนนาค) ยังทรงลงทุน/ลงทุนผลิตสินค้าส่งออกอื่นๆ อีกด้วย เช่น พริกไทย กระวาน ซึ่งมีแหล่งผลิตอยู่ที่หัวเมืองแถบชายทะเลตะวันออก (อีกแล้ว)

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง :

ปวีณา หมู่อุบล. อำนาจนำพระนั่งเกล้าฯ: การเมืองวัฒนธรรมของชนชั้นนำต้นรัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ: มติชน, 2567.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2568