“กรมหมื่นวรวัฒน์สุภากร” นายช่างฝีมือเยี่ยม ที่รัชกาลที่ 5 ทรงยกย่อง 

พระเจ้าราชวงศ์เธอ กรมหมื่นวรวัฒน์สุภากร
พระเจ้าราชวงศ์เธอ กรมหมื่นวรวัฒน์สุภากร

พระเจ้าราชวงศ์เธอ กรมหมื่นวรวัฒน์สุภากร คือนายช่างคนสำคัญเพียงไม่กี่คน/องค์ ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ “นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม” หรือ สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงยกย่องว่าเป็นนายช่างเอกฝีมือดี ที่ทรงงานอย่างประณีต

กรมหมื่นวรวัฒน์ฯ (พ.ศ. 2396-2456) มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าเฉลิมลักษณวงศ์ เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว กับเจ้าจอมมารดาขลิบ

กรมหมื่นวรวัฒน์ฯ ทรงศึกษาวิชาการช่างจากที่ใด ไม่ปรากฏหลักฐานเรื่องนี้ แต่ถ้าพิจารณาจากประวัติศาสตร์ วิชาการช่างหลายสาขาใน “พระบวรราชวัง” หรือวังหน้าสมัยรัชกาลที่ 4 นับว่าเจริญก้าวหน้ามาก

พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเองก็ทรงพระปรีชางานช่างอย่างยิ่ง ดังเห็นได้จากเมื่อครั้งที่พระองค์ต้องเสด็จมาประทับที่วังหน้าใหม่ๆ สิ่งปลูกสร้างต่างๆ ล้วนรกร้างหักพังเกือบหมด จนพระองค์ถึงกับออกพระโอษฐ์ว่า “อยู่ดีๆ ก็ให้มาเป็นสมภารวัดร้าง” การบูรณะซ่อมแซมไปจนถึงสร้างใหม่ จึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวแทบทั้งสิ้น

แม้วังหน้าจะไม่ใช่สำนักศึกษาโดยตรง แต่ก็คับคั่งไปด้วยช่างฝีมือดีระดับครู ที่แน่นอนว่าการถ่ายทอดให้เจ้านายลูกหลานวังหน้าเองย่อมไม่ใช่ปัญหา

ผลงานสำคัญกรมหมื่นวรวัฒน์สุภากร

กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงยกย่องสรรเสริญผลงานของเจ้านายเชื้อสายวังหน้าพระองค์นี้ไว้ใน “สาส์นสมเด็จ” หลายฉบับ เสมือนมีพระประสงค์จะให้คนรุ่นหลังได้ระลึกถึง

โดยเฉพาะฝีพระหัตถ์ผลงาน “หัวโขน” ต่างๆ เช่น พระพิราพ, มัยราพณ์, รามสูร, ทศกัณฐ์ ฯล ที่เก็บรักษาอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

หรือในสาส์นสมเด็จอีกตอนหนึ่ง กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงบันทึกอีกว่า เมื่อบูรณะวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระองค์ทรงรับเขียน “ภาพจิตรกรรม” ที่พระระเบียง คราวฉลอง 100 ปี แต่น่าเสียดายว่า กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์มิได้ทรงระบุว่าระเบียงห้องไหน หากทรงบรรยายผลงานและการทรงงานของกรมหมื่นวรวัฒน์สุภากรว่า

“…การเขียนซ่อมนั้นยากกว่าเขียนใหม่ตั้งสิบเท่า ต้องใช้ช่างที่ดีและเงินก็ต้องเสียมากทั้งได้ผลก็ไม่เป็นที่พอใจด้วย…รูปเขียนในพระอุโบสถวัดราชบูรณะนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงทราบราคา เคยตรัสสั่งให้กรมหมื่นวรวัฒน์ไปเขียนซ่อมคราวหนึ่ง…

ได้ทราบการเขียนที่วัดราชบูรณะว่ายากลำบากมาก เป็นต้นว่า วิมานสามช่องอันล่องชาดไว้นั้น กระเทาะแตกไปเสียช่องหนึ่ง เอาชาดสมัยนี้ทา ทำอย่างไรก็เข้ากับสองช่องที่เหลือนั้นไม่ได้ สีกะเจ๋อเหวอไป เพราะชาดสมัยใหม่ทำด้วยวิทยาศาสตร์…

กรมหมื่นวรวัฒน์ต้องวิ่งไปเที่ยวค้นก้นร้านได้ชาดอย่างเก่ามา จึงผสมทาได้สำเร็จ ถ้าทำอย่างสบายลบของเก่าทิ้งทั้งหลัง เขียนเอาใหม่ก็สบายกว่าเป็นไหน”

ภาพลายเส้น วัดพระแก้ว
ภาพลายเส้นวัพระแก้ว (วัดพระศรีรัตนศาสดาราม) (ภาพจาก : ท้องถิ่นสยามยุคพระพุทธเจ้าหลวง)

กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงบันทึกถึงเหตุที่รัชกาลที่ 5 ทรงมีรับสั่งให้กรมหมื่นวรวัฒน์ฯ ไปซ่อมรูปเขียนที่วัดราชบูรณะว่า…

“รัชกาลที่ 5 ได้ตรัสสั่งกรมหมื่นวรวัฒน์ให้ไปซ่อมรูปเขียนในโบสถ์วัดราชบูรณะ…ก็เพราะทรงทราบค่าแห่งฝีมืออยู่เหมือนกัน ได้ทราบข่าวว่าทำยากมาก ไม่ใช่แต่ผู้เขียนต้องเป็นช่างเขียนฝีมือดีเท่านั้น…”

ในปี 2446 รัชกาลที่ 5 โปรดสถาปนาเป็นพระองค์เจ้าต่างกรม มีพระราชปรารภในประกาศความตอนหนึ่งว่า “ทรงปรีชาชำนาญในการจิตรกรรม แม่นยำในแบบอย่างหลักฐานของการช่างโบราณ ทรงอุตสาหะทำการอันวิจิตร ด้วยฝีพระหัตถ์เป็นอันมาก ยากที่จะหาผู้เสมอได้ได้เวลานี้…” 

ทั้งหลายนี้ย่อมยืนยันในฝีพระหัตถ์ของกรมหมื่นวรวัฒน์ฯ ได้เป็นอย่างดี

ทศกัณฐ์ออกรบกับพระราม (ภาพจาก จิตรกรรมฝาผนัง เรื่องรามเกรียรติ์รอบพระระเบียง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, สำนักงานสลากินแบ่งรัฐบาล)

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง :

ประพัฒน์ ตรีณรงค์. “พระราชวงศ์เธอ กรมหมื่นวรวัฒน์สุภากร” ใน, สดุดีบุคคลสำคัญ เล่ม 10, สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี, พิมพ์ครั้งแรก 2533.

ธนิต อยู่โพธิ์. สีและลักษณะหัวโขน, กรมศิลปากร. 2546.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 22 สิงหาคม 2567