ล่ามทูตสยามครวญทัพกรุงศรีฯ ขาดอาวุธที่มีประสิทธิภาพ จึงไม่อาจช่วยจีนรบญี่ปุ่นได้

ภาพขยายคณะทูต มีทูตจากสยามโบกธงที่เขียนว่าเสียนหลอ (ธงสีแดง คนใส่เสื้อเขียว)

…เอกสารเกาหลีอีกชิ้นหนึ่งให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า ในวันที่ ๒๘ เดือน ๙ ปี ค.ศ. ๑๕๙๒ ฉือฉิง เสนาบดีกระทรวงกลาโหมของจีนได้เชิญเจิ้งคุนโช่ว (ทูตเกาหลี) และ “ล่ามที่ติดตามมากับทูตสยาม” แซ่หลี่ไปกินเลี้ยงที่บ้านของเขา (ที่ปักกิ่ง) หลังจากที่พูดคุยกับเสนาบดีฉือฉิงเสร็จและโค้งคำนับร่ำลากันแล้ว ล่ามที่ติดตามมากับทูตสยามได้แอบกระซิบกับล่าม (ซึ่งน่าจะเป็นคนเกาหลี) ว่า

“การที่ท่านเสนาบดีเชิญพวกเรามาอีกครั้ง ก็เพราะต้องการให้สยามส่งทหารไปช่วยจีนตีญี่ปุ่นเป็นแน่ [เน้นโดยผู้เขียน]  (แต่) สยามเองมีลูกศรก็จริงแต่ยิงคนก็ยังไม่เข้า ดาบฟันก็ไม่ขาด ลูกปืนก็ไม่มีประสิทธิภาพ แล้วจะไปช่วยได้อย่างไร จะเอาอาวุธเหล่านี้ไปบุกญี่ปุ่นได้อย่างไร ถ้าจะไปประเทศของฉัน [สยาม – ผู้เขียน] ต้องออกจากกวางตุ้ง ผ่านริวกิว ประเทศฉันอยู่ทางขวา ญี่ปุ่นอยู่ทางซ้าย ระหว่างทาง
มีโขดหินและคลื่นลมแรง ไปทางเรือไม่ได้ จะต้องไปกวางตุ้งก่อนถึงจะไปถึงญี่ปุ่นได้ พวกโจรที่มาบุกประเทศของท่าน [หมายถึงเกาหลี – ผู้เขียน] ในตอนนี้เป็นคนจากฮกเกี้ยนทั้งนั้น โจรพวกนี้รู้เส้นทางขึ้นบกได้อย่างไร…”

คิมุระสันนิษฐานว่าล่ามที่ติดตามทูตสยามไปปักกิ่งนี้น่าจะเป็นคนมาจากสยาม นั่นคือคนจีนที่อยู่ในสยามนั่นเอง จากการที่เขา “แอบกระซิบ” กับล่ามคนเกาหลีนั้น ทำให้เราได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าคนที่อยู่เบื้องหลังข้อเสนอของทูตสยาม จริงๆ แล้วคือเสนาบดีฉือฉิง ซึ่งเป็นคนแนะนำให้ทูตสยามเสนอจีนว่าจะส่งทหารไปช่วยตีญี่ปุ่น…


ที่มา: คัดจากตอนหนึ่งของบทความ “จริงหรือที่สมเด็จพระนเรศวรฯ เคยคิดจะยกทัพไปบุกญี่ปุ่น : แนะนำบทความของ คิมุระ คานาโกะ” โดย ปิยดา ชลวร ใน ศิลปวัฒนธรรม ฉบับ พฤษภาคม 2555. (คลิกที่นี่ เพื่ออ่านบทความฉบับเต็ม)

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป