ที่ปรึกษาฝรั่งเห็นสภาพเรือนจำสยามถึงกับ “สังเวช” ใจ ชี้คอกหมูในยุโรปยังสภาพดีกว่า

ภาพนักโทษฉกรรจ์สมัยต้นศตวรรษที่ 20 จากหนังสือ The Country and People of Siam โดย Karl Döhring

“วันนี้ข้าพเจ้าไปเยี่ยมชมเรือนจำใหญ่ ได้เห็นสภาพอันน่าสังเวชเป็นอย่างยิ่ง เรือนจำแห่งนี้ไม่มีหลังคา และพื้นก็เฉอะแฉะไปด้วยโคลนหนาประมาณ ๒-๓ นิ้ว ต้องเดินไปบนสะพานไม้ที่ทอดไว้สำหรับเดินจากประตูใหญ่เข้าไปในตัวเรือนจำ ภายในเรือนจำก็มืดและมีเหล่านักโทษผู้เคราะห์ร้ายประมาณ ๒๐ คน ยืนอยู่บนพื้นอันเฉอะแฉะด้วยโคลนสีดำ

เมื่อเข้าไปภายในก็จะมีสภาพเหมือนโรงเก็บสินค้า มีนักโทษใส่ขื่อคาคุกเข่าอยู่บนพื้นไม้ บ้างก็สูบบุหรี่ บ้างก็นั่งห้อยแขนอยู่ โรงเรือนมี ๓ ประตู ประตูแรกเป็นที่จองจำนักโทษที่ถูกจำคุกในระยะสั้น ประตูที่สองเปิดออกไปสู่ที่คุมขังนักโทษฉกรรจ์ และประตูที่สามเป็นประตูห้องจำคุกนักโทษหญิง ห้องขังทั้งหมดแทบจะไม่มีอากาศหายใจ มีแสงสว่างก็เพียงที่ลอดเข้าทางรอยแตกของผนังเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีกลิ่นอันสุดจะทนทานอยู่ทั่วไป เราต้องคลานเข้าไปทางประตูที่จะเข้าไปสู่ห้องขังนักโทษหญิงซึ่งสูงเพียงแค่ ๖๐ เซนติเมตรเท่านั้น

ข้าพเจ้าคิดว่าสถานที่เช่นนี้ เปรียบไม่ได้แม้กับคอกหมูของเราชาวยุโรป เพราะสัตว์เลี้ยงคงอาศัยอยู่ไม่ได้”

ปีแอร์ โอร์ต (Pierre Orts) ผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมายชาวเบลเยียมกล่าวถึงคุกโบราณในเมืองเชียงใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2440 ก่อนที่จะมีการก่อสร้างเรือนจำมณฑลพายัพ ซึ่งกลายมาเป็นเรือนจำกลางจังหวัดเชียงใหม่ และทัณฑสถานหญิงจังหวัดเชียงใหม่ในลำดับถัดมา


อ้างจากบทความ “เวียงแก้ว จากคุ้มหลวงสู่คอกหลวงนครเชียงใหม่” โดย วรชาติ มีชูบท ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับสิงหาคม 2555

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป