นักโบราณคดีอ้างหลักฐานการค้นพบเครื่องปั้นดินเผายืนยันความฉิบหายของ “โรคห่า” ในยุคกลาง

ภาพเขียนเหตุการณ์สังหารหมู่ชาวยิวที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นตอการระบาดของกาฬโรค จากหนังสือ A History of the Jewish People by H.H. Ben-Sasson, ed. (Harvard University Press, Cambridge, 1976)

นักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยลินคอล์นในอังกฤษอ้างหลักฐานจากลักษณะการแพร่กระจายของเครื่องปั้นดินเผาขึ้นสนับสนุนความถูกต้องของบันทึกประศาสตร์ในยุคกลางที่ระบุว่า กาฬโรคที่ระบาดในช่วง ค.ศ.1346-1351 (พ.ศ.1889-1894) ได้ทำให้ประชากรในหลายพื้นที่ของยุโรปหายไปเกือบครึ่งหนึ่ง

ศาสตราจารย์คาเรนซา ลูอิส (Carenza Lewis) ได้ตั้งทฤษฎีว่าจำนวนของเศษเครื่องปั้นดินเผาที่ใช้ในชีวิตประจำวันเป็นเครื่องบ่งชี้จำนวนประชากรที่ดีประการหนึ่ง การขุดค้นพื้นที่ตัวอย่างและเปรียบเทียบเศษเครื่องปั้นดินเผาด้วยจำนวนและน้ำหนักที่ได้จากชั้นอายุที่ต่างกันก็จะสามารถคาดเดาจำนวนประชากรที่อาศัยในพื้นที่นั้นๆในยุคที่ต่างกันได้

จากการวิเคราะห์เศษเครื่องปั้นดินเผานับหมื่นชิ้นที่สามารถวัดอายุได้จากแหล่งขุดค้นราว 2,000 แห่งในภาคตะวันออกของอังกฤษของลูอิส แสดงให้เห็นว่ามีการลดลงของจำนวนประชากรเฉลี่ยราว 45 เปอร์เซนต์ และในบางพื้นที่อย่างบินแฮม (Binham) ในนอร์ฟอล์กเหนือ (North Norfolk) ซึ่งจำนวนเศษเครื่องปั้นดินเผาได้ลดลงกว่า 71 เปอร์เซนต์ ย่อมมีตัวเลขที่เลวร้ายกว่าค่าเฉลี่ยมาก

ก่อนหน้านี้นักประวัติศาสตร์ในยุคศตวรรษที่ 20 ได้ตั้งข้อสงสัยต่อบันทึกถึงความเลวร้ายของการแพร่ระบาดของกาฬโรคในยุคกลาง ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากมีการค้นพบสุสานของผู้เสียชีวิตจากการระบาดของโรคไม่มากเท่าไรนัก ทำให้นักประวัติศาสตร์บางส่วนเชื่อว่า ตัวเลขจากบันทึกในยุคกลางเป็นตัวเลขที่สูงเกินจริง

ขณะที่ลูอิสกล่าวว่า ความรุนแรงของกาฬโรคในครั้งนั้นมีตัวเลขเชิงสถิติที่น่าพรั่นพรึงจริงๆ ก่อนที่การฟื้นตัวของจำนวนประชากรในช่วงหลังยุคกลางจะช่วยปิดบังถึงความเสียหายในครั้งนั้น

ทั้งนี้ คำว่า “โรคห่า” สุจิตต์ วงษ์เทศ เคยอธิบายว่า เป็นคำที่หมายความถึงโรคระบาดที่ทำให้มีคนตายคราวละมากๆ ซึ่งอาจเกิดจากฝีดาษ อหิวาต์ หรือกาฬโรคก็ได้ และการระบาดของโรคห่าช่วงที่มีการสถาปนาอยุธยา (พ.ศ.1893) ซึ่งเคยบันทึกกันว่าเป็นโรคอหิวาต์ แท้จริงแล้วคือกาฬโรค ที่แพร่จากจีนไปจนถึงยุโรปซึ่งสอดคล้องกับบันทึกการระบาดของกาฬโรคในยุโรปสมัยยุคกลางพอดี

ข้อมูลจาก:

1. “‘Eye-watering’ scale of Black Death’s impact on England revealed”. The Guardian.
<https://www.theguardian.com/science/2016/may/23/eye-watering-scale-of-black-deaths-impact-on-england-revealed>

2. โรคห่า คือ กาฬโรค ยุคพระเจ้าอู่ทอง กรุงศรีอยุธยา. สุจิตต์ วงษ์เทศ
<http://www.sujitwongthes.com/2009/08/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%B2-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AC%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84/>

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป