พิธีกินเจของจักรพรรดิจีน ในพระราชวังต้องห้าม

ป้ายถือศีลกินเจที่ให้แขวนติดตัว  (ภาพจาก “ร้อยเรื่องราววังต้องห้าม” )

พิธีถือศีลกินเจสมัยราชวงศ์ชิงรับสืบทอดประเพณีมาจากยุคก่อนหน้า จักรพรรดิถือศีล กินเจ ก่อนประกอบพิธีเซ่นไหว้ตามเทศกาลสำคัญ หรือรัฐพิธีต่างๆ  โดยพิธีใหญ่ถือศีลกินเจ 3 วัน, พิธีกลาง 2 วัน และพิธีรวม 1 วัน พิธีใหญ่มีพิธี 13 รายการ ซึ่งโดยทั่วไปจักรพรรดิเป็นประธานพิธี, พิธีกลางมี 13 รายการ และพิธีอื่น 53 รายการ พิธี 2 ประเภทหลังส่วนใหญ่มอบหมายให้ขุนนางทําพิธีแทน (จาก จื่อจิ้นเฉิงเน่ยไจกงเตอะเจี้ยนจื้อเหอสื่อย่ง) รวมแล้วในแต่ละปีจึงมีพิธีถือศีลกินเจประมาณ 100 กว่าวัน

เดิมสมัยราชวงศ์หมิง-ต้นราชวงศ์ชิงทําพิธีถือศีลกินเจนอกวังมาตลอด แต่สมัยจักรพรรดิยงเจิ้ง มีการชิงบัลลังก์จนเกิดความขัดแย้งรุนแรงในราชสํานัก จึงกังวลว่าอาจมีการลอบปลงพระชนม์หรือล้มราชบัลลังก์ เพื่อความปลอดภัยจึงโปรดให้สร้างไจกงในรัชศกยงเจิ้งปีที่ 9 (ค.ศ.1731) อยู่บนพื้นที่เดิมของหงเข่าเตี้ยน และเสินเซียวเตี้ยน และทําพิธีถือศีลกินเจในวังแทนเรื่อยมา

ข้อห้ามระหว่างที่จักรพรรดิถือศีลกินเจ เช่น ต้องชําระร่างกาย, เปลี่ยนเครื่องทรง, ห้ามเสวยของโปรด ห้ามพิจารณาโทษ, ห้ามจัดงานรื่นเริง, ห้ามร่วมหลับนอนกับสตรี, ห้ามเยี่ยมผู้ป่วยและไว้ทุกข์ ,ห้ามเสวยสุรา, ห้ามเซ่นไหว้เทพเจ้า, ห้ามทําความสะอาดสุสาน ฯลฯ

สมัยโบราณการถือศีลกินเจและชําระร่างกายก่อนพิธีเซ่นไหว้เพื่อแสดงถึงความเคารพ สมัยราชวงศ์หมิงมีกฏให้ทุกจวนว่าการติดป้ายถือศีลกินเจว่า “อาณาจักรมีกฎหมาย เทพเจ้าย่อมดูแลสอดส่อง” รัชศกยงเจิ้งปีที่ 10 (ค.ศ.1732) ทรงเห็นว่าป้ายถือศีลกินเจหน้าจวนว่าการไม่อาจเตือนใจได้ดีพอ จึงออกแบบป้ายถือศีลกินเจตามแบบป้ายห้อยเอวที่นิยมสมัยราชวงศ์หมิง ขนาด 4.9 เซนติเมตร สลักคําว่า “ถือศีลกินเจ” ด้านหนึ่งเป็นภาษาจีน อีกด้านเป็นภาษาแมนจู มีป้ายที่ทําจากวัสดุและรูปทรงหลากหลาย

ซึ่งรวมแบบหนึ่งเป็นป้ายเล็กๆ แขวนไว้แนบอก ผู้ที่ต้องเข้าพิธีเซ่นไหว้ในช่วงถือศีล กินเจต้องแขวนป้ายไว้เพื่อเตือนตนเองและผู้อื่นให้สํารวม ขณะเดียวกันป้ายถือศีลกินเจประดิษฐ์ได้งดงามจนกลายเป็นของขวัญที่จักรพรรดิพระราชทานแด่ขุนนางผู้ใหญ่


ข้อมูลจาก

จ้าวกว่างเชา-ผู้เขียน, อชิรัชญ์ ไชยพจน์พานิช และ ชาญ ธนประกอบ-แปล, ร้อยเรื่องราววังต้องห้าม, สำนักพิมพ์มติชน, พิมพ์ครั้งที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563


เผยแพร่ในระบบออนลน์ครั้งแรกเมื่อ 5 ตุลาคม 2564

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป