“ฮิตเลอร์” ผู้นำเยอรมนี ประกาศไม่ขอรับ “เงินเดือน” แล้วมีรายได้จากไหนอีก?

อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เมื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศ เขาได้ให้คำมั่นกับชาวเยอรมันว่า การเป็นนายกรัฐมนตรีของเขานั้น ไม่มีความปรารถนาที่จะหาความร่ำรวยอะไร แต่เป็นไปเพื่อความรักชาติ เพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อ ปัญหาว่างงาน บูรณะประเทศให้เจริญก้าวหน้า และที่สำคัญที่สุดคือ การปลดเปลื้องเครื่องพันธนาการของเยอรมนีให้หมดสิ้นไป

ฮิตเลอร์ประกาศว่า ในขณะที่เขาดำรงตำแหน่งนี้ เขาจะทำหน้าที่ด้วยความเสียสละ จะยึดผลประโยชน์ชาติเป็นสำคัญ โดยจะไม่ขอรับเงินเดือนในการปฏิบัติหน้าที่นี้เลยตลอดระยะเวลาของการทำงาน

โดยเงินเดือนประจำตำแหน่งอยู่ที่ 29,200 ไรชส์มาร์ค (สกุลเงินเยอรมนีในอดีต)

อย่างไรก็ตาม ฮิตเลอร์ไม่ได้เดือนร้อนเรื่องเงินทองอยู่แล้ว เพราะเขามีรายได้มหาศาล ซึ่งมากกว่าเงินเดือนประจำตำแหน่งหลายเท่าตัว (ซ้ำเขายังพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะเลี่ยงจ่ายภาษี)

รายได้นั้นมาจากลิขสิทธิ์หนังสือ “การต่อสู้ของข้าพเจ้า” (Mein Kampf) ผลงานเขียนของฮิตเลอร์ตั้งแต่ก่อนเข้าดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ

หนังสือเล่มนี้ ฮิตเลอร์เขียนขณะที่ถูกจองจำอยู่ในคุกที่ป้อมแลนด์สเบิกส์แอมเลค (ถูกจำคุกเป็นเวลา 8 เดือน จากโทษจำคุก 5 ปี) เพราะตกเป็นอาชญกรทางการเมือง หลังจากเหตุการณ์ “กบฏโรงเบียร์” การปฏิวัติที่ล้มเหลว ในเมืองมิวนิก เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ. 1923

หนังสือเล่ม “Mein Kampf” ขายดีมาก ทำให้ฮิตเลอร์ได้รับค่าลิขสิทธิ์จากหนังสือเล่มนี้มาจำนวนมากเช่นกัน และมากขึ้นไปอีกเมื่อเขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี ค.ศ. 1933 หนังสือที่เขียนโดยผู้นำประเทศก็ได้รับความนิยม และที่ทำให้หนังสือขายดีมากเป็นพิเศษ เมื่อมีการออกนโยบายเชิง “อัฐยายซื้อยาย”

กล่าวคือ ฮิตเลอร์ออกคำสั่งให้รัฐบาล หน่วยงาน หรือองค์กรท้องถิ่น แจกหนังสือ “Mein Kampf” ให้กับคู่รักหนุ่มสาวที่เพิ่งแต่งงานกันใหม่ ๆ มอบให้เป็นของขวัญการแต่งงาน ซึ่งสร้างรายได้ย้อนกลับมาให้ท่านผู้นำโดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลย นอกจากนี้ การแจกหนังสือเล่มนี้ยังเป็นการ “โฆษณาชวนเชื่อ” และการปลูกฝัง “ลัทธินาซี” แก่คนวัยหนุ่มสาวที่กำลังจะสร้างครอบครัวอีกด้วย

มีการประมาณการณ์ว่า ค่าลิขสิทธิ์ที่ฮิตเลอร์ได้รับอยู่ที่ราว 7.8 ล้านไรชส์มาร์ค [The New York Times อธิยายว่า ไรชส์มาร์คหนึ่งมีมูลค่าประมาณ 5-8 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี ค.ศ. 2002)] โดยในปี ค.ศ. 1934 ฮิตเลอร์ได้รับค่าลิขสิทธิ์สูงถึงราว 2 ล้านไรชส์มาร์ค

แม้ไม่อาจพิสูจน์ได้แน่ชัดว่า ฮิตเลอร์ได้รับเงินจากค่าลิขสิทธิ์หนังสือ “Mein Kampf” แต่เชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่เงินมหาศาลจากหนังสือเล่มนี้จะไหลเข้าสู่กระเป๋าเงินของท่านผู้นำ ซึ่งอาจสังเกตได้จากการออกกฎหมายเอื้อผลประโยชน์ให้ตนเอง โดยกฎหมายเดิมจำกัดระยะเวลาลิขสิทธิ์ไว้ที่ 10 ปี แต่ฮิตเลอร์ได้ขยายระยะเวลาลิขสิทธิ์เป็น 25 ปี

นี่เป็นเพียงแหล่งรายรับของฮิตเลอร์เพียงเศษเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น ฮิตเลอร์ยังได้รับผลประโยชน์มหาศาลจากช่องทางอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น เงินลงทุน เงินบริจาค เงินใต้โต๊ะ และผลประโยชน์อีกมากมายมหาศาลที่อยู่รายล้อมรอบตัวผู้นำแห่งเยอรมนี

 

คลิกอ่านเพิ่มเติม : “ฮิตเลอร์” เสียภาษีเท่าไหร่? เผยเอกสารการเงินยุคขายหนังสือ เขม่นฝ่ายเก็บภาษี ถึงเป็นนายกฯ


อ้างอิง :

อุทิศ เกรียงไกรสร. (2551). ฮิตเลอร์ บุรุษผู้คิดการใหญ่. กรุงเทพฯ : อนิเมทกรุ๊ป.

Steven Erlanger. (2002). Hitler, It Seems, Loved Money and Died Rich. Access 9 July 2021, from https://www.nytimes.com/2002/08/08/world/hitler-it-seems-loved-money-and-died-rich.html

L.A. TIMES ARCHIVES. (1987). A Rich Hitler Evaded Taxes, Magazine Says. Access 9 July 2021, from https://www.latimes.com/archives/la-xpm-1987-01-03-mn-2155-story.html

Encyclopaedia Britannica. (2021). 9 Things You Might Not Know About Adolf Hitler. Access 9 July 2021, from https://www.britannica.com/list/9-things-you-might-not-know-about-adolf-hitler


เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 9 กรกฎาคม 2564

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป