ราชครู-สี่เสาเทเวศร์ 2 กลุ่มการเมืองใหญ่ ในยุคเผด็จการทหาร

(ซ้าย)จอมพล ผิน ชุณหะวัณ ผู้นำกลุ่มราชครู (ขวา) จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้นำกลุ่มสี่เสาเทเวศร์

นับตั้งแต่ปี 2490 การเมืองไทยก็ตกอยู่ภายใตคณะรัฐประหารที่กองทัพบกเป็นผู้นำ แม้จอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2491 และกินเวลาเกือบ 10  ปี แต่อำนาจที่แท้จริงกับอยู่ที่ จอมพล ผิน ชุณหะวัณ และจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่เป็นผู้นำกลุ่มการเมืองใหญ่ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มราชครู และกลุ่มสี่เสาเทเวศร์

ที่มาของกลุ่มการเมืองทั้งสองข้างต้น เกิดหลังรัฐประหาร นายทหารเหล่านี้ขัดแย้งกันในเรื่องของผลประโยชน์ ทั้งสองกลุ่มจึงสร้างฐานอำนาจทางเศรษฐกิจด้วยการสร้างวิสาหกิจของรัฐ สร้างบริษัทส่วนตัว และคุ้มครองผลประโยชน์ให้กับภาคธุรกิจของเอกชน ทำให้ภาคเอกชนต้องเลือกเข้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพื่อแลกกับการคุ้มครองผลประโยชน์ของตน และโอกาสได้เปรียบทางธุรกิจ ส่วนชื่อกลุ่มดังกล่าวเป็นการเรียกตามสถานที่พักของผู้นำกลุ่มทั้งสอง ดังนี้

กลุ่มราชครู เรียกตามที่อยู่ของผู้นำกลุ่มคือ จอมพล ผิน ชุณหะวัณ ที่ซอยราชครู ถนนพหลโยธิน นอกจาก จอมพลผิน ก็ยังมีสมาชิกอื่นได้แก่ พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์, พลตรี ประมาณ อดิเรกสาร, พลจัตวา ชาติชาย ชุณหะวัณ ฯลฯ

ส่วนธุรกิจการค้าของกลุ่มและธุรกิจที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่ม ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ จำกัด, ธนาคารเกษตร จำกัด, บริษัท ประกันชีวิตบูรพา จำกัด, บริษัท เดินเรือไทย จำกัด, บริษัท กระสอบไทย จำกัด, บริษัท อุตสาหกรรมน้ำตาลชลบุรี จำกัด, บริษัท ส่งเสริมเศรษฐกิจแห่งชาติ จำกัด, บริษัท ค้าไม้ทหารสามัคคี จำกัด, บริษัท กรุงเทพสหการสุรา จำกัด ฯลฯ

กลุ่มสี่เสาเทเวศร์ เรียกตามที่อยู่ของผู้นำกลุ่มคือ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ (บ้านพักรับรองของกองทัพบก) ที่ถนนศรีอยุธยา สมาชิกของกลุ่มมี พลโท ถนอม กิตติขจร, พลโท ประภาส จารุเสถียร, พลอากาศโท เฉลิมเกียรติ วัฒนางกูล ฯลฯ

ส่วนธุรกิจการค้าของกลุ่มและธุรกิจที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มได้แก่ กลุ่มบริษัท “สหสามัคคี” ทั้ง 4  (บริษัท สหสามัคคีค้าสัตว์ จำกัด, บริษัท สหสามัคคีเดินเรือ จำกัด, บริษัท สหพานิชย์สามัคคี จำกัด, บริษัท การค้าสหสามัคคี จำกัด) ธนาคารมณฑล จำกัด, บริษัท เหมืองแร่บูรพาเศรษฐกิจ จำกัด, บริษัท วิจิตรก่อสร้าง จำกัด, บริษัท เหมืองแร่บูรพาเศรษฐกิจ จำกัด, บริษัทบางกอกเดินเรือและการค้า จำกัด ฯลฯ

นอกจากนี้ ทั้งสองกลุ่มยังมีหนังสือพิมพ์ของกลุ่มตนเอง เป็นเครื่องมือในการโจมตีฝ่ายตรงข้าม โดยกลุ่มราชครูมี หนังสือพิมพ์เผ่าไทย และ 2500 ขุดคุ้ยการทุจริตของ พลเอก สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ขณะที่กลุ่มสี่เสาเทเวศร์ก็มี หนังสือพิมพ์สารเสรี และ ไทยรายวัน เปิดโปงเรื่องการค้าฝิ่น, ค้าทองคำเถื่อน และค้าธนบัตรปลอม

ทั้งสองกลุ่มยังได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามในเวลานั้นไม่ตอบสนองของผลประโยชน์ทางเศรษฐกิของสหรัฐฯ รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจึงเลือก “เหยียบเรือสองแคม” กล่าวคือ ขณะที่องค์การประมวลข่าวกลางแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ CIA สนับสนุนกลุ่มราชครู กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาก็ให้ความช่วยเหลือกลุ่มสี่เสาเทเวศร์

จนเมื่อพลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ มีข่าวพัวพันกับการค้าฝิ่น หน่วยงานของสหรัฐอเมริกาจึงหันมาสนับสนุนกลุ่มสี่เสาเทเวศร์มากขึ้น ต่อมาจอมพลสฤษดิ์ รัฐประหาร (16 กันยายน 2500) จอมพล ป. ลี้ภัยออกนอกประเทศ กลุ่มราชครูเริ่มหมดอำนาจลง ธุรกิจเอกชนในเครือข่ายของกลุ่มราชครูที่เคยได้อภิสิทธ์ต่างๆ ก็ได้รับผลกระทบไปด้วย

ขณะที่ความสัมพันธ์ของกลุมสี่เสาเทเวศร์กับสหรัฐอเมริกาก็แน่นแฟ้นขึ้น ดังจะเห็นจากเมื่อจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เดินทางไปรักษาตัวที่สหรัฐอเมริกาในฐานะแขกส่วนตัวของประธานาธิบดี ไอเซนฮาวน์  ทั้งยังให้ความช่วยเหลือทางการเงิน, การทหารในการพัฒนาและปราบปรามผู้ก่อการร้ายในประเทศไทย รวมถึงการต่อต้านคอมมิวนิสต์

จนกระทั่งถึงการชุมนุมทางการเมืองครั้งใหญ่ของนักศึกษาและประชาชนในเดือนตุลาคม 2516 กลุ่มสี่เสาเทเวศร์จึงหมดอำนาจไป

 


ข้อมูลจาก

รวิพรรณ สาลีผล. ประวัติของเศรษฐกิจไทย ตั้งแต่ 2475, สำนักวิชาเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, ธันวาคม 2555

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ. ประวัติการเมืองไทย : 2475-2500, พิมพ์ครั้งที่ 3 ตุลาคม 2544, มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

ดร.ธิกานต์ ศรีนารา. กลุ่มสี่เสาเทวเศร์, เว็บไซต์สถาบันพระปกเกล้า, สืบค้นเมื่อ 5 ตุลาคม 2563


เผยแพร่ข้อมูลในระบบออไนลน์ครั้งแรกเมื่อ 8 ตุลาคม 2563

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป