พบเซลล์สมองผู้เสียชีวิตจากภูเขาไฟระเบิดแถบปอมเปอี และการแปรสภาพเป็นแก้วแวววาว

ภาพประกอบเนื้อหา - ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2015 ของนักศึกษาชาวสเปนที่ทำการเรียบเรียงชื้นส่วนโบราณวัตถุที่ได้จากการขุดค้นเมืองโบราณแห่งปอมเปอี ของอิตาลี ในโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศของสถาบันด้านการศึกษาและโบราณคดีของอังกฤษ สเปนและอิตาลี (AFP PHOTO / ROBERTA BASILE / AFP PHOTO / ROBERTA BASILE)

กระบวนการศึกษาเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในอดีตซึ่งยังดำเนินอยู่จนถึงปัจจุบันช่วยให้มวลมนุษยชาติเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตเพื่อก้าวไปสู่อนาคตได้อย่างมั่นคงมากขึ้น บางครั้งระหว่างเส้นทางที่กำลังศึกษาค้นคว้าอยู่ก็มักพบสิ่งน่าสนใจอยู่กลางทาง ดังเช่นกรณีที่นักวิจัยค้นพบวัตถุซึ่งเชื่อว่าเป็น เซลล์สมอง ของผู้เสียชีวิตระหว่างเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิด อย่างกรณีภูเขาไฟวิซูเวียส (Vesuvius) จนทำลายเมืองปอมเปอี และคร่าชีวิตชาวโรมันจำนวนมาก

รายงานข่าวจากสื่อต่างประเทศหลายแห่งเปิดเผยผลงานวิจัยโดยนักนิติมานุษยวิทยา ซึ่งพบเซลล์สมองของชายหนุ่มที่เสียชีวิตเมื่อเกือบ 2,000 ปีก่อน ขณะภูเขาไฟวิซูเวียส (Vesuvius) ระเบิดเมื่อปี ค.ศ. 79 โดยสิ่งที่พบนั้นอยู่ในสภาพไม่เสียหาย

การค้นพบนี้เกิดขึ้นขณะที่ทีมวิจัยศึกษาซากของเหยื่อผู้เสียชีวิตซึ่งค้นพบเมื่อยุค 60s ในเมืองเฮอร์คิวเลเนียม (Herculaneum) เมืองอีกแห่งหนึ่งที่ถูกเถ้าถ่านภูเขาไฟทำลายเมื่อปีค.ศ. 79

เหยื่อที่เสียชีวิตมีอายุประมาณ 25 ปี รายงานข่าวเผยว่า เหยื่อรายนี้ถูกพบในสภาพคว่ำหน้าลงบนเตียงไม้ในอาคารแห่งหนึ่ง เชื่อว่าเขาอาจกำลังปฏิบัติกิจสวดบูชาจักรพรรดิออกัสตัส (Emperor Augustus)

ซากของของเหยื่อรายนี้ถูกค้นพบตั้งแต่ยุค 1960s แต่ที่ทีมศึกษาค้นพบวัตถุคล้ายแก้วที่เชื่อว่าเป็น “สมอง” นั้นถูกพบเมื่อไม่นานมานี้

Pier Paolo Petrone นักนิติมานุษยวิทยา แห่งมหาวิทยาลัย Naples Federico II หัวหน้าคณะวิจัยให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNN ว่า โปรเจคต์การศึกษาที่ค้นพบเซลล์สมองนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาพบเห็นวัตถุคล้ายแก้วมีประกายในกะโหลกขณะเขากำลังทำงานอยู่ใกล้กับโครงกระดูกเมื่อปี 2018

สำหรับวัตถุที่มีลักษณะเป็นแก้วแวววาว เขาและทีมงานนักวิจัยอธิบายในงานเขียนทางวิชาการที่ตีพิมพ์ในวารสาร New England Journal of Medicine เมื่อช่วงต้นปี 2020 พวกเขาเปิดเผยต้นเหตุที่ทำให้วัตถุนั้นมีสภาพแก้วที่มีประกายว่า มาจากกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่เปลี่ยนสมองของเหยื่อให้กลายสภาพเป็นลักษณะแวววาวแบบ “แก้ว” (glassy) อันเป็นผลมาจากการโดนความร้อนสูงตามมาด้วยการลดอุณหภูมิให้เย็นลงอย่างรวดเร็ว

ภาพเขียนภูเขาไฟวิซุเวียส ระเบิด ทำลายเมืองปอมเปอี และเฮอร์คิวเลเนียม โดยจอห์น มาร์ติน ค.ศ. 1821 (ภาพจาก Tate Britain)

“สมองถูกเถ้าถ่านของภูเขาไฟที่มีความร้อน จนต้องแปรสภาพเป็นของเหลวในขั้นแรก จากนั้นก็กลายสภาพเป็นแก้วในทันทีเนื่องจากอุณหภูมิที่เย็นลงอย่างรวดเร็วจากการทับถมของเถ้าถ่าน” หัวหน้าทีมวิจัยอธิบาย

หลังจากวิเคราะห์หลายขั้นตอนตามลำดับแล้ว พวกเขาพบเซลล์สมองที่กลายเป็นแก้ว เรียกได้ว่า มันถูกรักษาสภาพไว้อย่างดีด้วยกระบวนการที่ยากจะพบเห็นในกรณีอื่น

นอกจากนี้ รายงานข่าวยังเผยว่า นักวิจัยพบเซลล์เส้นประสาทในไขสันหลังซึ่งกลายสภาพเป็นแก้วเช่นเดียวกันกับสภาพของสมอง

Guido Giordano นักวิจัยด้านภูเขาไฟจากมหาวิทยาลัย Roma Tre ซึ่งวิจัยศึกษากรณีเดียวกันยังให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNN ว่าไม้ที่อยู่ในสภาพดำเกรียมข้างโครงกระดูกที่พบยังบ่งชี้ว่า สถานที่แห่งนี้เคยถูกปกคลุมด้วยอุณหภูมิสูงถึง 500 องศาเซลเซียสภายหลังจากภูเขาไฟระเบิด ซึ่งพอจะบ่งบอกถึงสภาพที่น่ากลัวก่อนหน้าที่เหยื่อจะเสียชีวิตได้

Guido Giordano ยังระบุว่า สภาพที่สมบูรณ์ของตัวอย่างซึ่งถูกค้นพบนั้น ไม่เคยถูกพบมาก่อน และเป็นประโยชน์ต่อนักวิจัยอย่างมาก ถือเป็นการเปิดประตูไปสู่การศึกษาคนยุคโบราณแบบที่ไม่เคยเกิดมาก่อน

ทีมนักวิจัยซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา อาทิ นักโบราณคดี นักชีววิทยา นักนิติวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา จากเนเปิลส์, โรม และมิลาน จะยังทำงานศึกษาซากที่ค้นพบร่วมกันต่อ เพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการที่ทำให้ชิ้นส่วนจากซากแปรสภาพเป็นแก้ว อาทิ อุณหภูมิที่แน่ชัดซึ่งเหยื่อสัมผัส และอัตราเยือกแข็งของเถ้าถ่านภูเขาไฟ โดยหวังว่าจะวิเคราะห์โปรตีนและลักษณะของยีนที่เกี่ยวข้องจากซากที่ค้นพบด้วย

 

พิเศษ ลด 40%! สมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ลดราคาพิเศษ 40% เฉพาะสมัครวันนี้ถึง 11 ตุลาคม 2563 เท่านั้น คลิกดูรายละเอียดที่นี่


อ้างอิง :

Rory Sullivan, Sharon Braithwaite. “Scientists find intact brain cells in skull of man killed in Vesuvius eruption nearly 2,000 years ago”. CNN. Online. Published 5 OCT 2020. Access 6 OCT 2020. <https://edition.cnn.com/2020/10/05/europe/brain-cells-vesuvius-victim-herculaneum-scn-scli-intl/index.html>


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 6 ตุลาคม 2563

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป