เฉาคุน นายพลผู้ซื้อเสียงสมาชิกรัฐสภา ขึ้นเป็นประธานาธิบดีจีน

นายพลเฉาคุน ประธานาธิบดีคนที่ 6 ของสาธารณรัฐจีน

ในปี 1923 เฉาคุน ขุนศึกภาคเหนือได้รับเลือกเป็น “ประธานาธิบดี” ด้วยการใช้วิธีติดสินบนซื้อคะแนนเสียงสมาชิกรัฐสภา โดยจ่ายให้คนละ 5,000 หยวน แต่เขาอยู่ในตำแหน่งได้เพียงปีเดียวก็ถูกรัฐประหารให้ต้องลาออก

อู่เฟ่ยฝู

เฉาคุนเป็นชาวเมืองเทียนจิน เดิมเป็นพ่อค้าขายผ้า ปี ค.ศ.1881    เฉาคุนเบื่อหน่ายชีวิตการเป็นพ่อค้าขายผ้า จึงไปเกณฑ์ทหาร ได้อยู่ใน “กองทัพบกใหม่” ของหยวนซื่อข่าย หลังจากเข้าสู่กองทัพเฉา  คุนก็มีผลงานห้าวหน้าเรื่อยมา ตอนที่ราชวงศ์ชิงล่มสลายใน ค.ศ.1912 เขาได้เป็นหัวหน้ากองพลที่สาม ซึ่งเป็นกองกําลังหลักของกองทัพเป่ยหยาง ค.ศ. 1919 เฉาคุนและอู๋เพ่ยฝู กลายเป็นผู้นําของขุนศึกฝ่ายมณฑลจื๋อลี่หลังผู้นำคนเก่าเสียชีวิต

ต่อมาเกิดสงครามระหว่างขุนศึกฝ่ายมณฑลจื๋อลี่กับฝ่ายมณฑลเฟิ่งเทียนใน ค.ศ.1922 ขุนศึกฝ่ายมณฑลจื๋อลี่ได้รับชัยชนะ เฉาคุนและอู๋เพ่ยฝู ได้ควบคุมรัฐบาลปักกิ่ง พวกเขาพยายามบีบบังคับประธานาธิบดีสวีซื่อชางให้พ้นจากตําแหน่ง แล้วดันหลีหยวนหงขึ้นเป็นประธานาธิบดีหุ่นเชิดแทน

จากนั้นไม่นานเฉาคุนก็ตัดสินตั้งตนเองขึ้นเป็นประธานาธิบดี

เดือนมิถุนายน ค.ศ.1923 เฉาคุนพยายามกำจัดหยวนหง ด้วยการสร้างสถานการณ์ สั่งให้มีคนกลุ่มหนึ่งมาชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้ประธานาธิบดีลาออกที่หน้าจัตุรัสเทียนอันเหมิน และนักการเมืองส่วนหนึ่งเข้าร่วมและขึ้นไปกล่าวคําปราศรัย กล่าวหาหลีหยวนหง ผู้ประท้วงถือป้ายข้อความตำหนิ และแจกใบปลิวโจมตีหลีหยวนหงระหว่างเดินทางมุ่งหน้าไปยังบ้านพักของหลีหยวนหง หลีหยวนหงออกคําสั่งให้หน่วยงานตํารวจขับไล่ผู้ก่อเหตุออกไป แต่ตํารวจกลับนิ่งเฉยรอรับฟังคําสั่งของเฉาคุนเท่านั้น

หลีหยวนหง

ขณะที่กองทัพในเมืองหลวงของขุนศึกฝ่ายมณฑลจื๋อลี่ก็เพิ่มแรงกดดัน ด้วยการเรียกร้องขอเงินเดือนทหาร บ้านพักของหลีหยวนหง ถูกปิดล้อมด้วยผู้ประท้วงและกองทัพที่มาเรียกร้องขอเงินเดือน ส่วนภายในมวลชนและหลีหยวนหงติดต่อขอความช่วยเหลือจากเฉาคุน แต่ถูกปฏิเสธ สุดท้ายเขาก็ทําได้เพียงลาออกจากตําแหน่งและเดินทางออกจากกรุงปักกิ่ง

หลังจากจัดการหลีหยวนหงไปแล้ว เฉาคุนจัดให้มีการเลือกตั้ง “ตามกฎหมาย” อีกเพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตนเอง เขาส่งโทรเลขแจ้งทั่วประเทศว่า “ประธานาธิบดีได้ขอลาออกกับรัฐสภาแล้ว ต่อไปจึงควรแก้ไขปัญหาของรัฐสภาตามกฎหมาย ทำให้สถานการณ์ทางการเมืองเข้าสู่ภาวะปกติ ประชาชนจะได้ปฏิบัติตนตามได้ถูก”

ขณะนั้นรัฐสภามีหน้าที่เลือกประธานาธิบดี สมาชิกรัฐสภาจึงเป็นบุคคลหายากและมีค่าตัว

เฉาคุนใช้เงินจำนวนมากซื้อตัวอู๋จิ่งเหลียนสมาชิกรัฐสภาผู้มากประสบกาษณ์เป็นผู้ดำเนินครั้งนี้ อู๋จิ่งเหลียนก็หวังผลประโยชน์ทางการเงินและเก้าอี้นายกรัฐมนตรีหากเฉาคุนได้รับชัยชนะ  ขณะนั้นมีสมาชิกในรัฐสภาจํานวนไม่น้อยที่ต่อต้านเฉาคุน เมื่อหลีหยวนหงเดินทางออกจากกรุงปักกิ่งไป สมาชิกรัฐสภาจํานวนมากจึงเดินทางออกจากกรุงปักกิ่งไปด้วย ทำให้สมาชิกรัฐสภาในกรุงปักกิ่ง มีจํานวนไม่เพียงพอที่จะเลือกประธานาธิบดีตามที่กฎหมายกําหนด

อู๋จิ่งเหลียนพยามยามแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยการเสนอว่าหากสมาชิกรัฐสภาคนใดเข้าร่วมการประชุมเลือกประธานาธิบดี จะได้รับเงินค่าเข้าร่วมประชุม และสามารถรับเงินผ่านทางทดรองจ่ายรายปีได้ด้วย คิดเป็นเงินเดือนละ 600 หยวน ส่วนคนที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมได้ 300 หยวน แม้สมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่ทยอยเดินทางกลับกรุงปักกิ่ง แต่ปัญหาก็ยังไม่หมดไป เพราะสมาชิกรัฐสภากลัวว่าหากลงคะแนนเสียงไปแล้วจะไม่ได้เงิน ส่วนฝ่ายของเฉาคุนก็กลัวว่าถ้าจ่ายเงินไปแล้วพวกสมาชิกรัฐสภาจะไม่ลงคะแนนเสียงให้

ผลก็รัฐสภาเปิดการประชุมเลือกประธานาธิบดี (12 ก.ย.1923) ไม่ได้ เพราะจำนวนสมาชิกรัฐศภาพไม่ครบจำนวนตามกฎหมายกำหนด ทีมงานของเฉาคุนทำงานกันอย่างหนัก ทำให้ตอนกลางวันของวันที่ 4 ตุลาคม ก็มีสมาชิกรัฐสภา 576 คน ตอบตกลงว่าจะลงคะแนนเสียงให้เฉาคุนเพื่อและกับเงินที่จะได้  กล่าวกันว่ามีสมาชิกรัฐสภาเพียง 14-15 คนที่ไม่ยอมรับเงิน พวกเขาเป็นชาวมองโกลผู้สูงศักดิ์ร่ำรวยและมีอํานาจ ที่ไม่สนใจเงินน้อยนิด หากต้องการตําแหน่งข้าราชการแทน

วันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ. 1923 การประชุมเลือกตั้งประธานาธิบดี มีสมาชิกรัฐสภาจํานวนผู้เข้าร่วมประชุม 587 คน ครบจํานวนตามที่กฎหมายกําหนด การลงคะแนนเสียงเสร็จสิ้น หลังนับคะแนนเสียงกันต่อหน้าทุกคน เฉาคุนได้รับคะแนนเสียง 480 เสียง ทำให้เขาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐจีน สิ่งที่น่าขัน คือมีบัตรลงคะแนนเสียงใบหนึ่ง “จ่ายเงินแล้ว” หรืออีกใบที่เขียนว่า “ห้าพันหยวน”

เมื่อผลการเลือกตั้งที่ว่าเฉาคุน “ได้รับเลือก” เป็นประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐจีน ประกาศสู่สาธารณชน กลับทำให้เกิดการตำหนิกล่าวโทษจากทั้งภาครัฐและภาคประชาชน พวกเขาเรียกร้องให้ปราบปรามเฉาคุน นิตยสารไทม์รายสัปดาห์ของสหรัฐอเมริกาลงข่าวฉาวเรื่องนี้ ด้วยหัวข้อว่า “ประธานาธิบดีใหม่” มีเนื้อความว่า

“ความรวดเร็วของชาวตะวันออกทําให้โลกตะวันตกรู้สึกเหลือเชื่อ รัฐสภาจีนเรียกประชุมอีกครั้ง พวกเขาเลือกตั้งประธานาธิบดีกันแบบโต้รุ่ง เขาได้รับคะแนนเสียงเกินจํานวนขั้นต่ำที่จะได้เป็นประธานาธิบดีมา 50 เสียง รายงานระบุว่าเขาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีเพราะอาศัยการซื้อเสียงจากสมาชิกรัฐสภา โดยให้เงินคนละ 5,000 หยวน…”

เฉาคุนเป็นประธานาธิบดีได้เพียงหนึ่งปี สถานการณ์ก็พลิกผัน วันที่ 23 ตุลาคม ค.ศ.1924 เผิงอวี้เสียงก่อ “รัฐประหารปักกิ่ง” และคุมขังเฉาคุน วันที่ 2 พฤศจิกายน ปีเดียวกันเฉาคุนถูกบีบบังคับให้ประกาศลาออกจากตําแหน่งประธานาธิบดี

 


ข้อมูลจาก

เส่าหย่ง, หวังไห่เผิง-เขียน, กำพล ปิยะศิริกุล-แปล. หลังสิ้นบัลลังก์มังกร ประวัติศาสตร์จีนยุคเปลี่ยนผ่าน, สำนักพิมพ์มติชน ตุลาคม 2560


เผยแพร่ข้อมูลในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 2 ตุลาคม 2563

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป