หัวหน้าคณะทูตจีนไปเยือนชาติตะวันตกของรัฐบาลชิง แต่เป็น “อเมริกัน” ?!?

รูปปั้นครึ่ง แอนสัน เบอร์ลินเกม ที่ห้องสมุดประชาชนเบอร์ลินเกม แคลิฟอร์เนีย (ภาพจากhttps://en.wikipedia.org)

หลังเกิดสงครามฝิ่นในปี 1840 จีนตระหนึกถึงแสนยานุภาพของชาติตะวันตก เและเห็นความสําคัญของการทูตสมัยใหม่ ในปี1861 รัฐบาลราชวงศ์ชิงจัดตั้งหน่วยกิจการต่างประเทศ รับผิดชอบกิจการที่เกี่ยวกับการต่างประเทศและขบวนการเรียนรู้วิทยาการตะวันตก ปี 1866 ส่งปินชุนนําคณะผู้แทนเดินทางไปทวีปยุโรปเพื่อศึกษาดูงาน

ต่อมาประเทศตะวันตกมีการส่งเอกอัครราชทูตจากมาประจําการในประเทศจีน การติดต่อระหว่างจีนกับต่างประเทศก็มีเพิ่มมาก ขึ้นเรื่อยๆ ทางการจีนเห็นควรส่งคณะทูตไปทวีปยุโรปและทวีปอเมริกาเพื่อ เชื่อมโยงความสัมพันธ์ทางการทูต

วันที่ 6 มิถุนายน 1868 กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา ประดับธงมังกร เหลืองของราชอาณาจักรชิงเพื่อต้อนรับคณะทูตจากประเทศจีน

แต่สิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้ผึ้คนก็คือ หัวหน้าคณะทูตจีน เป็นชาวอเมริกัน

แอนสัน เบอร์ลินเกม (Anson Burlingame) มีชื่อภาษาจีนว่า “ผูอันเฉิน” แต่จริงๆแล้วเขาไม่ได้แซ่ผู เบอร์ลินเกมเป็นชาวเมืองนิวยอร์ก สําเร็จการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด  และเคยเป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจําประเทศจีน

ช่วงที่เป็นเอกอัครราชทูตนั้น เบอร์ลินเกม เขาเสนอให้ใช้ “นโยบายความร่วมมือ” ในประเทศจีน แสดงความเป็น มิตรต่อประเทศจีน แทนการใช้กําลังอาวุธมาบังคับ ที่เขาเห็นว่าจะไม่มีทางประสบความสำเร็จ นั้นทำให้เขามีสายสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้านายในราชสำนักจีนอย่างเจ้าชายอี้ซิน ขุนนางจีนต่างๆก็รู้สึกประทับใจและเชื่อมั่นในตัวเขา

ความสัมพันธ์อันดีนี้เอง เมื่อตําแหน่งเอกอัครราชทูตของแอนสัน เบอร์ลินเกมจะครบวาระในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.1867 เขากําลังเตรียมตัวอําลารัฐบาลชิง เพื่อเดินทางกลับประเทศ ราชสำนักชิงจึงชักชวนเขามาร่วมงานด้านการต่างประเทศ เบอร์ลินเกมตอบรับและได้รับการแต่งตั้งเป็น “ข้าหลวงผู้แทนพระองค์” ด้านทูตคนแรกแห่งราชอาณาจักรชิง นำคณะทูตไปเยือนชาติตะวันตก เพราะจีนยังขาดประสบการณ์ด้านนี้ นัยว่าให้มาเป็นตัวอย่างให้เจ้าหน้าที่จีนได้เรียนรู้งานจากเบอร์ลินเกม

นอกจากแอนสัน เบอร์ลินเกม-ข้าหลวงผู้แทนพระองค์ด้านการทูตระหว่างจีนกับต่างประเทศ ในคณะก็ยังมีจื้อกัง-หัวหน้าศุลกากร และซุนเจีย-อธิบดีกรมในกระทรวงพิธีการ ให้เป็น “ข้าหลวงกิจการการทูต ระหว่างจีนกับต่างประเทศ” และจ้างชาวอังกฤษกับชาวฝรั่งเศสอย่างละหนึ่งคนเป็นล่าม นอกจากนี้ยังมีนักเรียนจากวิทยาลัยภาษาต่างประเทศ แห่งเมืองหลวงจํานวนหนึ่งติดตามไปด้วยเพื่อฝึกงานด้านการทูต บุคคลเหล่านี้รวมตัวกันเป็น “คณะทูตแอนสัน เบอร์ลินเกม” ออกเดิน ทางไปเยือนประเทศต่างๆ แถบตะวันตกอย่างเป็นทางการครั้งแรก

คณะทูตเบอร์ลินเกมออกเดินทางจากเมืองเซี่ยงไฮ้ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 1868 ถึงเมืองซานฟรานซิสโก เดือนเมษายน 1868 ในงานเลี้ยงต้อนรับ ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียกล่าวชมเบอร์ลินเกมเพื่อนร่วมชาติว่าเป็น “ลูกชายของรัฐบาลที่อายุน้อยที่สุด (สหรัฐอเมริกา) และผู้แทนของรัฐบาลที่เก่าแก่ที่สุด (ประเทศจีน)”

ในวันที่ 28 กรกฎาคม เบอร์ลินเกมขัดคําสั่งของ รัฐบาลราชวงศ์ชิงอย่างคาดไม่ถึง เขาและวิลเลียม เฮนรี ซีวอร์ด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ร่วมกันลงนามในสนธิสัญญาเทียนจินระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาฉบับเพิ่มเติม หรือที่เรียกว่าสนธิสัญญาแอนสัน เบอร์ลินเกม โดยพลการและเกินขอบเขตอํานาจตนเอง เพราะไม่ได้รับการยินยอมจากจื้อกังและซุนเจีย อีกทั้งไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยกิจการต่างประเทศด้วย

เนื้อหาหลักของสนธิสัญญาดังกล่าวพอจะสรุปได้ดังนี้ (1) ประชาชนของทั้งสองประเทศสามารถเดินทาง ไปท่องเที่ยว ทําการค้า และพักอาศัยที่ประเทศคู่สัญญา ได้ (2) ประชาชนผู้อาศัยอยู่ในประเทศคู่สัญญาจะไม่ถูกเหยียดหยามเนื่องจาก มีความเชื่อทางศาสนาแตกต่างกัน (3) ประชาชนของทั้งสองประเทศสามารถ เข้าเรียนในโรงเรียนรัฐของประเทศคู่สัญญาได้และ จะได้รับการปฏิบัติอย่างดีที่สุด ทั้งสองประเทศต้อง จัดตั้งโรงเรียนในประเทศคู่

สนธิสัญญาฉบับนี้ ดูเหมือนว่าจะให้ความเท่าเทียมแก่ทั้งสองฝ่าย แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับเป็น สนธิสัญญาที่ไม่เท่าเทียม เนื่องจากเอื้อประโยชน์ให้สหรัฐอเมริกา เพิ่มการหลอกขายแรงงานจีน ขยานการรุกรรานทางวัฒนธรรม และการดำเนินกิจกรรมทางศาสนา

ปลายเดือนสิงหาคม คณะทูตแอนสัน เบอร์ลินเกมออกเดินทาง จากประเทศสหรัฐอเมริกาไปยังประเทศอังกฤษ นับเป็นการเริ่มต้น การเดินทางสู่ทวีปยุโรป พวกเขาไปเยือนอังกฤษ ฝรั่งเศส สวีเดน เดนมาร์ก ฮอลันดา ปรัสเซีย และรัสเซีย ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางระยะไกล ความเครร่งเครียกจากงาน เบอร์ลินเกมล้มป่วยด้วยโรคปอดบวมเฉียบพลันและเสียชีวิตลงที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก จื้อกังจึงเป็นผ็นำคณะทูตเดินทางไปเยือนประเทศต่างๆ ที่เหลือแทน

พิเศษ ลด 40%! สมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ลดราคาพิเศษ 40% เฉพาะสมัครวันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2563 เท่านั้น คลิกดูรายละเอียดที่นี่


ข้อมูลจาก

เส้าหย่ง หวังไท่เผิง เขียน, กำพล ปิยะศิริกุล แปล. หลังสิ้นบัลลังก์มังกร : ประวัติศาสตร์จีนยุคเปลี่ยนผ่าน, สำนักพิมพ์มติชน ตุลาคม 2560


เผยแพร่ข้อมูลในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 29 มิถุนายน 2563

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป