ทำไม “ปราสาทแดร็กคิวล่า” ถูกขายทอดตลาด ปราสาทบรานเชื่อมตำนานผีดูดเลือดจริงหรือ?

ภาพภายนอกของปราสาทบราน ในโรมาเนีย เมื่อปี 2016 ก่อนหน้าเปิดให้ผู้กล้า 2 รายแรกในรอบ 70 ปี เข้าพักค้างคืนในปราสาทช่วงฮัลโลวีน ภาพจาก (DANIEL MIHAILESCU / AFP)

ตำนานเรื่องแดร็กคิวล่า ในนิยายอมตะอ้างอิงบางส่วนมาจากข้อมูลของบุคคลที่มีตัวตนจริง เขาคนนั้นคือ วลาด ธีปส์ แดร็กคิวล่า (Vlad Tepes Dracula) ภาพที่นิยายคลาสสิกสร้างขึ้นนั้นมีบริบทเชิงพื้นที่ในปราสาท ซึ่งปราสาทที่รับรู้กันว่าเป็น “ปราสาทแดร็กคิวล่า” กลายเป็นปราสาทบราน ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ของประเทศโรมาเนีย ทั้งที่หลักฐานอีกแง่มุมซึ่งปรากฏชัดเจนกว่าชี้ว่า ปราสาทของวลาด แดร็กคิวล่า คือปราสาทโพเอนารี่ (Poienari Castle)

ตามข้อมูลที่วารยา ผู้เขียนบทความ “เมื่อปราสาทแดร็กคิวล่าถูกขายทอดตลาด” ในนิตยสาร ศิลปวัฒนธรรม ฉบับกันยายน 2550 สืบค้นนั้น บรรยายไว้ว่า ปราสาทบรานสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1212 โดยภาคีอัศวินชาวเยอรมัน นิกายคาทอลิก ปราสาทตั้งบนหน้าผาสูง มีอาคาร 3 หลัง ล้อมรอบด้วยพื้นที่ป่า 7 เอเคอร์ และยอดเขาที่มีหิมะปกคลุม ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทรานซิลเวเนีย

ปราสาทแห่งนี้กลายเป็นที่ประทับของพระนางมารีแห่งโรมาเนีย หรือ มารี อเล็กซานดร้า วิคตอเรีย (Queen Marie of Romania, Marie Alexandra Victoria) ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 พระนางมารีแห่งโรมาเนีย มีศักดิ์เป็นหลานของพระราชินีวิคตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร

ต่อมาปราสาทบรานตกทอดสู่เจ้าหญิงอิเลน่าแห่งโรมาเนีย พระธิดาของพระนางมารี จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1948 พรรคคอมมิวนิสต์ยึดครองปราสาทหลังนี้และเนรเทศเชื้อพระวงศ์ออกนอกประเทศ ปราสาทมีสภาพทรุดโทรม ไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นเวลาหลายสิบปี เวลาผ่านมาถึงปี ค.ศ. 1989 หลังการปฏิวัติในโรมาเนียและการล่มสลายของระบอบคอมมิวนิสต์ รัฐบาลจึงปรับปรุงปราสาทหลังนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพิพิธภัณฑ์

ปราสาทแห่งนี้เป็นที่รับรู้กันในนาม “ปราสาทแดร็กคิวล่า” แต่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์นั้น ยังไม่พบหลักฐานบ่งชี้ว่า วลาด ธีปส์ แดร็กคิวล่า ผู้ปกครองอาณาจักรวัลลาเชีย (ในอดีต โรมาเนียแบ่งออกเป็น 3 รัฐ ได้แก่ วัลลาเชีย, มอลดาเวีย, ทรานซิลเวเนีย) เคยอยู่ที่ปราสาทบราน

บันทึกหลายฉบับบอกว่า แดร็กคิวล่าใช้คุกใต้ดินของปราสาทหลบภัยเป็นเวลา 2 วันระหว่างที่จักรวรรดิออตโตมันยึดครองดินแดนแถบนั้น ส่วนปราสาทของแดร็กคิวล่าที่แท้จริงคือปราสาทโพเอนารี่ (Poienari Castle) สร้างในศตวรรษที่ 13 ปัจจุบันอยู่ในเขตปกครอง Arges ในโรมาเนีย

เมื่อพูดถึงแดร็กคิวล่า ที่มีตัวตนอยู่จริงนั้น จากข้อมูลทางประวัติศาสตร์ วารยา บรรยายไว้ว่า วลาด ธีปส์ แดร็กคิวล่า (Vlad Tepes Dracula) ผู้เป็นบุคคลอ้างอิงของ เคานต์แดร็กคิวล่า เป็นผู้ปกครองอาณาจักรวัลลาเชีย สมัยศตวรรษที่ 15 ในช่วงที่มีสงครามระหว่างจักรวรรดิโรมันและจักรวรรดิออตโตมัน (ชาวเติร์กมุสลิม)

มีตำนานเล่าขานถึงความเหี้ยมโหดของพระองค์ต่างๆ นานา เช่น ทรมานเชลยและนักโทษโดยใช้ไม้แหลมเสียบเหยื่อเหล่านั้นแล้วปักประจาน จนผู้คนเรียกขานกันว่า “วลาด เดอะ อิมพาเลอร์” (วลาดจอมเสียบ) แต่ในขณะเดียวกันพระองค์ได้รับยกย่องว่าเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรวัลลาเชีย เพราะปกป้องบ้านเมืองจากการรุกรานของจักรวรรดิออตโตมัน และสละชีพระหว่างทำสงครามกับชาวเติร์ก ณ เมืองบูคาเรสต์ ในปี ค.ศ. 1476

ถึงแดร็กคิวล่า (ตัวจริง เสียงจริง) ไม่ได้เป็นเจ้าของปราสาท แต่ข้อมูลด้านนี้ไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของปราสาทแห่งนี้ลดลง ตรงกันข้าม รัฐบาลโรมาเนียกลับได้ประโยชน์เต็มๆ จากผลงานของ บราม สโตคเกอร์ นักเขียนชาวไอริชซึ่งสร้างผลงานนวนิยายสยองขวัญเรื่อง Dracula (แดรกคิวล่า จอมผีดิบ-ฉบับภาษาไทยสำนวนแปลของ อ.สายสุวรรณ) ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1897 เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวที่หลงใหลมนต์ขลังในนวนิยายเรื่องนี้ แวะมาเยี่ยมเยือนไม่ต่ำกว่า 450,000 คนต่อปี นอกจากนี้ภาพยนตร์สยองขวัญหลายเรื่องยังนิยมมาถ่ายทำที่ปราสาทแห่งนี้

แต่แล้วในช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2006 รัฐบาลโรมาเนียคืนกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของปราสาทบรานให้กับโดมินิค ฟอน ฮับสบูร์ก (Dominic von Habsburg) สถาปนิกวัย 69 ปี บุตรของเจ้าหญิงอิเลน่าแห่งโรมาเนีย (Princess Ileana of Romania) ทายาทโดยชอบธรรมหลังจากพรรคคอมมิวนิสต์ถือครองปราสาทไว้หลายทศวรรษ

อย่างไรก็ตาม มีเงื่อนไขว่า รัฐบาลมีสิทธิ์เช่าปราสาทแห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ต่อไปจนถึงปี ค.ศ. 2009 (พ.ศ. 2552) ไม่ว่าทายาทจะขายปราสาทหลังนี้ให้ใครในช่วง 3 ปีก็ตาม

แม้จะได้ครองโบราณสถานที่ขึ้นชื่อว่ามีประวัติความเป็นมายาวนาน แต่ ฟอน ฮับสบูร์ก ยังต้องการขายปราสาทหลังนี้ เขาให้สัมภาษณ์ในนิตยสารไทมส์ ว่าเคยอยู่ที่ปราสาทหลังนี้ตอนเป็นเด็ก และรู้สึกผูกพันกับบ้านเก่า แต่อย่างไรก็ตาม เขาอยากให้สมบัติล้ำค่านี้เป็นของชาวโรมาเนียและอยากให้คนในพื้นที่หรือไม่ก็ส่วนปกครองท้องถิ่นได้ปราสาทหลังนี้ไป

ปรากฏว่า ฟอน ฮับสบูร์ก ตั้งราคาขายไว้สูงลิ่วถึง 80 ล้านดอลลาร์ (2,672 ล้านบาท – ค่าเงินเมื่อ 2007) ทำให้ส่วนปกครองท้องถิ่นสู้ราคาไม่ไหว จนกระทั่งวันที่ 2 กรกฎาคม 2007 (พ.ศ. 2550) เขาจึงประกาศขายทอดตลาดปราสาทบราน แต่ข่าวจากสื่อต่างประเทศอย่างเว็บไซต์ yahoo.com เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2007 แจ้งว่าจนแล้วจนรอด เวลาผ่านมานานก็ยังไม่มีใครเสนอราคาเข้ามา แม้ว่าก่อนหน้านี้นายหน้าของเขามั่นใจว่าจะขายได้ไม่ต่ำกว่า 135 ล้านดอลลาร์ (4,509 ล้านบาท) ก็ตาม

ในช่วงปลายปี 2007 ยังมีการสอบสวนเรื่องกระบวนการคืนสิทธิ์ปราสาทเกิดขึ้น แต่สุดท้ายแล้วศาลรัฐธรรมนูญแห่งโรมาเนียปฏิเสธข้อโต้แย้ง จนในเดือนธันวาคมปี 2007 รัฐบาลโรมาเนียยืนยันว่ากระบวนการคืนสิทธิ์สอดคล้องต้องตามกฎหมายแล้ว นำมาสู่การมอบกรรมสิทธิ์ให้อาร์ชดุ๊ค โดมินิค กระทั่งปี 2009 ตระกูลฮับสบูร์ก เปิดปราสาทที่ผ่านการบูรณะใหม่ให้สาธารณะเข้าชม เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของโรมาเนีย อันจะส่งผลสืบเนื่องไปถึงความมั่นคงทางเศรษฐกิจในภูมิภาค

พิเศษ ลด 40%! สมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ลดราคาพิเศษ 40% เฉพาะสมัครวันนี้ถึง 31 ตุลาคม 2563 เท่านั้น คลิกดูรายละเอียดที่นี่

หมายเหตุ : เนื้อหานี้คัดย่อและเรียบเรียงจากบทความ “เมื่อปราสาทแดร็กคิวล่าถูกขายทอดตลาด” โดย วารยา ใน ศิลปวัฒนธรรม ฉบับกันยายน 2550


อ้างอิงที่ต้นฉบับอ้างถึง

แดรกคิวลาจอมผีดิบ แปลโดย อ.สายสุวรรณ จาก Dracula ของ บราม สโตคเกอร์ สำนักพิมพ์คลังวิทยา พ.ศ. 2510

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ The New York Times

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Associated Press

www.wikipedia.com

www.answers.com

www.yahoo.com

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป