“ครู”จังหวัดสุราษฎร์ฯ ที่สู้กับทหารญี่ปุ่น เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 จนตัวตาย

เหตุการณ์สู้รบในสงครามโลกครั้งที่ 2 (ภาพจาก หนังสือ“บันทึกภาพประวัติศาตร์ในสงครามโลกครั้งที่ 2” สนพ.มติชน)

ในยามปกติเรื่องความมั่นคงและความปลอดภัยของชาติเป็นความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง แต่ไม่ใช่ยามวิกฤติ เช่น เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้น ประชาชนหลากหลายอาชีพที่อาสาสมัครเข้าร่วมกับเจ้าหน้าที่ เพื่อต่อสู้กับทหารญี่ปุ่น และที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีครูคนหนึ่งชื่อ “ลำยอง วิศุภกาญจน์” ร่วมปฏิบัติการครั้งนั้นจนเสียชีวิต

เรื่องราวของครูลำยอง วิศุภกาญจน์ ทศพล งามไพโรจน์ ซึ่งขณะนั้นเป็นนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสุราษฎร์ธานี เขียนบทความชื่อ “วันวิญญาณ รำลึกเหตุการณ์ญี่ปุ่นบุกสุราษฎร์ฯในสงครามโลกครั้งที่ 2” (ศิลปวัฒนธรรม, พฤษภาคม 2529)

โดยใช้ข้อมูลจากเอกสารที่บรรดาครูอาจารย์มอบให้ และเขาได้ไปพบกับนายธวัช วงศ์อนันต์(อายุ 64 ปี-ขณะที่ทศพลเขียนบทความนี้) ซึ่งขณะเกิดเหตุอายุ 20ปี ทำงานอยู่ที่สโมสรศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่อยู่ร่วมเหตุการณ์วันที่ 8 ธันวาคม 2484 ญี่ปุ่นบุกขึ้นฝั่งที่บ้านดอน (อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี) สรุปได้ว่า

วันที่ 8 ธันวาคม 2484 เวลาประมาณ 5.40 น. มีเสียงร้องตะโกนของชาวบ้านว่า “ญี่ปุ่นจะบุก” ขณะที่ พ.ต.ต.หลวงประภัศร์ เมฆะวิภาค ผกก.สถานีตำรวจภูธรสุราษฎร์ธานี  ได้รับโทรเลขจากปัตตานีว่าญี่ปุ่นจะขึ้นโจมตี จึงสั่งให้พลแตรเป่าแตรบอกเหตุ

ก่อน 8.00 น.ตำรวทุกกนายทอยมาที่สถนีตำรวจเพื่อรับอาวุธ นอกจากนั้นยังมีบุคคลอื่น เช่น ยุวชน, ประชาชน ฯลฯ และครูลำยอง วิศุภกาญจน์  มาร่วมสมทบ

ครูลำยอง วิศุภกิจกาญจน์

ครูลำยอง วิศุภกาญจน์ (2459-2484) เป็นครูประจำชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ในเช้าวันนั้น ครูลำยองจะต้องพานักเรียนไปเชิญพานรัฐธรรมนูญที่ศาลากลางจังหวัดที่กำลังจะจัดงานรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อเดินผ่านสถานีตำรวจ จึงทราบว่าญี่ปุ่นบุก ครูลำยองจึงเข้าร่วมกับเจ้าหน้าที่ในการต่อสู้กับญี่ปุ่น

ประมาณ 8.00 เศษ เรือท้องแบนบรรจุดทหารญี่ปุ่นจำนวน 2 ลำ แล่นมาตามแม่น้ำตาปี ผ่านศาลาจังหวัดหลังเก่าไปขึ้นบกที่ตลาดกอบกาญจน์   แล้วทั้งสองฝ่ายก็เผชิญหน้ากันที่บริเวณสะพานคูเมือง หน้าสถานดับเพลิง

ผู้นำฝ่ายญี่ปุ่นมีพันตำรวจโท นาคากาวา ยูโก ซึ่งแฝงตัวเข้ามาขายขายถ้วยชามในตลาดบ้านดอนก่อนหน้าหลายปี จนแต่งงานและมีบุตร 2 คนกับสาวอำเภอไชยา และ ร.ท. โดอี้ นายทหารผู้บังคับกองร้อยพิเศษ  ฝ่ายไทยมีหลวงสฤษฎ์สาราลักษณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด, พ.ต.ต.หลวงประภัศร์ เมฆะวิภาค ผกก., ร.ต.ต. ประดิษฐ์ อัถศาสตร์  ผ.บ.หน่วยตำรวจสยาม ทันทีที่สิ้นการเจรจา พ.ต.ต.หลวงประภัศร์ถูกยิงล้มลงต้องนำส่งสุขศาลา

ทศพล งามไพโรจน์ เขียนเหตุการณ์ว่า “สายฝนก็สาดกระหน่ำควบคู่ไปกับห่ากระสุนปืน คุณลุง [ธวัช วงศ์อนันต์] บอกว่าถ้าฝนไม่ตกหนักอาจตายกันหมด เพราะตกชนิดที่มองอะไรกันไม่เห็น กระสุนก็ต้องใช้อย่างประหยัด ทหารญี่ปุ่นโอบตีมาทางถนนตลาดใหม่ เข้าวัดไตรธรรมาราม ทหารญี่ปุ่นก็พยายามปีนขึ้นต้นมะพร้าว เพื่อหาที่มั่นของทหารไทย…

คุณลุงได้ถอยออกมาที่บริเวณศาลากลางเห็นไฟลุกไหม้ศาลากลางอยู่ ซึ่งเข้าใจว่า คนไทยผู้หวังดีเป็นคนจุดไฟเผาเพื่อไม่ให้เอกสารตกอยู่ในมือข้าศึก ได้เห็นเสมียนจังหวัดถูกยิงขาลาก จึงนำส่งสุขศาลา…เมื่อมาถึงสุขศาลา ซึ่งตั้งเป็นกองปรึกษาในเรือกลไฟของบริษัทเอเชียติกส์ ซึ่งทำโรงเลื่อย…

นายฝาก มิตรภักดี ปลัดเทศบาลถามคุณลุงว่า ขี่ม้าเป็นไหม จะให้ไปโทรเลขที่ท่าข้ามอำเภอพุนพิน ที่สถานีรถไฟ แต่มีคนอาสาไปแทน 1 ชั่วโมงให้หลัง ชายผู้นั้นกลับมารายงานว่า ทางนครศรีธรรมราชไม่สามารถส่งทหารมาช่วยได้ เพราะขณะนี้กำลังปะทะกับทหารญี่ปุ่นเช่นกัน”

ส่วนครูลำยอง วิศุภกิจกาญจน์ เป็นแนวรบปีกขวา ร่วมกับบรรดาลูกเสือ และบุคคลอื่นๆ ใช้กองหินเป็นที่กำบังตัวอยู่ที่สวนจ่าจ้อย (สถานธนานุบาล เทศบาลเมืองสุราษฎร์ธานี ปัจจุบัน) ถูกโจมตีอย่างหนัก และถูกยิงเข้ากลางหน้าผาก เวลา 11.15 น. ลูกเสือบุญรอด ชมตันติ  (ร.ต.องอาจ ชมตันติ) เป็นผู้เข้าไปประคองครูลำยองมาที่สถานีอำเภอเก่า ครูลำยองพูดว่า “สู้มัน” เป็นคำสุดท้ายก่อนจะจากไป

ค่ำคืนนั้นเหตุการณ์ก็ยุติลงเมื่อ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ประกาศผ่านวิทยุแห่งประเทศไทยว่า ให้กองทัพญี่ปุ่นผ่านไปได้

หลังจากเหตุการณ์สงบลง โรงเรียนสุราษฎร์ธานี มีการจัดพิธีสดุดีดวงวิญญาณครูลำยอง ในวันที่ 8  ธันวาคม (ติดต่อกันมาหลายปี) ซึ่งขุนวิชาการพิศิษฎ์เรียกว่า “วันวิญญาณของโรงเรียน” (บ้างเรียกว่า “วันวิญญาณ”) และปี 2527 โรงเรียนและสมาคมศิษย์เก่าฯ และหน่วยงานอื่นๆ ได้ร่วมกันจำลองเหตุการณ์จริงของวันที่ 8 ธันวาคม 2484

ขณะทางราชการได้นำความกราะบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญชัยสมรภิ และต่อมาได้รับยศ “จ่าสิบตำรวจ”


เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2563

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป