ค้นหลักฐาน ยีราฟ จากเบงกอล กองเรือสำรวจเจิ้งเหอนำกลับราชสำนักจีน

สำเนาภาพเขียนยีราฟ ที่จีนได้จากเบงกอล โดย Chen Tingbi สมัยราชวงศ์หมิง (Public Domain)

ย้อนกลับไปกว่าห้าร้อยปีก่อน ในยุคที่อารยธรรมโบราณยังคงเผชิญหน้าและทำความรู้จักกับสรรพสัตว์ต่างๆ รวมถึงยีราฟ หลายอารยธรรมต่างมีมุมมองต่อสัตว์ร่างผอมขนาดสูงยาวแตกต่างกัน ช่วงปลายศตวรรษที่ 14 ถึงต้นศตวรรษที่ 15 จูตี้ ผู้ครองแคว้นเยี่ยนที่ภายหลังมาเป็นจักรพรรดิ ตะวันตกเรียกว่ารัชสมัยจักรพรรดิหย่งเล่อ เป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่อารยธรรมจีนพบเจอกับยีราฟ

ในรัชสมัยหย่งเล่อ อีกหนึ่งยุคสมัยที่ว่ากันว่าเป็นยุคทองของการออกสำรวจและการเดินทาง มีบันทึกไว้ว่า กองเรือมหาสมบัติของเจิ้งเหอ (Zheng He) นำสิ่งของมากมายกลับมาด้วย หนึ่งในนั้นคือยีราฟ ซาราห์ ไซลินสกี้ คอลัมนิสต์เขียนบทความในเว็บ Science News เล่าว่า เจิ้งเหอพบกับทูตจากเบงเกอล ในมาลินดี (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเคนย่า) ทูตจากมาลินดี นำสิ่งของมามอบให้ และมียีราฟอยู่ด้วย พวกเขามอบยีราฟส่วนหนึ่งให้กับคณะที่มาจากจีน และคณะนั้นก็นำมันเดินทางกลับประเทศไปด้วยในปี 1414 จากนั้นยีราฟ จากเบงกอลก็ถูกนำมาถวายต่อจักรพรรดิจีน

คลิกอ่านเพิ่มเติมกองเรือเจิ้งเหอถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็น “การทูตเรือปืน”

สำหรับจักรพรรดิผู้ปกครองแล้ว พระองค์ยินดีรับสัตว์แปลกตาต่างๆ ซึ่งเป็นของขวัญจากต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นนก ช้าง แรดจากจัมปา หมีจากสยาม นกแก้วและนกยูงจากชวา และนกกระจอกเทศจากเอเดน

เขตพระราชฐานของจักรพรรดิในนานกิงก็มีพื้นที่พิเศษสำหรับเลี้ยงสัตว์แปลกจากต่างแดน เป็นที่รู้จักในชื่อ ทุ่ง/สวนต้องห้าม (jin-yuan) แซลลี่ เค เชิร์ช (Sally K. Church) นักประวัติศาสตร์รายหนึ่งเล่าว่า เมื่อคณะเดินทางมาถึงจีนแล้ว ยีราฟ คือสัตว์ที่จักรพรรดิรับสั่งให้นักเขียนวาดภาพเหมือนของมัน ซึ่งน่าจะสะท้อนความพิเศษของเจ้าสัตว์ชนิดนี้ที่แตกต่างจากสัตว์แปลกที่บรรดาจักรพรรดิชื่นชอบสะสม

เชิร์ช บรรยายว่า ราชสำนักจีนสมัยนั้นรับรู้ยีราฟ ในฐานะ “กิเลน” หรือ Qilin สัตว์ในตำนานของโลกตะวันออกซึ่งอาจพอเปรียบได้กับยูนิคอร์นจากตะวันตก หากพิจารณาจากลักษณะในภาพวาดแล้ว อาจพอบ่งชี้ลักษณะได้ว่าลักษณะส่วนหนึ่งคลับคล้ายกับกิเลนบ้าง อาทิ ลำตัวคล้ายกวาง และมีกีบเท้าที่แยกจากัน สีผิวสว่าง แต่เชื่อว่า องค์จักรพรรดิคงไม่ปักใจเชื่อว่ามันเป็น “กิเลน” ที่ได้มาจากต่างชาติ และที่สำคัญพระองค์ยังยึดถือคติความเชื่อดั้งเดิมแบบขงจื้อที่ให้ความสำคัญเรื่องการปกครองที่ดีมาก่อนเรื่องเหนือธรรมชาติทั้งหลาย

หลักฐานเรื่องยีราฟในราชสำนักจีนยังบ่งชี้เรื่องความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างเบงกอลกับจีนในช่วงยุคแห่งการสำรวจระหว่าง ค.ศ. 1405-1433 หลังจากจักรพรรดิหย่งเล่อสิ้นพระชนม์ การสำรวจก็สิ้นสุดลงไปด้วย และนโยบายการต่างประเทศจีนก็กลับมาสู่ช่วงแยกตัวออกห่างอีกครั้ง ส่วนยีราฟที่คณะนำกลับมาในรัชสมัยหย่งเล่อนั้น ไม่พบหลักฐานเอ่ยถึงในภายหลัง

ในช่วงรัชสมัยของจักรพรรดิหย่งเล่อ ที่ว่าเป็นยุคแห่งการสำรวจและเดินทางในช่วงศตวรรษที่ 15 กองเรือของจีนเป็นที่รับทราบในหมู่นักประวัติศาสตร์ว่า มีแสนยานุภาพเกรียงไกรทั้งเรือเดินสมุทร เรือรบ และเรือขนาดต่างๆ รวมแล้วหลักพันลำ นโยบายของจีนที่ต้องใช้กองเรือมากมายขนาดนั้น นักประวัติศาสตร์วิเคราะห์กันได้หลากหลายสันนิษฐาน ไม่่ว่าจะเป็นเรื่องนโยบายอำนาจนิยมของจักรพรรดิหย่งเล่อที่ชื่นชอบการสงคราม การสร้างทัพเรือที่เข้มแข็งช่วยรักษาสถานะ ความสัมพันธ์ และผลประโยชน์ทางการค้าในระบบบรรณาการได้

หรืออาจเป็นเรื่องการตามล่าอดีตจักรพรรดิเจี้ยนเหวิน พระนัดดาของจูตี้ (จักรพรรดิหย่งเล่อ) ซึ่งถูกจักรพรรดิหย่งเล่อชิงราชบัลลังก์มา โดยจักรพรรดิเจี้ยนเหวินหลบหนีไปได้ และคาดว่าหลบหนีไปทางทะเล กรณีนี้ถูกมองว่าอาจเป็นเหตุผลการเดินเรือที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทางการค้าก็เป็นได้

สำหรับทริปที่ได้ยีราฟมานั้นเป็นการเดินเรือครั้งที่ 4 ของเจิ้งเหอ ขันทีคนแรกที่ได้รับตำแหน่งทางการทหารระดับสูง รับผิดชอบเรือรวมทั้งหมด 1,622 ลำนับรวมตลอดอายุขัย

ในการเดินทางครั้งที่ 4 ออกเดินเรือล่าช้ากว่ากำหนดการที่วางไว้ เจิ้งเหอได้รับคำสั่งให้ออกเรือ 18 ธันวาคม 1412 แต่กว่าจะออกเดินเรือได้ก็ต้องเป็นช่วงมกราคม 1414 เนื่องจากต้องเตรียมการอย่างมากเพราะเป็นการเดินทางไปถึงอ่าวเปอร์เซีย

กองเรือเดินทางไปมีเรือ 63 ลำ กำลังพลร่วม 28,000 คนออกเดินทางไปจนถึงเมืองฮอร์มุส ริมอ่าวเปอร์เซีย ขากลับแวะที่สุมาตรา จากนั้นแบ่งเป็นกองเรือย่อยๆ ส่วนหนึ่งแวะเบงกอลด้วย ขบวนเรือเดินทางกลับจีนเมื่อ สิงหาคม 1415 มีกษัตริย์และคณะทูต 19 ประเทศติดตามมาเฝ้าจักรพรรดิหย่งเล่อ  กองเรือนำสิ่งของต่างๆ กลับมาหลายอย่าง และมีสัตว์แปลกๆ ดังที่กล่าว นอกจากยีราฟ ยังมีสิงโต เสือดาว ม้าลาย และกวางแอฟริกา

อย่างไรก็ตาม ในยุคก่อนหน้านั้น ช่วงศตวรรษที่ 8 มีนักสำรวจชื่อ Tu-Huan บันทึกเกี่ยวกับมิลินดี และสัตว์จำพวกยีราฟ ไว้ และบันทึกเมื่อช่วงปี 1226 โดย Zhao Rugua ผู้ตรวจการสินค้าบรรยายเกี่ยวกับสัตว์ชนิดหนึ่งว่า มีลักษณะสูง 10 ฟุต ลำคอยาว 9 ฟุต มีกีบเท้าแบบวัว และขนพรางคล้ายเสือดาว

 


อ้างอิง:

สืบแสง พรหมบุญ. เจิ้งเหอ ซำปอกง และอุษาคเนย์. กรุงเทพฯ : มติชน, 2555.

“The Giraffes Malindi Gave to China in 1414”. Owaahh. Online. Published 15 DEC 2015. Access 30 JAN 2020. <https://owaahh.com/the-giraffes-malindi-gave-to-china-in-1414/>

Kat Eschner. “The Peculiar Story of Giraffes in 1400s China”. Smithsonian. Online. Published 21 JUN 2017. Access 30 JAN 2020. <https://www.smithsonianmag.com/smart-news/peculiar-story-giraffes-medieval-china-180963737/>


เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 15 พฤษภาคม 2563

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป