2493 ฉ่ำ จำรัสเนตร ส.ส.เมืองคอนถามรัฐบาล ซื้อรถถัง 250 คัน เป็นเงินเท่าไร เสียค่านายหน้าเท่าไร?

รถถังในเหตุการณ์รัฐประหาร 2490

“รถถัง 250 คัน รัฐบาลซื้อมาเป็นจำนวนเงินเท่าไร และต้องเสียค่านายหน้าเท่าไร ใครเป็นผู้ทำการซื้อขายรถจำนวนนี้”

คำถามจาก ‘ฉ่ำ จำรัสเนตร’ ส.ส.จังหวัดนครศรีธรรมราช ถึงรัฐบาล ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 4 วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2493 เนื่องจากช่วงเวลานั้น รัฐบาลได้ดำเนินการจัดซื้อรถถัง แต่ ‘ครูฉ่ำ’ เห็นว่า การซื้อรถถังในช่วงเวลานี้อาจยังไม่มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ โดยเชื่อว่า นับตั้งแต่วันตั้งกระทู้ถามนี้ไปภายใน 15 ปี จะไม่มีสงครามเกิดขึ้นอย่างแน่นอน จึงถามถึงรัฐบาลว่า “ทำไมรัฐบาลจึงซื้อเครื่องใช้ในการสงครามเกินสมควร เพราะเหตุใด และได้ซื้อเครื่องใช้เกี่ยวกับการสงครามจากต่างประเทศเป็นจำนวนเงินเท่าใด”

นาวาเอก หลวงสุนาวินวิวัฒ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ตอบคำถามชี้แจงว่า “รถถัง 250 คัน ได้ทำสัญญาซื้อขายราคา 8,312,500 บาท กองทัพบกเป็นผู้ซื้อ บริษัทสายฟ้าแลบเป็นผู้ขาย ไม่ได้เสียค่านายหน้าในการซื้อ…ใน 15 ปีนี้จะมีสงครามหรือไม่ ไม่มีใครทราบแน่นอน การซื้อเครื่องใช้เป็นไปตามงบประมาณ”

ครูฉ่ำ ส.ส.ที่ถูกหลายคนหาว่า “บ้า” (ภาพจาก ศิลปวัฒนธรรม, 2529)

ครูฉ่ำยังข้องใจถึงคุณภาพของรถถังที่จัดซื้อนี้จะมีคุณภาพดีหรือไม่ เพราะปรากฏเป็นข่าวว่า ส่วนใหญ่เป็นรถชำรุด ดังรูปถ่ายในหนังสือพิมพ์ประชาธิปไตย และจดหมายของคนไทยที่ส่งมาจากลังกา ชี้แจงว่าเป็นรถที่ใช้การไม่ได้แล้ว ขณะที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงว่า ยังไม่ทราบว่ารถจะชำรุดหรือไม่ เพราะยังไม่ได้รับ ขณะนี้ได้ตั้งกรรมการตรวจรับแล้ว แต่ทางบริษัทผู้ขายยังไม่พร้อมให้ตรวจรับ

ครูฉ่ำยังกล่าวอีกว่า “โดยเฉพาะรถถังบู๊และขึ้นสนิมทับกันมาหลายชั้นหลายเชิงเอามาไว้ที่อินเดีย และเสียหลายสิบคันที่ข้าพเจ้าไปดูที่คลองเตย พูดกันตรง ๆ โปรดกรุณา ที่ท่านว่าซื้อข้าพเจ้าจำจำนวนเงินไม่ชัดเจน ดูเหมือน 8 ล้านนั้น ให้สัก 4 ล้านเถอะ ให้เขาไป และอีก 4 ล้านเอาคืนจะได้หรือไม่…ข้าพเจ้าได้เห็นมาแล้วด้วยตนเอง ทั้งทางตรงและทางอ้อม ไปจับ ลูบ คลำดูแล้ว และได้ไปถามนายยอดผู้เป็นหัวหน้าใหญ่ในการซื้อรถนี้ สมมติว่าซื้อ 8 ล้าน เราจะให้เขา 4 ล้าน อีก 4 ล้านไม่ให้จะได้หรือไม่…”

ครูฉ่ำได้เห็นสภาพรถถังแล้วคงคิดว่าไม่คุ้มกับราคาที่ต้องจ่ายไป อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า เรื่องนี้คงจะเป็นไปไม่ได้ เพราะเป็นสัญญาซื้อขายที่ตกลงทำไว้แล้ว

นอกจากนี้ เป็นที่ปรากฏว่าหนังสือพิมพ์ของกระทรวงพาณิชย์ ได้ตีพิมพ์ข้อความเรื่องรถถังดังกล่าวนี้ว่า ‘รถถังสัปรังเค’ (สะกดตามต้นฉบับ) ซึ่งสร้างความฉงนไม่น้อย เพราะเป็นสิ่งพิมพ์ของรัฐบาล แต่กลับใช้คำที่ลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาล ตามที่ครูฉ่ำได้ถามว่า “รัฐบาลนี้พูดว่า รถถังสัปรังเคนั้นจริงหรือไม่ ดังนั้นปรากฏในหนังสือพิมพ์ของกระทรวงพาณิชย์ลงว่าอย่างนี้ รถถังสัปรังเค เพราะฉะนั้น เราจะเชื่อใคร จะเชื่อหนังสือพิมพ์หรือรัฐบาล หนังสือพิมพ์รัฐบาลบอกว่ารถถังสัปรังเค เพราะฉะนั้นจริงหรือไม่…”

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมตอบเพียงว่า เป็นเรื่องความเห็นของเจ้าหน้าที่หนังสือพิมพ์กระทรวงพาณิชย์ ตนก็พึ่งทราบเรื่อง แต่เวลานี้กรรมการยังไม่ได้ตรวจรับรถถัง ทิ้งท้ายว่า ขอรับ (เรื่องรถถังสัปรังเค) ไปพิจารณา

คลิกอ่านเพิ่มเติม : ดูไม้เด็ดคนบ้า ปรมาจารย์การเลือกตั้ง “ฉ่ำ จำรัสเนตร” ทำไมเป็นส.ส.เมืองนครฯถึง 5 สมัย

คลิกอ่านเพิ่มเติม : ครูฉ่ำ(อดีต)ส.ส.นครฯ 5 สมัย หาเสียงเลือกตั้ง ซื้อปชช.ด้วย “ใจ” มิใช่ “เงินทอง”


เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 22 เมษายน 2563

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป